ผมได้รับคำสังให้ไปร่วมการเสวนา UKM10 "เครือข่ายการจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยครั้งที่ 10" เจ้าภาพโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในหัวข้อ “การบริหารจัดการที่ดี ( Good Governce ) : อะไร ทำไม และอย่างไร” ระหว่างวันที่ 26 - 29 พฤษภาคม 2550 ณโรงแรมแกรนด์ปาร์ค จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ไม่สามารถไปร่วมกิจกรรมได้เนื่องจากมีภารกิจสำคัญมาก ๆ แต่เลขาท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์.บอกว่า อาจารย์ไม่ไปก็ได้…แต่ให้เขียนเรื่องที่จะเล่า…จะให้คนอื่นเล่าแทน (ผมยังมองไม่ออกว่าเล่ายังไงนะ…)หรือส่งคนไปแทน… เกรงว่าปีต่อไปจะอดไม่ได้ร่วมกิจกรรมนี้จึงกัดฟัน เขียน(หรือ…เล่า)เรื่องนี้เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ พวกเราต้องร่วมแรง…ร่วมใจกันอย่างแข็งขันเป็นอย่างยิ่ง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">เส้นทางสู่ Digital Library ของสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> หลังเสร็จการฟังบรรยายเกี่ยวกับการจัดการฐานข้อมูลห้องสมุดยุคใหม่ ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(ในปี2541) แล้วผู้เขียนได้เยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับการพิมพ์ ที่อาคารต่าง ๆและสนามหน้ามหาวิทยาลัย ภายในงานมีนิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเกี่ยวกับการพิมพ์ มากมาย เอกสารเยอะแยะ…ผู้คนมากมาย…มีบูธหนึ่งว่างๆ มีเจ้าหน้าที่ และคอมพิวเตอร์อยู่เครื่องเดียว และแผ่นโปสเตอร์ 2-3 แผ่น ก็เลยย่องเข้านั่ง…ตั้งใจจะพักเหนื่อย….แต่แก้เขินเลยถามเจ้าหน้าที่วะหน่อยว่า” หนุ่มจัดแสดงอะไร” </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เขาอธิบายยาวเหยีอด (จนหายปวดเมื่อยขาละ)….เลยถามเขาว่าแล้ว Software นี้มีประโยชน์อย่างไร เขาบอกว่า “.ใช้แปลงเอกสารให้เป็น Electronic Book แล้วเผยแพร่ผ่านเครือข่าย Internet….ใช้พัฒนา Digital Library”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">….เราบรรณารักษ์ได้ยิน Digital library สนใจทันที เพราะ ทั้งวันที่ผ่านมาวิทยากรบรรยายแต่ว่าE-Book, Digital library ดียังงั้น …ดียังงี้ แต่ไม่เห็นบอกเราเลยว่าทำอย่างไร…เมื่อแว่วว่าเขาขาย Software จัดทำ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">E-Book จึงสนใจซักถามอย่างตั้งอกตั้งใจ …แต่ไม่รู้เรื่องเลย…(ไม่ทราบว่าคนอธิบายไม่ดี…หรือคนฟังไม่ได้เรื่องกันแน่) เลยบอกว่าอีกสองวัน วันสุดท้ายของงานจะให้นักคอมพิวเตอร์มาดูแล้วกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เมื่อกลับถึงมหาสารคามจึงได้ให้คุณสมพงษ์ เจริญศิริ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ของสำนักวิทยบริการ เข้ามาดูนิทรรศการและย้ำให้ศึกษารายละเอียดของ Sofware ตัวนี้ทั้งประโยชน์ วิธีการใช้งานและราคา </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สมพงษ์กลับมารายงานว่า Software คือ Acrobat 3.0 ประโยชน์ แปลงเอกสาร เป็น Electronic File เพื่อความสะดวกในการเผยแพร่ผ่านเครือข่าย Internet ราคา ประมาณ 16,000 บาท </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> จึงได้ร่วมกันเสนอท่าน ผอ.(ศ.ดร.