วันอาทิิตย์ที่ 13 พ.ค. บ่ายสามโมงผมก็ได้เจอคุณชาญวิทย์-นครศรีฯที่คิวรถตู้นครศรีฯ-ตรัง ตามนัด เพื่อเดินทางไปโรงแรมธรรมริิินทร์ธนา จ.ตรัง ร่วมทีมในการฝึกคุณอำนวยในการจัดการความรู้ ให้กับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา กรมควบคุมโรค ตามที่น้องชายขอบ น้องบ่าวที่นับถือของผมร้องขอมา รายละเอีียดการเตรียมการของผมอ่านจากบันทึก ฝึกคุณอำนวยในการจัดการความรู้ และ ประโยชน์ของการใส่ป้ายคำหลัก tag ในบันทึกบล็อก
คุณชาญวิทย์-นครศรีฯ ได้กล่าวถึงการรวมทีมของเราสามคนไปแล้วว่าผมเอง คุณชาญวิทย์ และน้องชายขอบ รวมทีมกันได้อย่างไร ต้องวางแผน BAR กันอย่างไรบ้างจากที่ว่าเครียดมากจนในที่สุดไม่เครียด ยิ้มได้ ได้เขียนไว้ในบันทึกชื่อ มิตรภาพ KM คนคอเดียวกัน
ผู้เข้าร่วมวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้(ไม่อยากจะเรีียกว่าผู้เข้ารับการอบรม)ครั้งนี้จำนวน 32 คน จากหน่วยงานในสังกัดของกรมควบคุมโรค ทั้งจาก จ.ตรัง สงขลา สตูล และนราธิวาส ตำแหน่งมีทั้ง จนท. พยาบาล เภสัชกร นักวิชาการ ผู้บริหาร ระดับก็มีตั้งแต่ซีี 5 - ซี 8
ผมอยากจะเล่ากระบวนการเรียนรู้ว่าในวงเรียนรู้นี้ ได้มีการเรียนรู้อะไรด้วยกิจกรรมใดบ้าง
หลังจาก นพ.สุวิช ธรรมปาโล นายแพทย์ 8 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว จากนั้นน้องชายขอบก็ให้ที่ประชุมคว่ำตารางฝึกอบรมเสีย และทุกอย่างต่อจากนี้ไปก็เป็นเรื่องของทุกคนในวงเรียนรู้จะได้ออกแบบว่าจะเรียนรู้อะไรด้วยกิจกรรมอะไรกัน
เริ่มจากตกลงกันว่าเราจะสื่อสารกันด้วยภาษาอะไรดีถึงจะเข้าใจกันได้ดีไม่เกร็ง เพราะภาษาก็เป็นอุปสรรคต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ได้เหมือนกัน มีคนภาคกลางอยู่ด้วย 2-3 คนรวมทั้งจากจังหวัดนราธิวาสซึ่งนิยมพูดภาษากลาง แต่คนเหล่านี้ก็ฟังและพูดใต้ได้ เราจึงตกลงใช้ภาษาใต้ยืนพื้น สลับภาษากลางบ้างบางช่วง แล้วแต่สถานการณ์จะพาไป
จากนั้นเราให้ทำกิจกรรมถอดหมวก ให้ทุกคนถอดยศ ตำแหน่งอกไปเสียโดยให้เขียนใส่กระดาษแล้วใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ ทำเป็นพิธี เพื่อจะได้เป็นผู้เรียนเต็มที่ ยศ ตำแหน่งดังกล่าวคืนให้ในวันสุดท้าย เป็นที่น่าสังเกตว่าถอดยศ ตำแหน่งครั้งนี้เป็นการถอดที่ทั้งเป็นพิธีและก็ถอดกันจริงๆ(ในช่วงอบรม)เป็นพฤติกรรมที่น่าทึ่งมาก
ให้แต่คนทำกิจกรรมความคาดหวัง BAR ว่าคาดหวังอะไรจากการเข้ารับการอบรมครั้งนี้ เสร็จแล้วให้นำไปติดไว้ในบอร์ด สุ่มบางคนหยิบของตนเองมาพูดอธิบายขยายความให้สมาชิกฟัง แล้วนำไปติดไว้ที่เดิม ซึ่งความความหวังนี้จะให้สมาชิกตรวจสอบตนเองและปรับได้ทุกวันแล้วบอกกสมาชิกคนอื่น BAR และDAR ทำควบกันไปตลอดกิจกรรมนี้ก็เพื่อที่จะสื่อว่าเป้าหมายนั้นปรับได้เสมอ หวังมากไป หัวปลาใหญ่ไป ทำไม่ได้ ก็ให้ปรับลดลงมาได้ หากเล็กไป ง่ายไปก็เพิ่มได้เช่นกัน ฝึกให้ปรับเป้าหมายได้อย่างนี้เพื่อส่งสัญญาณงานที่ทำอยู่ว่าเป้าหมหายสามารถปรับได้
