บางครั้งความสำเร็จก็ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการลงทุนสูงๆเสมอไป

         เวลาจะวางแผนหรือคิดดำเนินการเรื่องใดก็ตาม เรามักจะให้ความสำคัญกับงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ก็คือเรื่องทรัพยากรที่เป็นปัจจัยเบื้องต้นนั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้ก็คงไม่ผิด เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง แต่เวลาวางแผนดำเนินการเราเคยคิดถึงเรื่องประสิทธิภาพ(ความประหยัด คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด) และประสิทธิผล(ผลลัพท์เทียบกับวัตุถุประสงค์/เป้าหมาย)กันมากน้อยเพียงใด
        เวลาจะ
ลงทุนทำธุรกิจอะไรสักอย่างคนไทยเราเป็นจำนวนมาก มักจะเริ่มจากสร้างอาคารสถานที่ตกแต่งให้หรูหรา เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ เอาหน้าตาไว้ก่อน(หน่วยงานราชการก็ทำเช่นนี้) แต่คนจีนเขาเริ่มจากติดดิน สู้งานและคิดพัฒนาช่องทางอาชีพให้ก้าวหน้ามากขึ้น พอรวยแล้วจึงไปอยู่ตึก
       การจะทำอะไรสักอย่าง บางครั้ง
ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงๆเสมอไป ไม่ต้องใช้สื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัย แต่ขึ้นอยู่กับการคิดเชิงกลยุทธ์ตามสภาพบริบทที่เป็นอยู่ ดังเช่นเรื่องเล่าต่อไปนี้
      มี
นักการภารโรงคนหนึ่งต้องทำหน้าที่ดูแลความสะอาดบริเวณโรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีต้นไม้ร่มรื่นทั่วทั้งบริเวณ ทุกวันแค่กวาดใบไม้ที่ร่วงลงมาทุกวัน เขาก็แทบไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว
วันหนึ่งภารโรงคนนี้รู้สึกเหนื่อยมาก จึงนั่งพัก ปล่อยจิตให้ว่างแล้วคิดหา
กลวิธีลดการใช้แรงงานกวาดใบไม้ลง
        และแล้วเขาก็คิดออก เพราะเขาสังเกตว่าใบไม้ก่อนที่จะร่วงลงมามันจะมีใบแก่และเหลืองก่อน เวลาจะร่วงลงมาก็ไม่ได้ร่วงลงมาครั้งเดียว แต่จะทยอยร่วงลงมาให้เป็นภาระที่เขาต้องกวาดทุกวัน
คิดเช่นนั้นแล้วเขาจึงปีนขึ้นไปบนต้นไม้ทีละต้นแล้วเขย่าให้ใบไม้ที่แก่ร่วงลงมาให้หมดทุกต้น แล้วเขาก็ลงมือกวาดครั้งเดียว ปรากฏว่าหลังจากนั้น 5-6 วัน เขาไม่ต้องกวาดใบไม้ให้เหนื่อยอีกเลย  และมีเวลาว่างไปทำงานอื่นๆที่จำเป็นได้อีกหลายเรื่อง
        นี่แหละคือ
การคิดเชิงกลยุทธ์โดยไม่ต้องลงทุนจ้างคนงานเพิ่ม หรือต้องใช้งบประมาณวัสดุอุปกรณ์ใดใด จะเรียกว่าเป็น นวัตกรรม หรือ Best Practice ของภารโรงคนนี้ก็ได้
       และเขาน่าจะขึ้นชื่อได้ว่า "ผู้นำการเปลี่ยนแปลง"ได้อย่างแท้จริง