ฉวีลักษณ์ บุญยะกาญจน) ขออนุมัติซื้อ ท่านก็อนุมัติ เพราะเราเรียนท่านว่าเราจะต้องจัดห้องสมุดให้เป็น Digital library ไม่วันใดก็วันหนึ่ง (หนีไม่พ้น)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สองเดือนผ่านไปถามสมพงษ์ว่าSoftware ที่สั่งซื้อมาหรือยังสมพงษ์บอกว่า “มาแล้วครับแต่ใช้ไม่ได้ เขาส่งที่ใช้กับ Macintosh มากำลังส่งไปเปลี่ยนที่ใช้กับ PC ที่อมริกา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เมื่อได้แผ่นAcrobat 3.0 มาแล้วก็ไม่ได้ใช้งาน เพราะสมพงษ์ก็ยุ่งกับระบบห้องสมุกอัตโนมัติ INNOPAC ที่ Update เป็น Version ใหม่</p><p> เมื่อผมได้จัดทำรายงานการวิจัยเรื่อง แนวทางการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรข่ายงานห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค (PULINET) เสร็จ จึง มีแนวคิดที่จะจัดทำรายงานวิจัยเป็น E-Book โดยขอให้ น.ส.จีรกาญจน์ พิมพ์ดี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ลูกน้องสมพงษ์ ช่วยลงโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงาน….แล้วเราสองคนก็ช่วยกันแกะจากคำสั่ง Help ของโปรแกรม…แกะไปเรื่อย ๆ มีปัญหากลับโต๊ะ..หรือ.กลับไปทดลอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทำที่บ้าน…ตื่นเช้ามาบางวันแกะสำเร็จ ก็ เฮๆ…บางวันเจอกันก็ส่วยหัว…ใช้เวลาอยู่เกือบเดือนเราก็สำเร็จ ก่อให้เกิดกิจกรรมการร่วมมือร่วมใจของบุคลากรให้เกิด กิจกรรมที่นำไปสู่ Digital library ดังนี้ คือ</p>
1.ผมกับคุณจีรกาญจน์ (มีปัญหาแก้ไม่ได้ ถามสมพงษ์)ช่วยกันทำงานวิจัยเล่มนั้นเป็น E- Book สำเร็จ และสามารถนำไปเชื่อมโยงกับOPAC ของระบบ ห้องสมุดอัตโนมัติที่ใช้สืบค้นสารสนเทศ
ของสำนักวิทยบริการได้ โดยที่ผู้ใช้สามารถอ่านงานวิจัยเล่มนี้ได้ โดยไม่ต้องเดินทางมาที่ห้องสมุด สามารถอ่านผ่านเครือข่าย Internet ได้เลย ของเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์มี Acrobat reader เท่านั้น (Load นานหน่อยนะ)
2 คุณจีรกาญจน์ มีความชำนาญในการใช้ Software Acrobat 3.0 ในการแปลง Computer File ทุกรูปแบบ ให้ เป็น PDF File และสามารถ ทำ E-Book ได้ และนำเข้าสู่ OPAC ให้บริการ ในรูปแบบ Digital library ได้
3.ได้ร่วมกันแปลงหนังศือเรื่อง “ศูนย์สารนิเทศอีสานสิรินธร” ให้อยู่ในรูปแบบ Gigital Book แล้วนำทูลเกล้าถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปี 2542 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 4.คุณจีรกาญน์และสมพงษ์ได้ร่วมกับอบรมให้บุคลากรของสำนักฯให้สามารถ จัดทำ E-Bookได้ และขอให้(แกมบังคับ) ให้ทุกคนที่มีหนังสือ/วิทยานิพนธ์ที่ตนเองแต่งและมีบริการในสำนัก ฯ แปลงหนังสือเล่มนั้น เป็น E-Book ด้วยตนเอง</p>
5.ผู้อำนวยการ (ดร.สุจิน บุตรดีสุวรรรณ) ได้เสนอโครงการจัดทำ Digital Book ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยแปลงวิทยานิพนธ์ ของบัณฑิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สิ่งพิมพ์ของมหาวิทยาลัย และหนังสือสิ่งพิมพ์ที่อาจารย์ ยินยอม ให้เป็น Digital Book แล้วเปิดให้อ่านผ่าน OPAC ของสำนักฯ
6.คุณอารยะ เสนาคุณ และคณะ ได้แปลง ภาพและเสียง Digital File นำบริการผ่าน OPAC
7.สำนักวิทยบริการได้เชิญ อาจารย์ประดิษฐา ศิริพันธุ์ มาบรรยายการจัดเก็บ Digital file ในรูปแบบ Dublin core metadata ให้แก่บุคลากรสำนักฯ
