คนในราชการหากดำเนินชีวิต ตามพระราชดำรัสและพระราชดำริแล้วจะทุจริตด้วยตนเองได้โดยยาก

ประเทศไทยเรามีชื่อเสียงในด้านดีหลายประการ แต่สิ่งที่เสียดแทงใจให้เจ็บ(ลึกบ้างตื้นบ้างตามเหตุการณ์) ก็คือคำปรามาสของคนบ้านเมืองอื่นว่าคนไทยมีอุปนิสัย ทุจริต ประพฤติมิชอบ เรียกง่ายๆ ว่า ขี้โกง หรือ ขี้ฉ้อ (ดูตรงประเด็นดีกว่า คอรับชั่น) กันมาก ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน หรือแม้กระทั่งภาคประชาชน NGOs ก็โกงกันเห็นๆ ในภาคราชการ ปัญหาทุจริต ประพฤติมิชอบดูจะเกือบเป็นเนื้อเดียวกับระบบราชการเสียแล้ว

รัฐบาลหลายชุดต่างก็ออกนโยบายต่างๆ เพื่อ(ทำท่า) ป้องกันเรื่องเหล่านี้ ส่วนราชการเองก็(ทำท่า)ออกมาตรการมายุบยับเพื่อการนี้เช่นกัน(อีก) หากแต่การทุจริตก็หาได้เบาบางลงไปไม่

อย่างไรก็ดี ความพยายามของหลายฝ่าย โดยเฉพาะ สำนักงาน ก.พ. ที่ดูแลกำลังพลที่เป็นข้าราชการพลเรือน(ส่วนใหญ่) ก็ได้เสนอมาตรการทางคุณธรรมและจริยธรรมเพื่อเสริมสร้างการสร้างราชการไทยให้ใสสะอาด(ขึ้น?) ให้ส่วนราชการต่างๆ ได้นำไปเป็นแนวทางปฏิบัติ

สำนักงาน ก.พ. แถลงถึงเหตุผลที่ต้องมีการส่งเสริมหรือเสริมสร้างมาตรการทางคุณธรรมและจริยธรรมในภาคราชการ ก็เพื่อ

- ลดและปิดโอกาสการทุจริตและประพฤติมิชอบ

- สร้างจิตสำนึกในการประพฤติชอบ ให้ยึดมั่นในหลักศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณ(ผมสงสัยว่าทำไมต้องใส่บรรณ น่าจะใช้จรรยาวิชาชีพ หรือจรรยาวัตร หรืออื่นๆ เพราะจรรยาถ้ามีบรรณ ก็หมายถึง จรรยาของคนที่เขียนหนังสือ หรือ ใช้กันจนกลายเป็นความหมายกลางของคนทุกคนในสังคมแล้ว?)

- สร้างความเชื่อมั่น ศรัทธา และไว้วางใจให้กับประชาชน

อ่าน(ฟัง) แล้ว "ดูดี" จัง ผมว่าไม่ต้องมีมาตรการออกมามากมายหรอกครับ ถ้าข้าราชการยึดในพระราชดำรัส และพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แค่ 2 ประการ ดังนี้

ข้อ 1  ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เป็นผู้มีจิตสำนึกและความตระหนักรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตส่วนตัวและชีวิตการงานตามรอยพระยุคลบาท ปลูกฝังให้ตนเองและครอบครัวปฏิบัติตนตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 4 ประการ  ได้แก่

๑)  คิด พูด ทำ ด้วยความเมตตามุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน

๒) ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์กันให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตนเองแก่ผู้อื่น  และแก่ประเทศชาติ

๓) ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริตในกฎกติกาและระเบียบแบบแผน โดยเท่าเทียมเสมอกัน

๔) พยายามทำความคิดความเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรง และมั่นคงอยู่ในเหตุผล

ข้อ 2  ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เป็นผู้มีจิตสำนึกและความตระหนักรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตส่วนตัวและชีวิตการงานตามรอยพระยุคลบาท ปลูกฝังให้ตนเองและครอบครัวปฏิบัติตนตามพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในหลัก  3 ประการ และ 2 เงื่อนไข  ได้แก่         

ประการที่หนึ่ง  ความมีเหตุผล ไม่ใช้กิเลสตัณหาเป็นเครื่องนำทางการดำเนินชีวิต ต้องมีความกล้าหาญเพียงพอที่จะเลือกแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องเป็นธรรม ไม่จำเป็นต้องตามกระแสโลก

ประการที่สอง ความพอประมาณ คือตรวจสอบศักยภาพของตนเอง พิจารณาฐานของตนเอง ให้มีความเข้มแข็งก่อนที่จะประกอบกิจการงาน หรือดำเนินการพัฒนา

ประการที่สาม มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี คือการมีวิสัยทัศน์ในการดำรงชีวิต หรือประกอบกิจใดๆ ด้วยการพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างอย่างรอบคอบถี่ถ้วน 

ภายใต้เงื่อนไข

มีคุณธรรม คือ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีสติปัญญา ขยันอดทน รู้จักแบ่งปัน และ

มีความรู้ คือมีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง

ไม่ต้องคิดมาก ทำตามรอยเบื้องพระยุคลบาทให้ได้ตามพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 9  มิถุนายน 2549 และพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กันทุกผู้ทุกคน ปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบหมดไปแน่นอน