
กาลครั้งหนึ่ง..สอง...สาม.. มีกลุ่มของลูกกบตัวเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง มาร่วมกันจัดการแข่งขันเพื่อจะปีนขึ้นไปบนยอดเสาสูง (สูงพอๆ กับเสาไฟฟ้าแรงสูง)
มีกลุ่มชนชาวกบมากมายมารอชม และเชียร์การแข่งขันครั้งนี้
ปิ๊ด ! การแข่งขันเริ่มขึ้น..... พูดกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีชนชาวกบตัวใดเชื่อว่า เจ้ากบตัวเล็กๆ เหล่านั้นจะปีนขึ้นไปจนถึงยอดได้
มีเสียงพูดลอยมาให้ได้ยินว่า เป็นต้นว่า "เขาไม่ทางจะขึ้นไปถึงยอดได้หรอก มันยากลำบากขนาดนั้น" หรือ "เขาไม่มีทางจะประสบความสำเร็จหรอก เสามันสูงขนาดนั้น"
เจ้ากบตัวน้อยๆ เหล่านั้นก็เริ่มร่วงหล่นลงไปทีละตัวๆ .....
ยกเว้นเจ้ากบตัวหนึ่งซึ่งยังปีนอย่างมุ่งมั่น สูงขึ้น และ สูงขึ้น....
ฝูงกบข้างล่าง ก็เริ่มส่งเสียงตะโกน "มันยากเกินไป ไม่มีใครทำได้หรอก !"
กบส่วนใหญ่เริ่มเหนื่อย และยอมแพ้... แต่ยังมีเจ้ากบตัวนั้น ก็ยังตั้งหน้าตั้งตาปีนสูงขึ้น สูงขึ้นๆ....
เจ้ากบตัวนี้ไม่ยอมแพ้ !

เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน กบตัวอื่นยอมแพ้ที่จะปีนสู่ยอดเสาจนหมดสิ้น ยกเว้นกบตัวเล็กๆ ตัวนั้น ด้วยความพยายามอย่างสุดกำลังมันก็สามารถปีนขึ้นสู่ยอดเสาได้...
กบทุกๆ ตัวอยากรู้ว่า เจ้ากบตัวเล็กๆ ตัวนี้ทำได้อย่างไร? มันมีพลังในการปีนสู่ยอดเสาอันเป็นเป้าหมายจนประสบความสำเร็จได้อย่างไร?
เรื่องกลับกลายเป็นว่า "กบผู้ชนะตัวนั้นหูหนวก"
เรื่องนี้บอกให้รู้ว่า "อย่าฟังคำพูดในแง่ลบ หรือการมองในแง่ลบ จากคนอื่น ....เพราะเขาเหล่านั้นจะดึงพลังความฝัน และความปรารถนาในหัวใจคุณออกไป ! "
เพราะฉะนั้นตลอดเวลาขอให้เป็นคน คิดบวก และเหนือจากนั้น....
บางทีอาจต้องทำหูหนวกต่อคำพูดของผู้คนที่บอกว่า คุณไม่สามารถทำความฝันของคุณให้เป็นจริงได้ !
ให้คิดเสมอว่า "คุณสามารถทำมันสำเร็จได้"
เป็นไงคะ นิทานสนุกไหม
อ้อ_สคส.
สนุกมากค่ะ ดิฉันได้อ่านเรื่องคนแก่ และเด็ก จูงลาเดิน มาแล้ว จากบันทึกของท่านผู้หนึ่ง รู้สึกได้ข้อคิดเหมือนกัน ไม่ว่าเด็ก หรือคนแก่ จะเป็นผู้จูงลาเดินก็ถูกวิพากษ์ว่าอีกฝ่ายหนึ่งเอาเปรียบกัน ครั้นทั้งสองคนลงมาเดินและจูงลา ก็ถูกวิพากษ์อีกว่าไม่ฉลาด ดังนั้นหากมีจุดยืนเป็นของตน และหูหนวกบ้างก็คงจะดีนะคะ