จากนั้นให้ดูวีซีดีครูใหญ่นักพัฒนาชาวเกาหลี ให้ดูโดยไม่ได้บอกโจทย์ว่าดูจบแล้วจะให้ทำกิจกรรมอะไร ที่ทำอย่างนี้ เหตุผลก็เพื่อให้สมาชิิกได้ดูทั่วๆไปในทุกส่วนของวีซีดี มิใช่ดูเฉพาะส่วนที่กำหนดโจทย์หรือประเด็นให้ดูเท่านั้น ละเลยในส่วนอื่นๆที่ควรดูไปเสีย อีกอย่างหนึ่งต้องการจะสังเกตพฤติกรรมการฟังอย่างลึกซึ้ง การจดบันทึก ฯลฯ ของสมาชิกไปด้วยในตัว
ดูวีซีดีครูใหญ่นักพัฒนาชาวเกาหลีีเสร็จแล้วก็ให้ทำใบงานที่หนึ่ง ประเด็นในใบงานคือ ทักษะความสามารถหรือสมรรถนะของครูใหญ่ที่ส่งผลให้งานสำเร็จได้มีทักษะใดบ้าง พร้อมให้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในหนังฉากหนังที่เป็นรายละเอียดมาประกอบด้วย ตั้งโจทย์แบบนี้เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรการอบรมที่มุ่งพัฒนาสมรรถนะคุณอำนวยในการจัดการ ความรู้ ว่าไปแล้ววีซีดีเรื่องนี้กำหนดโจทย์หรือประเด็นได้มากมาย เมื่อแต่ละคนเขียนของตนเองแล้ว ก็ให้เข้ากลุ่มย่อยอภิปรายกันในประเด็นเดิม เพื่อให้ตัวแทนออกมานำเสนอ
จากนั้นเมื่อดูหนังดูละคอนก็มาย้อนดูตัวสมาชิกเองว่าในงานที่ทำอยู่ตัวสมาชิกเองมีสมรรถนะตามบทบาท คุณอำนวยจัดการความรู้ 10 ข้อ ตามแบบประเมินที่เตรียมไปและแจกให้แต่ละคนมีความสามารถอยู่ในระดับใด คีย์ข้อมูลเข้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นจอให้เห็นเลยว่ารายกลุ่ม รายบุคคลระดับความสามารถโดยรวมและแต่ละข้ออยู่ระดับใด พล็อตกราฟให้เห็น
ให้ดูวีซีดีเรื่องที่สองขับเคลื่อนเครือข่าย KM ประเทศไทย ไม่กำหนดโจทย์และประเด็นล่วงหน้าอีกเช่นเคย(จุดมุ่งหมายก็อย่างเดียวกับเมื่อตอนให้ดูวีซีดีเร่ืองแรก) เมื่อจบวีซีดีก็ให้ทำใบงานที่สอง ประเด็นในใบงานที่สองนี้คือจากวีซีดีให้ท่านวิเคราะห์ตรวจสอบเป้าหมาย กระบวนการเรียนรู้ และคลังความรู้ ตามโมเดลปลาทูในหน่วยงานหรือองค์กรของท่าน ว่าคุณเอื้อ คุณอำนวย และคุณกิจ คุณลิิขิต ตัวละคอนแต่ละตัวแสดงบทบาทได้ขาดไหน และจะต้องปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างไรอีกบ้าง เน้นหนักในบทบาทของคุณอำนวยเป็นพิเศษ เมื่อต่างคนต่างเขียน ที่มาด้วยกันก็ให้เข้ากลุ่มอภิปรายกัน แลกเปลี่ยนกันในกลุ่มย่อย ยกเว้นที่มาคนเดียวที่เข้ากลุ่มกับใครไม่ได้
เมื่อได้ดูวีซีดีสองเรื่อง ได้อภิปรายแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มย่อยพอสมควรแล้ว แสดงว่าสมาชิกได้รู้เข้าใจบทบาทคุณอำนวยมากขึ้นแล้ว จากนั้นก็ให้ทดสอบซ้ำ ทำแบบประเมินสมรรถนะคุณอำนวยจัดการความรู้ 10 ข้อเดิม แล้วขึ้นคะแนนในจอให้เห็นโดยรวมและรายคนให้เห็นว่าใครยืนระดับความสามารถเหมือนเดิมหรือเปลี่ยนไปแล้ว พล็อตกราฟให้เห็น
