คลังหักดิบหั่นมาตรการกู้ชีพอสังหา

นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่าได้พิจารณาแล้วว่ากระทรวงการคลังจะทำแต่เฉพาะในส่วนที่เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนเพื่อให้มีเงินอยู่ในกระเป๋าเพิ่มขึ้น โดยจะพิจารณาเพิ่มค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านจากปีละ 50,000 บาท เป็น 70,000 บาท หรือ 100,000 บาท และเพิ่มหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากที่หักลดหย่อนได้ 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท จะพิจารณาปรับเพิ่มเป็น 100,000 บาท   ส่วนการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองจาก 2% เหลือ 0.01% และภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ลงมาเหลือ 0.11% นั้น จะไม่มีการพิจารณา เพราะจะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดรายได้ ขณะเดียวกัน ภาษีธุรกิจเฉพาะนั้นผู้ได้ประโยชน์คือผู้ขายไม่ใช่ประชาชน ที่ผ่านมากระทรวงการคลังไม่เคยบอกว่าจะลดอัตราภาษี มีแต่ข่าวว่าจะลดกันเอง เพราะกระทรวงการคลังต้องพิจารณาว่าฐานะการเงินในปัจจุบันเป็นอย่างไร และที่ผ่านมากระทรวงการคลังก็เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณ จนทำให้ขาดดุล
เงินสดในปริมาณที่สูงกว่าเป้าหมายอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้าจะเชิญกรมสรรพากรมาหารือเกี่ยวกับการเพิ่มค่าใช้จ่ายลดหย่อนข้างต้นอีกครั้ง
สำหรับการพิจารณาภาษีอีโคคาร์ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วและจะนำเสนอ ครม. ในสิ้นเดือนนี้ โดยโครงสร้างภาษีสรรพสามิตอีโคคาร์ที่จะเป็นอัตราเดียว ไม่มีขั้นบันได และจะมีการปรับปรุงขนาดซีซีจากที่บีโอไอกำหนดไว้ต้องเป็นรถต่ำกว่า 1000 ซีซี แต่จะเป็นเท่าไหร่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยังคงยึดหลักต้องเป็นรถประหยัดพลังงานที่กินน้ำมัน 20 กม. ใช้น้ำมัน 1 ลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รมว.คลังยังกล่าวถึงกรณีที่จีนได้ขยายส่วนต่างการเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนจากไม่เกิน3% เป็น 5% นั้น เป็นทิศทางของค่าเงินในภูมิภาค เพราะจะทำให้เงินหยวนได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของ
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มากขึ้น จากเดิมที่กลุ่มประเทศในอาเซียนได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก จึงทำให้เงินในภูมิภาคนี้
แข็งค่าขึ้นรวมทั้งไทยด้วย  
เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทยคงจะจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว
ไทยรัฐ 19 พ.ค. 50