คืนไหนเฮงได้ปลามาเต็มข้อง ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ต้นทุนธรรมชาติเอื้ออาทรเราทุกอย่าง แต่..ตอนกลับมานอนรอบดึกต้องระวัง.. นอนไหนก็นอนได้ อย่านอนใกล้คนหลายใจก็แล้วกัน..

 

ฝนตกพรำๆทำให้พื้นที่ป่าชุ่มโชกและชุ่มชื้น แมลงยอดขยันอย่างปลวกขยายรังกันใหญ่ จอมปลวกเล็กๆมาโผล่ข้างบ้าน กลางคืนแมลงเม่าไม่รู้กี่แสนกี่ล้านตัวบินว่อนออกไปหาแสงไฟ ทำไมชอบไฟนักก็ไม่รู้สินะ แทนที่จะบินหลบไปอยู่ที่มืดๆ มีเดตกันในที่สว่างโล่งโจ้ง แสดงความรักแบบเปิดเผย รักใครชอบใครก็ออกมาบินฉวัดเฉวียงแล้วก็ตกลงมากองกันที่พื้น สักพักปีกก็หลุดออก แมลงมีวิธีปลดล็อคปีกที่มีประสิทธิภาพมาก พอปีกหายก็วิ่งจู๊ดหาคู่ที่รู้ใจ ต่อหัวต่อท้ายวิ่งโค้งไปโค้งมา จีบกันแบบนี้น่าเวียนหัวพิลึก  

ผมอยู่บ้านป่า จะเห็นแมลงเม่ามารวมหมู่เล่นแสงไฟนีออน ทำให้คิดถึงเพลงลูกทุ่งที่ว่า..ค่ำนี้น้องนอน ใต้แสงนีออนกับใคร..เอ๊ะมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยเล่า ..แมลงเป็นอาหารปลา ไก่ ชั้นเยี่ยม ทั้งเนื้อทั้งตัวมีโปรตีนไขมันเพียบ บ่อปลาหน้าบ้านมีแมลงเม่าบินตกลงไปให้ปลาดุก ปลาแรด ปลาบึก ขึ้นมาฮุบเสียงดัง นานๆจะมีอาหารอร่อยจึงมะรุมมะตุ้มวนเวียนอยู่ใต้แสงไฟ ตัวไหนตกลงไปก็แย่งกันแบบใครดีใครได้ ปลาพวกนี้ยังไม่รู้ระบบแจกบัตรคิว แมลงตกไปใกล้ตัวไหนตัวนั้นก็มีโอกาสมากกว่าเพื่อน ยังมีพวก กบ เขียด อึ่งอ่าง คางคก ยกขบวนมากินแมลงเม่าจนท้องปริ 

    

(หมูเหมายซานนอนเอาใบหูใหญ่ปิดหูปิดตา ไก่พาลูกคุ้ยหาแมลงในคอกวัว) 

ไก่ชอบแมลงทุกชนิดอยู่แล้ว แม่ไก่หลายตัวชวนลูกรอกินแมลงทุกค่ำคืน จนติดเป็นนิสัยนอนดึก หากินค่อนคืน ถ้าคืนไหมแมลงแน่นท้องก็จำยอมนอนเร็วหน่อย ไม่ชวนลูกไล่วิ่งจิกแมลงไม่เป็นเวล่ำเวลา แม้แต่นกกระจอกเทศก็ชอบกินแมลงเม่า ลูกหมูเหมยซานก็ไม่เว้น ทำปากจุ๊บๆไล่กินแมลงเม่าเหมือนกัน ช่วงนี้ปลา ไก่ หมู ได้อาหารเลิศรสที่สวรรค์ส่งมาให้ทางอากาศ แต่ถ้าไม่มีแสงไฟนีนอน แมลงก็คงไม่บินมามากมายอย่างนี้  แสดงว่าเทคโนโลยี ทำให้วงจรแมลงเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกัน 

ชาวชนบทเก็บแมลงเม่ามาคั่วกิน  เขาจะเอาแมลงมาคั่วไฟอ่อนๆ คั่วพลิกไปพลิกมาจนปีกร่วงหลุดออก พอสุกกรอบตัวแมลงที่คั่วจะลีบเล็กลง เขาจะไปร่อนเอาเศษปีกออก เอาเกลือโรย แค่นี้ก็ได้อาหารว่างกลิ่นหอมแสนโอชะเคี๊ยวกรุ๊ปๆเพลินดีเหมือนกัน  

ชาวบ้านมีภูมิปัญญาอยู่อาศัยธรรมชาติอย่างกลมกลืน รู้ว่าฤดูไหนจะไปหาอาหารมาจากแหล่งใด ช่วงฝนพ่อครัวหัวป่าก์จะมีเมนูเด็ดเยอะแยะ เช่น ต้มยำต้มไก่บ้าน ต้มโค้งกบ ต้มแซบอึ่งอ่าง เขียดทอดกรอบ แกงซุปหน่อไม้ แกงเห็ด แกงอ่อมผักพื้นบ้าน ผักลวกจิ้มน้ำพริกขี้กา ซู๊ดซาดอร่อยจนพุงขยาย เป็นช่วงที่มีวิถีชีวิตแบบพอเพียงได้ไม่ยากนัก ถ้ารู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม อยู่ง่าย กินง่ายใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่สร้างเงื่อนไขให้กับตัวเอง มันก็พอปะทะปะทัง ไม่อยู่แบบซังกะตายเท่าไหร่นักหรอก 

สมัยที่ผมทำนา ชอบมากเลยในช่วงฤดูฝน บางทีเราต้องไปนอนในนา เพื่อคอยดูน้ำหลากจะมาทำลายคันนาพัง ต้องดูแลประคับประคองเปิด-ปิดทางน้ำ จึงต้องชวนคนรู้ใจไปนอนเป็นเพื่อนในเถียงนา ท่ามกลางฝนตกพรำๆ ฟังเสียงดนตรีจากท้องทุ่ง กบเขียดแมลงต่างบรรเลงเพลงสวรรค์เซ็งแซ่

ตอนหัวค่ำปักเบ็ดใส่ลอบดักปลาไว้ นับเป็นสิ่งจูงใจที่ดีมาก ตื่นกลางดึกออกไปเดินสำรวจระดับน้ำ ตรวจเบ็ดไปด้วย ยกลอบไปด้วย เข้าภาษิตเปี๊ยบเลย "ใส่ลอบให้หมั่นกู้ เจ้าชู้ให้หมั่นเกี๊ยว" คืนไหนเฮงได้ปลามาเต็มข้อง ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ต้นทุนธรรมชาติเอื้ออาทรเราทุกอย่าง แต่..ตอนกลับมานอนรอบดึกต้องระวัง.. นอนไหนก็นอนได้ อย่านอนใกล้คนหลายใจก็แล้วกัน..