ปัญหาหนึ่งของการงานที่รับผิดชอบในปัจจุบันของผม คือ งานด้านการประชาสัมพันธ์ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมที่จบเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา แต่ทำยังไม่สำเร็จสักที เมื่อวานได้มีโอกาสไป มอ.ปัตตานี โดยบังเอิญได้เจอะเจอกับคุณรอซีดะห์ บอซู นักข่าวของข่าวสด และสำนักข่าวไทย คำถามที่พี่สาวคนนี้ทักทายผม คือ ไม่รับผิดชอบงาน pr ของมหาวิทยาลัยแล้วหรือ?

คำถามนี้ชวนให้ผมต้องหยุดคุยต่อครับ "ไม่แล้วครับ ตอนนี้มีงานอื่นเยอะ แล้วก็มหาวิทยาลัยก็มีคนรับผิดชอบโดยตรงแล้ว" นี้คือคำตอบของผมครับ ซึ่งผมก็อดถามกลับไปไม่ได้ว่า "แล้วพี่มีอะไรจะเสนอแนะหรือครับ" คราวนี้ข้อมูลจากพี่สาวของผมคนนี้ก็ถูกนำเสนอออกมาทันทีครับ สรุปย่อได้ว่า เมื่อหลายเดือนก่อน ทางมหาวิทยาลัยได้จัดงานรับปริญญาและเปิดอาคารคณะวิทยฯ (ขอย่อชื่อคณะวิทยฯ นะครับ เพราะชื่อเต็มยาวมาก) พี่เขาก็พยายามติดต่อขอข้อมูลเพื่อที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ เนื่องจากงานนี้ใหญ่มากครับ แขกระดับประเทศมาเยี่ยมและเปิดอาคาร (แต่ข่าวที่ดังคือ มีการวางระเบิดดักรอท่านอารีย์ วงศ์อารียที่ไปร่วมงาน) ปรากฏว่า ไม่สามารถขอข้อมูลใดๆ ได้จากคนที่รับผิดชอบเลย สุดท้ายข้อมูลที่ได้คือจากช่อง 11 ที่มาร่วมทำข่าวในวันนั้น

อันนี้คือตัวอย่างสะท้อนปัญหาการประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยจริงๆ

ผมเคยคุยกับทีมงานหลายครั้งหลายครา ว่า ทุกกิจกรรมต้องมีการประชาสัมพันธ์ ทำงานไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ เนื่องจากกระบวนการประชาสัมพันธ์คือกระบวนการของการสร้างความร่วมมือที่ดีที่สุดระหว่างเรากับชุมชน ทีมงานของผมถามกลับมาว่า งานหรือกิจกรรมแบบไหนบ้างที่ควรประชาสัมพันธ์

ผมเลยต้องบรรยายยาวหน่อย ขอสรุปง่ายว่า การประชาสัมพันธ์สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เหตุผลเพราะทุกวินาทีของเรามีความเคลื่อนไหวตลอดอยู่แล้ว ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องนำเสนอภาพความเคลื่อนไหวดังกล่าวออกไป ไม่งั้นคนข้างนอกที่คอยให้กำลังใจเรา เขาจะหมดกำลังใจเนื่องจากไม่เห็นว่าเรากำลังทำอะไร และทุกอย่างจึงสามารถบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังได้

ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า ในโครงการหนึ่งๆ เราลงทุนงบประมาณในการทำกิจกรรมเป็นหมื่น แต่ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครเป็นกำลังใจให้ มันก็เป็นเครื่องหมายบงบอกความล้มเหลวแล้ว ลองคิดดูว่า บางทีของบางอย่างยังไม่ลงทุนเลย ยังเป็นข่าวได้ทั้งประเทศ ตัวอย่างที่เห็น เพียงแค่ตัวต่อไฟต่อยเด็ก แล้วถูกหามส่งโรงพยาบาล ยังสามารถเป็นข่าวหน้าหนึ่งได้ หมากัดขโมยก็ยังออกข่าวได้ ไม่เห็นลงทุนอะไรเลย แล้วทำไมโครงการที่เราทำ ทุ่มเทกายใจทำ เพื่อสิ่งดีๆ แก่สังคมกลับไม่ยอมให้สังคมรับรู้บ้าง คุ้มกับงบที่ลงทุนไปหรือเปล่า

ผมเชื่อว่า หลายคนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเฝ้ามองการทำงานของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะมหาวิทยาลัยแห่งนี้กำลังสร้างมิติใหม่แก่สังคมอยู่ หากไม่มีการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพก็หมายถึง การรับรู้ของสังคมที่อาจมีความผิดพลาดในการตีความก็ได้ คนที่จะช่วยมหาวิทยาลัยในการประชาสัมพันธ์มีเยอะมากครับ แต่ตอนนี้หลายคนส่ายหน้าเพื่อเบื่อกับระบบประชาสัมพันธ์ภายในของเรา