กระเป๋านักเรียน : ต้นเหตุเด็กไทยโครงสร้างเพี้ยน
| กระเป๋านักเรียน : ต้นเหตุเด็กไทยโครงสร้างเพี้ยน |
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ |
18 พฤษภาคม 2550 07:57 น. |
ปัจจุบัน ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นได้ว่า สภาพร่างกายและโครงสร้างทางร่างกายของเด็กไทยยุคปัจจุบันนี้ผิดเพี้ยนจากเดิมไปมาก ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการดำรงชีวิตที่ไม่สมดุล ไม่ว่าจะเป็นเพราะหิ้วกระเป๋าหนักมากเกินไป หรือก็นั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มงคล ศรีวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญาและศาสนา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการปรับสมดุลและเพิ่มพลังชีวิต ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) อธิบายว่า การที่หิ้วกระเป๋าหนักๆ หรือนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ นั้น ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็งตัว โดยเส้นจะตึงไปตลอดทั้งตัว ซึ่งจากการที่เคยตรวจสภาพความยืดเหยียดให้เด็กนักเรียนพบเด็กไทยมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นยึดเส้นตึงเป็นจำนวนมาก และนำมาซึ่งปัญหาด้านข้อต่อของกระดูก “สังคมไทยเข้าใจผิดอย่างมากคิดว่า ปัญหาเรื่องเส้นยึดหรือข้อต่อเสื่อมนั้น เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุวัยเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นกับเด็กไทยเป็นจำนวนมาก แต่พ่อแม่ ครูหรือบุคคลทางการแพทย์ยังไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก เพราะคิดว่าวัยเด็กเป็นวันที่มีความแข็งแรงสมบูรณ์ดีอยู่แล้ว จึงไม่ต้องให้ความสนใจในเรื่องเหล่านี้มากนัก เริ่มตั้งแต่เด็กในวัยประถมศึกษาเรื่อยไปจนถึงมัธยมศึกษา ที่ต้องหิ้วกระเป๋าใบโตไปโรงเรียนจะประสบปัญหาเหล่านี้อย่างมาก เด็กที่หิ้วกระเป๋าหนักมากๆ จะเกิดอาการไหล่เอียงและทำให้กระดูกสันหลังคด โค้ง” “ต่อมาแม้ภายหลังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อนุญาตให้ใช้กระเป๋าเป้สะพายหลัง เพื่อให้น้ำหนักเกิดความสมดุล แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นมาอีก เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่กระดูกสันหลังยังไม่แข็งแรง เมื่อมีกระเป๋าไปกดทับตรงแนวไหล่ ข้อต่อไหล่ของเด็กจึงเริ่มใช้ไม่ได้ สังเกตได้จากเด็กจะยกมือชูขึ้นเพื่อให้ขนานกับกกหูไม่ได้ และหากไม่ช่วยแก้ไขปัญหาให้เด็ก อาการที่เส้นถูกกดทับไหล่จะรุนแรงมากขึ้น เด็กบางคนเกิดปัญหาเส้นที่ถูกกดทับจะไปกดทับเส้นเลือดที่ต้องไปเลี้ยงหัวใจ เด็กจะเริ่มเหนื่อย หายใจไม่เต็มปอดเส้นเลือดที่จะไปเลี้ยงหัวใจเกิดตีบ ในที่สุดอาจจะเป็นโรคหัวใจได้” มงคลแนะนำว่า พ่อแม่และครูต้องคอยสังเกตเด็กและทดสอบเด็กในเรื่องของความยืดหยุ่นของข้อต่อ โดยเฉพาะข้อต่อไหล่ และต้องพยายามปรับแก้ท่าทางของเด็กให้เกิดความสมดุล นอกจากนี้กระเป๋านักเรียนควรจะใช้กระเป๋าลากดีกว่ากระเป๋าหิ้วและกระเป๋าสะพาย เพราะการลากกระเป๋าจะทำให้น้ำหนักลงที่พื้น ดีกว่าให้น้ำหนักกระเป๋ามาลงบนร่างกายเด็ก เพราะร่างกายเด็กยังไม่แข็งแรงพอ ดังนั้น อยากให้ ศธ.