8.ปี2548 คุณณัฐพร เดชชัย ได้ "พัฒนาระบบการจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศอีสานบนอินเทอร์เน็ตโดยใช้ดับลินคอร์เมทาดาทา " และได้นำมาใช้ในการจักเก็บและค้นคืนสารสนเทศของศูนย์สารนิเทศอีสารสิรินธร ต่อมา PULINET ได้ปรับปรุงใช้ในการจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศท้องถิ่นบนอินเทอร์เน็ตด้วย
9.สมพงษ์และจีรกาญจน์ ได้พัฒนา โปรแกรมสำหรับสืบค้นและลงรายการสารสนเทศที่เป็น Digital File ให้รองรับ Dublin core metadata
10.นอกจากพัฒนา Digital Book เพื่อบริการผ่าน OPAC แล้ว ปัจจุบันนี้สำนักวิทยบริการได้ร่วมกับห้องสมุดสถาบันต่าง จัดซื้อ E-Book จาก NetLibrary ในรูปแบบConsortium คือใช้ร่วมในผ่านเครือข่าย Internet และยังได้จัดซื้อฐานข้อมูล E-Book จาก ebrary สหรับผู้ใช้บริการสืบค้นได้ด้วย
ปัจจุบันนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดห้องสมุดไว้สำหรับอำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้า สำหรับอาจารย์ บุคลากร นิสิตและประชาชนทั่วไป ถ้ามองดูแล้วอาจจะเป็นเหมือนห้องสมุดทั่วไป แต่ถ้าสัมผัสอย่างลึกซื้งแล้ว จะพบว่า “...ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นสารสนเทศที่มีเนื้อหาเต็มรูป ได้ โดยไม่จำกัดเวลา สถานที่ และไม่จำกัดรูปแบบสารสนเทศ...” ซึ่งก็คือ ห้องสมุดห้องสมุดยุคใหม่ที่เรียกว่า Digital library นั่นเอง
เบื้องหลังความสำเร็จของการพัฒนา Digital Library ของสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก็คือใช้หลักธรรมาภิบาลทั้ง 10 ข้อนั่นเองครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p> นายเฉลิมศักดิ์ ชุปวา</span>
จริงๆเลยค่ะ ตั้งแต่หนิงมาอยู่ มมส. (มศว มค) ก็เห็นความเปลี่ยนแปลงการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น ..ดีขึ้น.. ของห้องสมุด .. สำนักวิทยบริการ
ด้วยเบื้องหลังผู้ทุ่มเท คือท่านอาจารย์เฉลิมศักดิ์ และท่านศาสาตราจารย์ฉวีลักษณ์ ค่ะ
ขอชื่นชมด้วยความเคารพค่ะ
คุณDSS "work with disability" ( หนิง ) ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจที่ให้กับชาวสำนักฯ...คนรุ่นใหม่ของสารคามเราก็เก่ง ๆและตั้งใจจริงมากมายนะครับ...คงต้องหาทางดึงศักยภาพออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์
ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เฉลิมศักดิ์มาก ๆ คะ
ขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ หนูอยู่ มมส. มาเกือบ 6 ปี เพิ่งทราบวิวัฒนาการของ Digital Library ของ มมส. ก็เพราะบทความนี้นี่เอง
ขอชื่นชมผู้อยู่เบื้องหลังรวมทั้งบุคลากรทุกท่านที่ทำให้สำนักวิทยบริการ มมส. เข้าสู่ความเป็นเลิศในด้าน Digital Library ภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี เยี่ยมมากค่ะ
ขอขอบพระคุณอาจารย์อย่างสูงค่ะที่ได้กรุณาเล่าพัฒนาการ Digital Library ของสำนักวิทยบริการ มมส. ทำให้ทราบถึงความพยายามและทุ่มเทด้วยใจ ของผู้อยู่เบื้องหลัง รวมถึงบุคลากรสำนักฯ ทุกๆท่าน ขอชื่นชมด้วยความจริงใจค่ะ
จากการเริ่มต้น ดำเนินงานแบบทุ่มเท และเป็นทางการของพวกเราทุกคน ได้สถิติการทำงานดังนี้ค่ะ
สถิติ Digital Book
และDSS "work with disability" ( หนิง )
ขอบคุณครับท่านอาจารย์เฉลิมศักดิ์ ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสเข้ามาทักทายมากนัก
ผมถือว่าบันทึกนี้มีเรื่องราว และมีจุดเด่น link ไปที่ต่างๆ ที่ลงตัวต่อการขยายความในบันทึกนี้ครับ
ด้วยความเคารพ
กัมปนาท