จากนั้่นก็ให้สมาชิกที่ประเมินตนเองว่ามีสมรรถนะในบทบาทของคุณอำนวย ที่ได้คะแนนสูง ได้ออกมาทำหน้าที่คุณอำนวย ทั้งการระดมความคิดเห็นจากกลุ่ม การทำ MindMap ด้วยโปรแกรม mindmanager ขึ้นจอ LCD สาธิตและโชว์ความสามารถให้เพื่อนดู เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติไปพร้อมๆกัน
บางครั้งสมาชิกก็เรียกร้องทีมวิทยากรให้นำเสนอเนื้อหาKM อย่างที่เคยอบรมมาบ้าง น้องชายขอบซึ่งคาดการณ์ว่าจะต้องมีสิ่งนี้แน่่่อนซึ่งได้เตรียม PPt เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปด้วยก็ได้้นำเสนอไป 30 นาที เป็นการสนองศรัทธา ถ้าว่าตามความต้องการของทีมวิทยากรแล้วตั้งใจที่จะไม่บรรยายเลย
วันที่ 16 พ.ค.วันสุดท้ายของการอบรม 2 ชั่วโมงก่อนแยกย้ายกันกลับก็ได้มีการ AAR เริ่มจากผู้อาวุโสน้อยที่สุด จนถึงผู้อาวุโสมากที่สุด วิทยากร และผู้จัดการอบรม ผลการ AAR ขึ้นจอ LCD ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ mindmanager และขึ้นกระดาษชาร์ตให้เห็น ดูว่าจะมีการส่งตามให้สมาชิกทีหลัง
ให้ดูวีซีดี หลุมดำ KM เป็นกิจกรรมเนื้อหากิจกรรมสุดท้าย
ผมคิดว่าทั้งสมาชิกผู้เข้ารับการอบรม ผู้จัดการอบรมและวิทยากร เราต่างได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกันว่าในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำงานแบบ KM เราจะต้องปรับเปลี่ยนจากแนวทางที่เคยรู้และเคยทำมาอย่างไร สำหรับผม ผมคิดว่าเมื่อคว่ำตารางการอบรมแล้วเราจะต้องออกแบบการเรียนรู้ที่ปรับให้เป็นเป็นตามความต้องการของผู้เข้ารับการอบรม ให้มากที่สุด(แต่ไม่ใช่ทุกอย่างนะครับ) เปรียบเหมือนเปลี่ยนจุดศูนย์กลางหรือนิิวเคลียสของตัวอะมีบาอะไรประมาณนั้น ย้ายจุดศูนย์การหรือสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายตามบริบทที่เปลี่ยนไป นึกถึงความรู้วิชาวิทยาศาสตร์สมัยเมื่อเรียนระดับมัธยมศึกษาขึ้นมาพอดี
ด้วยวิธีการผสมผสานวิธีการสอนแบบไม่สอนอย่างนี้ เข้ากับการสอนแบบตั้งใจสอนบ้าง คงทำให้สมาชิกรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่จะต้องไปทำ อะไรคือสิ่งที่ไม่ควรทำต่อไป
บันทึกนี้ยาวไปแล้วครับ อาจจะต้องต่อบันทึกหน้าอีกสักบันทึก
ครูนง
น้องสิงห์ป่าสัก
วีซีดี "เสียงกู่จากครูใหญ่" ส่งให้ไวๆนี้ครับ อภินันทนาการจาก อ.ชายขอบ
อ.แอ๊ว
ครูนงค่ะ
เดินทางไปและกลับโดยสวัสดิภาพนะครับ อาจารย์พี่ “ครูนง” และพี่สาวผม อาจารย์นัยนาด้วย ยังไงเอาประสบการณ์มาบอกเล่าเก้าสิบกันด้วยแล้วกัน จะรออยู่ครับ หากได้หิมะและดอกซากุระ (แห้ง) มาฝากด้วยก็ยิ่งดีครับ
อ.แอ๊ว ครับ
ตื่นเต้นจังเจอพวกกันเอง แล้วจะเล่นอะไรดีหว่า
น้องชายขอบ น้องบ่าวที่นับถือ
ดีใจที่เข้ามาทิ้งร่องรอยไว้ อย่าลืมส่งอะไรให้น้องสิงห์ป่าสักด้วยนะ และกรุณาตรวจสอบอีเมล์ตนเองด้วย มีเรื่องปรึกษาจาก คห.ข้างบน