พริกมีบ้านเหนือ
เกลือมีบ้านใต้
“ติดตาม ย่ามใจ”
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2548
สถานีอนามัยป่าเหว ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน
มีการพบปะของกลุ่มพ่อหมอเมือง อำเภอเมืองปาน
เพื่อพูดคุยร่วมกันในการทำงานระยะที่ 1 ของโครงการ
ที่เห็นสะดุดตามาแต่ไกล
คือหมอเมืองแต่ละท่านสะพายย่ามเดินเข้ามาในเวทีเกือบทุกคน
ไม่ต้องเดาเลยว่าในย่ามใบน้อยนั้นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก
ตำรายาสมุนไพร หรือปั๊บสา
รวมถึงยาสมุนไพรที่ปรุงตามตำราด้วยตนเอง
พร้อมที่จะนำมาบรรยายสรรพคุณการรักษาโรค พ่อหมอบางคนพกมีดมาด้วย
คงเป็นพ่อหมอที่มีความชำนาญทางด้านพิธีกรรม
คาถาแน่นอน
บรรยากาศ การแลกเปลี่ยนเป็นไปอย่างอิ่มเอม
พ่อหมอแต่ละคนสาละวนกับการหยิบของดีในย่ามตนเองมาบรรยายสรรพคุณทางการรักษา
และที่มาที่ไปของการสืบทอดภูมิปัญญาเหล่านั้นอย่างมีความสุข
ในช่วงแรกทีมวิจัยได้ปล่อยให้พ่อหมอได้คุยกันอย่างออกรส
และค่อยๆ ตะล่อมต้อมความคิดที่หลากหลายเข้ามาในวงสนทนา
พ่อหมอเมืองรีบเก็บของดีของตนเองใส่ “ย่าม” อย่างหวงแหน
และตรวจดูว่าครบถ้วนดีหรือไม่
เหมือนกลัวว่าของดีเหล่านั้นจะอยู่ห่างตัวไม่ได้
สาระในการติดตามงานครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความชื่นชมในพลังความรู้
และภูมิปัญญาของพ่อหมอเมืองที่มีความสำคัญต่อการดูแลรักษาโรคทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย
รวมถึงการสร้างศรัทธาจากการยึดถือและปฏิบัติตนของพ่อหมอแต่ละท่านที่สั่งสมมาเนิ่นนาน
ความรู้และสูตรยาจากปั๊บสาถูกจำแนกออกมาเพื่อจัดหมวดหมู่
แยกโรค แยกประเภท แยกวิธีการ
ทั้งที่เหมือนกันและแตกต่างกันไป
เพื่อค้นหาสูตรยากลางที่มาจากการยอมรับของหมอเมืองทั้งหมด
ขั้นตอนนี้นับว่ายากพอสมควรเพราะพ่อหมอเมืองแต่ละคนได้รับการสืบทอดมาแตกต่างกัน
มีการดัดแปลงสูตรยาเพื่อปรับใช้ในเหมาะสม
ทีมวิจัยจึงต้องรวบรวมสูตรยาทั้งหมดก่อนแล้วจึงทำการคัดเลือกสูตรยาตามโรคที่สอดคล้องกับอาการป่วยในปัจจุบัน
“ย่ามใจ” ใบน้อยเริ่มมองเห็นแนวทางของงานวิจัยที่ชัดเจนขึ้น
มีการตั้งคำถาม มีข้อสงสัย
เสนอวิธีการและแนวคิดอย่างไม่ปิดบัง
พ่อหมอท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า
“การที่มีความรู้และรักษาคนป่วยให้หายได้นั้นไม่ได้คาดหวังเรื่องของเงินทอง
แต่ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้และขอให้ครอบครัว ลูก เมีย
อยู่เย็นเป็นสุข เท่านี้ก็ทำให้เราสุขใจแล้ว
ตนเองได้สืบทอดความรู้มาจากบิดา มีทั้งปั๊บสา และคาถา
ที่จะสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้
และตนเองต้องประพฤติตนให้อยู่ในกรอบศีลธรรมอย่างเคร่งครัด
ห้ามไปกินข้าวงานปอย (งานศพ) ห้ามลอดราวตากผ้า
เป็นต้น”
“การทำวิจัยทำให้หมอเมืองมองเห็นศักยภาพของตนเอง
มีการรวมกลุ่มเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา
และไม่ทำให้สูญหาย
มีการสืบทอดและสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน”
หัวหน้าสถานีอนามัยหนึ่งในทีมวิจัยได้ให้ความเห็น
“ย่ามใจ” ใบน้อย
เดินทางกลับบ้านอย่างมีความสุขพร้อมที่จะกลับมาเจอกันอีกครั้ง
หรือหลายๆ
ครั้งบนความรู้สึกที่คล้ายคลึงกันต่อการสร้างทางเลือกในการรักษาร่วมกับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในอำเภอเมืองปาน
สำคัญที่สุดคือความรู้ยังคงอยู่ไม่สูญหาย
จะหยิบขึ้นมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ เหมือน “ย่ามใจ”
ใบน้อยที่มีแต่สิ่งดีๆ และมีติดตัวไว้ตลอดเวลา
พริกมีบ้านเหนือ เกลือมีบ้านใต้
ติดตาม ย่ามใจ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย สิวะภัทร วิทยารังษีพงษ์ · 15 ธ.ค. 2548
น.ส. อรรถพล รุกขชาติ · 15 ธ.ค. 2548
น.ส. สรัญญา โรโต · 15 ธ.ค. 2548
นางสาว กาญจนา เกษตรกิจการ · 15 ธ.ค. 2548