เล่าเรื่องไปประชุมที่กรุงเทพฯ

ผู้เขียนเคยนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาหลายครั้ง ตอนอยู่กรุงเทพฯ เมื่อหลายปีก่อน แต่เรือด่วนในคลองแสนแสบยังไม่เคยนั่ง... จึงสมัครใจมากับหลวงพี่ในตอนเย็นวันนี้ (๑๘พ.ค.) เพื่อทัศนศึกษากรุงเทพฯ อีกจุดหนึ่ง....

เรือด่วนคลองแสนแสบ ขึ้นลงยาก เพราะพื้นภายในเรืออยู่ต่ำลงไปจากแคมเรือมาก... ขณะที่กราบเรือค่อนข้างสูง และมิได้ทำเป็นชั้นๆ ทำนองขั้นบันไดไว้... ข้างๆ กราบเรือทั้งสองด้านจะมีผ้ายางขึ้งไว้สูงเพื่อป้องกันน้ำกระเด็นหรือกระฉูดเข้ามาโดนผู้โดยสาร ซึ่งสามารถเยียบได้เมื่อจะขึ้นหรือลงเรือ ... ตอนลงเรือ ผู้เขียนเกือบจะล้มลง แต่ก็บังคับตัวเองไว้ได้ คงจะเป็นเพราะผู้เขียนคุ้นเคยกับเรือมาตั้งแต่เล็กๆ หรือโชคดีก็ไม่แน่....

ช่วงนั้น ยังไม่ถึงบ่ายสี่โมงเย็น ดังนั้น ผู้โดยสารจึงค่อนข้างน้อย จึงเป็นที่สะดวกสำหรับพระคุณเจ้าสองรูป... น้ำคลองแสนแสบดำสนิท สองข้างลำคลองล้วนมีแต่ตึกสูงๆ (ผู้เขียนก็สำรวจดูไปเรื่อยๆ ขณะเรือแล่นไป)... เมื่อเรือแล่นไปได้ระยะหนึ่งก็หมดระยะ จึงต้องขึ้นจากเรือลำเดิมแล้วก็เดินไปลงเรืออีกลำเพื่อเดินทางต่อไป...

เรือลำใหม่แล่นมาได้ระยะหนึ่ง ก็เบาเครื่อง และแล่นช้าๆ... ผู้เขียนไม่ทราบสาเหตุ แต่หลวงพี่อีกรูปบอกว่า เขตพระตำหนักเลอดิส ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพี่นางเธอฯ เรือทุกลำต้องชะลอเครื่องและแล่นช้าๆ... ผู้เขียนก็สังเกตว่าเรือที่แล่นสวนมาก็แล่นช้าๆ เหมือนกัน... พอพ้นเขตฯ เรือก็เร่งเครื่องเหมือนเดิม...

มาขึ้นเรือด่วนที่ท่าข้างวัดสระเกษหรือภูเขาทอง... ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับวัดราชนัดดาฯ ผู้เขียนจึงถือโอกาสจะไปเยี่ยมเพื่อนสหธรรมิก แต่หลวงพี่อีกรูปไม่ไป จึงแยกกันที่นั้น.... ผู้เขียนก็เดินมายังวัดราชนัดดาฯ เพื่อเยี่ยมท่านมหาจารุวัฒน์ ผู้เป็นทั้งเพื่อนและลูกศิษย์...

.........

พระมหาจารุวัฒน์ อายุน้อยกว่าผู้เขียนเพียง ๒-๓ ปี จึงนับเป็นเพื่อน แต่ท่านเพิ่งบวชได้ไม่นานนัก นับถือผู้เขียนเป็นอาจารย์ จึงอาจกล่าวได้ว่าท่านเป็นทั้งเพื่อนและศิษย์ของผู้เขียน... ท่านมหาจารุวัฒน์ บวชเพียง ๖ พรรษาก็สอบบาลีได้ ๖ ประโยค จึงมาอยู่กรุงเทพฯ ขณะนี้เป็นครูสอนบาลีและเป็นนักเรียน ป.ธ. ๙ อยู่ด้วย.. วันนี้มีโอกาสจึงได้มาเยี่ยม...

หลังจากเจอท่านแล้ว ผู้เขียนก็นั่งเล่นเน็ต ติดต่อกับคุณโยม Conductor  เล็กน้อย... ส่วนท่านมหาฯ ก็ขอตัวไปสอนหนังสือรอบค่ำ... กลับมาก็คุยสอบถามทุกข์สุขกันอีกเล็กน้อย ผู้เขียนก็นั่งแท๊กซี่กลับมาวัดมหาธาตุ ประมาณ สามทุ่ม...

.......

เมื่อนั่งแท๊กซี่ คนขับก็ถามว่า ลงไหน ? เมื่อผู้เขียนบอกว่าวัดมหาธาตุ... เค้าก็ไม่กดมิเตอร์ ... สงสัยจึงถาม... เค้าบอกว่า แล้วแต่หลวงพี่จะให้ก็แล้วกัน และก็บ่นว่า ตีรถด่วนมาจากบางนา ยังไม่ได้ผู้โดยสารเลย ช่วงนี้ไม่ค่อยมีผู้โดยสาร หากินยากส์ ประมาณนั้น...

ผู้เขียนคิดว่าจะให้ค่ารถสัก ๔๐ หรือ ๕๐ บาท แต่มีแต่ใบละพัน (ไม่มีใบย่อยเลย) จึงส่งให้พลางถามว่า จะเอาเท่าไหร่... เค้าก็บอกว่า ไม่มีทอนเลย ถวายหลวงพี่ก็แล้วกัน แล้วก็ทำท่าจะออกรถไป... ผู้เขียนว่าเดียว! แล้วลองค้นหาอีกครั้ง เจอใบ ๒๐ อยู่หนึ่งใบก็ส่งให้... เค้าก็รับไป ยกมือไหว้ ทำท่าจะออกรถอีกครั้ง... ผู้เขียนนึกขึ้นได้ว่า มีพระหลวงพ่อทวดอยู่องค์หนึ่ง เพิ่งได้มาจากสตูลเมื่อวันก่อน และติดย่ามอยู่ จึงให้หลวงพ่อทวดอีกองค์ เป็นค่ารถ....เค้าไหว้งามๆ อีกครั้งก็ออกรถไป....

เดินเข้ามาภายในวัด ภายในใจก็คิด 

  • ๒๐ บาท + หลวงพ่อทวด

เรื่องนี้ นำมาเล่าในโกทูโนได้...โดยประการฉะนี้