การจัดระเบียบตัวเอง...1

คำถามว่าชีวิตเราเป็นอะไร..... (เมื่อหลายปีก่อน) ควรจะดำรงตัวอย่างไร?   เราเกิดมาเพื่ออะไร?  หรือเราจะทำตัวแบบนี้ไปเพื่ออะไร? 

มีคำตอบคือ มนุษย์ที่ต้องมีสังคม  เมื่อมีสังคม ก็ต้องมีความคิดและการกระทำ บางครั้งเป็นสิ่งที่เราทำตาม ๆ กันไป หรือการเลียนแบบบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับเรา ให้เหมือนเขาเพื่อเราจะเข้าหมู่ เข้าพวกกับเขาได้.......

ส่วนผมนั้นครั้งหนึ่งก็เคยให้คำตอบว่า   การที่เราเกิดมาเพื่อสืบทอดสกุลของบิดามารดา เพื่อวงศ์ตระกูลของเราจะยังเป็นที่กล่าวขานของคนรุ่นหลัง.......แล้วต้องทำตัวให้ดี ไม่เป็นขยะของสังคม

แต่เมื่อผมได้ศึกษาธรรมของอาจารย์พุทธทาส คือ เราเป็นมนุษย์ เกิดมาทำหน้าที่........ อยู่ก็เป็นหน้าที่ .....ดับก็เป็นหน้าที่ เช่น เราเมื่อคลอดออกมาเป็นทารก ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี  ก็ให้พ่อแม่แวดล้อมเลี้ยงดู เป็นประชากรของบ้านนั้น ตำบลนั้น ไปจนถึงชาตินั้น ๆ โตจนรู้จักผิดชอบชั่วดี ก็มีผู้ใหญ่ อุปัชชาย์ ครูอาจารย์คอยสอนให้ทำหน้าที่ลูก ทำหน้าที่ลูกศิษย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา จบแล้วก็ทำงาน มีครอบครัว มีหน้าที่ เป็นลูกน้อง  เป็นเจ้านาย เป็นสามี เป็นภรรยา เป็นเขย เป็นสะใภ้ จนเกิดทายาท เป็นพ่อแม่คน มีหน้าที่พ่อแม่ และอีกมากมาย เป็นคนแก่ของบ้านนั้น หมู่บ้านนั้น จนถึงวาระสุดท้าย คือสมาชิกของกำแพงแก้ววัดนั้น ๆ

แล้ว เราจะอยู่อีกนานเท่าไหร่เพื่อทำอะไร? เหมือนกับการวางเป้าหมายของชีวิต  ในเมื่อท่านอาจารย์พุทธทาสท่านกล่าวว่าเราต้องศึกษาอิทัปปัจจยตา ,ตถาตา,สุญญตา และอีก 6 ตาที่เหลือ หลักการเป็นเหตุเป็นกันนั้น เป็นหลักใหญ่ ทางพระจะใช้ ปฏิจสมุปบาท.......คือ อวิชชาทำให้เกิดสังขาร ... ไปจนถึงชาติ ถึงภพ และทำให้เกิดอวิชชาเหมือนเดิม การดับ ถึงจะเป็นนิโรจ(การดับทุกข์) เป็นการดับที่อวิชชา เมื่อดับอวิชชาแล้วก็ดับสังขารไปในตัวจนถึงชาติภพนั้นเอง คือ นิพพาน

เราเกิดมามีกรรมเป็นตัวกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ให้เชื่อว่าที่เราเป็นมนุษย์ได้ทุกวันนี้เพราะวิปากกรรม (ผลของกรรมในภพชาติที่ผ่านมา)

เพราะฉะนั้นเราจึงมีหน้าที่ต่อจากนี้ไปคือ หนึ่งดับอวิชชา   สองอยู่เพื่อสร้างบุญสร้างกุศลให้กรรมตามมาให้ผลไม่ทันนั่นเอง.......