และโรงเรียนทุกโรงในสนใจปัญหาโครงสร้างร่างกายเด็กให้มาก ถ้ายังไม่ช่วยกันการกดทับลงไปสู่กระดูกสันหลังของเด็ก หมอนรองกระดูกจะเกิดปัญหา และถ้าเมื่อไหล่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเด็กจะทุกข์ทรมานมาก อาจจะส่งผลในขณะที่กำลังเรียนอยู่หรือมีอายุมากขึ้น เป็นการสั่งสมมาจากการใช้โครงสร้างทางร่างกายแบบผิดๆ ตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยเรียนแทบทั้งสิ้น ทุกวันนี้เราจึงเห็นคนเดินไหล่เอียงมากขึ้น โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้มาก่อน สำหรับวิธีการทดสอบและสังเกตเด็กๆ เกี่ยวกับโครงสร้างร่างกายวิธีง่ายๆ ก็คือให้เด็กยืนตรงจากนั้นให้เขายกขาข้างหนึ่งขึ้น และให้ยืนบนขาที่ถนัดที่สุด ต้องทรงตัวให้อยู่นิ่งๆ จากนั้นให้เด็กหลับตา พร้อมกับนับ 1-10 ให้ได้ ถ้ายืนได้แสดงว่าสภาวะจิตของเด็กคนนั้นปรับสมดุลตัวเองได้ แต่บางคนทรงตัวไม่ได้ ต้องช่วยปรับการใช้โครงสร้างที่ถูกให้เด็กๆ ทันที ด้วยการแก้ปัญหาเส้นด้วยการนวด จากนั้นต้องสอนวิธีบริหารร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ซึ่งการบริหารร่างกายด้วยโยคะควรคู่กับไทเก๊กจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด และต้องปรับวิถีชีวิตในการใช้โครงสร้างของร่างกายให้ถูกต้องด้วย มิฉะนั้นคุณภาพชีวิตในอนาคตของเด็กไทยจะแย่ลงๆ
|
|
เพิ่มเติมจาก นสพ.แนวหน้าครับ
น่าเป็นห่วงมากนะครับ ท่านคิดอย่างไรบ้างครับ
สวัสดีครับ
เรื่องนี้น่าห่วงครับ
ผมขออนุญาติคัดข้อความบางตอนไปรวมในที่
http://gotoknow.org/blog/mrschuai/99502
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ อ.ขจิต และ คุณสิทธิรักษ์ ที่มาร่วมด้วยช่วยกันครับ
รู้สึกว่ากระเป๋านักเรียนกับระดับการศึกษาจะเป็นสมการผกผันกันนะครับ เมื่อหันไปดูเด็กเล็ก ๆ กระเป๋าเนี่ยหนักมากเลยครับ บางคน 2 ในแนะ พอระดับการศึกษาสูงขึ้นแระเป๋าเล็กลงครับ สูงขึ้นอีกไม่ต้องใช้กระเป๋า
อีกประเด็นเวลาเรียนเด็กเล็ก ๆ เรียนเยอะมาก 6 วิชาต่อวัน (เพราะสาเหตุนี้เองกระมังเป๋าเลยใหญ่และหนัก) ทำให้อดคิดไม่ได้ถึงเรื่องการพัฒนาทักษะกระบวนการคิดของเด็กประเทศเรานะ -เป็นห่วงมากครับ -
ผมชื่อ ด.ช.พงศ์พันธุ์ สระคูพันธ์
เพิ่งย้ายจาก ร.ร. อนุบาลนครศรีธรรมราช ผมรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่าง ร.ร. อนุบาลลพบุรีและ ร.ร.อนุบาลนครศรีธรรมราช อย่างสิ้นเชิง เพราะเท่าที่ดูภายนอก ร.ร.อนถบาลลพบุรี มีสิ่งที่เหมือนกับ ร.ร.อนุบาลนครศรีธรรมราช อย่างมาก
และจากนี้ผมขออวยพรให้ คุณครูทุกท่าน
ผมขอให้ คุณครูทุกคนสุขภาพแข็งแรงและมีกำลังใจสอนนร.ทุกคนด้วยนะครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้คุณครูทุกคนและ เพื่อนพี่น้องพวกพ้องของผมให้ตั้งใจเรียนและสุขภาพดีแข็งแรงเผชิญหน้ากับโรคได้อย่างปลอดภัย ขอให้ ร.ร.อนุบาลนครศรีธรรมราช สร้าง อาคารใหม่เร็ว ๆนะครับ
Good night
From Pongpan Srakupan