ต่างคนหลากสไตล์ หากเราเข้าใจก็จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น

วันที่ 17 พฤษภาคม 2550

วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น ทั้งดีและไม่ค่อยดี เอาเรื่องไม่ค่อยดีก่อนก็แล้วกัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพื่อน fellow ที่มาจาก Philippine กำลังจะหมดความอดทนที่จะเรียนที่นี่ ทั้งนี้ก็เพราะว่าเธอเครียดและทนความกดดันไม่ไหว Dr Arther ทำให้เธอเป็นเช่นนี้ ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ มันเริ่มเกิดความเครียดมากขึ้นตั้งแต่เขากลับมาจากอังกฤษ แล้วอยากจะวางระบบการเรียนการสอนที่นี่ใหม่ ระบบมันก็เลยเริ่มรวน ตอนเย็นเธอจึงไปคุยกับคุณครูหาญ (Dr Han) เพื่อจะขอเปลี่ยนโปรมแกรมการเรียนไปเป็น minimal invasive surgery แทน คุยกันอยู่นาน คุณครูก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และสอนให้เธออดทน ครูหาญจะเป็นคนเดียวเท่านั้นที่ดูแลและรับผิดชอบการเรียนของพวกเรา เธอจะขอดูต่อไปอีก 1 สัปดาห์ หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะออกทันที หลังจากนั้นคุณพี่สุกี้ (Shukiman) ก็พาพวกเราประชุมกลุ่มย่อยต่ออีก ภาษาบ้านเราเรียกการประชุมชนิดนี้ว่า นินทา </p> พี่สุกี้บอกว่า ที่นี่ (ผมหมายถึงใน KKH) หน่วยนี้มีความสับสนที่สุดแล้ว เพราะครูหาญทำอย่างหนึ่ง ครูลีทำอย่างหนึ่ง เราจะแตกสไตล์เขาไม่ได้เลย เราจึงมีหน้าที่ต้องมาเรียนความแตกต่าง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>อันนี้เห็นด้วยเป็นที่สุดครับ การเรียนนั้นเราสามารถอ่านหนังสือได้ทุกคน ใครอ่านมาก จำเก่ง ก็ถือว่าเรียนเก่ง เราสามารถมาที่นี่ได้ก็ถือว่าเก่งและเฮง พวกเราต่างก็เรียนจบสูตินรีเวชกันมาทั้งนั้นแล้ว ความสามารถในการผ่าตัดต่างๆก็ทำได้ระดับหนึ่ง แต่เรามาที่นี่เพื่อเรียนการดูแลผู้ป่วยอีกอย่างหนึ่งที่เราไม่คุ้นเคย หนังสือคู่มือการผ่าตัดมีให้อ่านแน่ๆ แต่ฝีมือการผ่าตัดคงหาคนสอนไม่ได้อีกแล้ว เราจึงต้องเรียนรู้จากครูทั้ง 2 คน เพื่อดูความแตกต่าง แล้วประยุกต์ใช้กับตัวเรา อันนี้คุ้นๆครับ เหมือนกับเราเคยสอนลูกศิษย์เรามาก่อนเลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ข้อคิดอีกอย่างหนึ่งที่ได้จากการประชุมกลุ่มย่อยคือ เราได้ทาบว่าคุณครูทั้ง 2 คนมักจะหงุดหงิดหากลูกศิษย์ทำไม่ถูกใจ หมายความว่าหากใครไม่ทำตามความคุ้นเคยของท่าน เดี๋ยวมีปัญหา เช่นว่า สำหรับครูท่านนี้ เราต้องสั่งยาแบบนี้ หากเราเอาแบบครูอีกคนมาใช้ เดี๋ยวสวย พาลให้นึกถึงลูกศิษย์ที่เป็นแพทย์ใช้ทุนแพทย์ประจำบ้าน ที่ต้องคอยโอ้โลมปฏิโลมอาจารย์แพทย์ไม่ให้ท่านหงุดหงิด บางคนต้องการอย่างหนึ่ง แต่อีกคนต้องการอย่างหนึ่ง เราทำตามคนนี้ก็จะไปกระทบกับอีกคนหนึ่ง แต่เวลาโดนด่า เราโดน สำหรับตัวผมไม่เคยทำพฤติกรรมอย่างนี้ต่อลูกศิษย์ แต่ก็เคยเห็นลูกศิษย์น้ำตาไหลมาแล้ว พอได้เจอแบบนี้บ้างก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นไปอีก ชีวิตมันก็แค่นี้แหละหนอ ชีวิตมีเรื่องต้องให้เครียดมากกว่านี้อีกมากมาย หน้าที่ของเราคือการอดทน อดกลั้น และทำงานต่อไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ข้อคิดที่น่าสนใจอีกเรื่องก็คือ การได้ไปเรียนต่อที่เมืองนอก ไม่ได้บอกให้คนทั่วไปทราบหรอกว่า เราเก่งแค่ไหน อย่างผมมาที่นี่ หากไม่ได้ฝึกผ่าตัดเลยก็กลับไปทำงานไม่ได้ รู้แต่ทำไม่เป็น เสียเงินเปล่าๆ ทำไมจึงเขียนอย่างนี้รู้ไหมครับ ก็เนื่องจากวันอังคารที่ผ่านมาที่มีประชุมในหน่วยตอนบ่าย ที่คุณอาเธอ (Dr Arther) บรรยายว่าเธอไปทำอะไรที่อังกฤษบ้าง เธอไปอยู่กับ Linda Cardozo ผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก แต่เชื่อหรือไม่ว่าคุณอาเธอไม่ได้ผ่าตัดเลย เนื่องจากเขามีลูกศิษย์มากมาย ลูกศิษย์ส่วนใหญ่จึงได้ผ่าตัดน้อยมาก อีกทั้งที่นี่เป็นศูนย์ที่ทำวิจัยมาก การดูแลคนไข้จึงน้อยกว่าที่ KKH มากเช่นเดียวกัน ดังนั้นกลับมาได้ 1 เดือนนี้ จึงต้องมาฝึกผ่าตัดใหม่เกือบหมด แบบว่าคุณพี่สุกี้เก่งกว่าว่างั้นเถอะ ที่รู้ได้เพราะว่าวันนี้ผมต้องเข้าห้องผ่าตัดไงครับ ตอนที่ประชุมคุณครูหาญยังบอกเลยว่า พวกเราน่าจะได้ผ่าตัดมากกว่ามาก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>เรื่องที่ดีที่จะบันทึกไว้ในวันนี้ก็คือ ได้เข้าช่วยผ่าตัดส่องกล้องกับหมอที่นี่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ ระบบที่นี่ก็คือว่า ไม่ว่าใครจะเป็นหมอเจ้าของไข้(คนไข้ฝากพิเศษ) แต่หากต้องทำการผ่าตัดทางด้านที่ตัวเองไม่ถนัด เขาจะเชิญคนที่เก่งมาทำ แล้วตัวเองดูคนไข้หลังผ่าตัดเอง เช่น ครูหาญมีคนไข้พิเศษมาผ่าตัดส่องกล้องตัดเนื้องอกมดลูก เขาทำไม่เป็น แต่จะเรียกหมอที่ชำนาญด้านนี้มาทำ เงินแบ่งกัน (ผมไม่รู้ว่าแบ่งกันเท่าไหร่ ไม่มีการเกี่ยว เพราะใครทำใครก็ได้เงินไป) หมอที่เข้ามาทำวันนี้เป็นสาว น่าจะรุ่นเดียวกับผม แต่เธอเก่งชะมัดเลย ผมเองยังไม่เคยทำการผ่าตัดก้อนมดลูกผ่านกล้องเลย ด้วย</p>อุปกรณ์ที่ดีกว่า ทันสมัยกว่าอย่างมาก การผ่าตัดจึงทำได้อย่างรวดเร็ว ทำคนเดียว ผู้ช่วยแค่ถือกล้อง และผมคอยโยกมดลูกด้านล่าง ประทับใจจริงๆครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>การผ่าตัดผ่านกล้องของ ม.อ.น่าจะไปไกลกว่านี้ หากเรามีเครื่องมือที่ดี มีคนมาฝึกงานดูงานในที่ที่เขามีการผ่าตัดทุกวัน แต่สถานการณ์ด้านการเงินแบบประเทศไทย ผมว่ามันคงยังอีกนาน แต่จะว่าไปแล้ว ภายใต้ความขัดสน มันน่าจะมีผลดีบางอย่างซ่อนอยู่ ผมเคยรู้จักหมออินเดียคนหนึ่งที่ทำงานด้านผ่าตัดผ่านกล้อง อารามที่ประเทศเขาก็มีเงินน้อย ไม่มีปัญญาซื้อเครื่องมามาใช้ได้ เขาจึงอาศัยความขัดสนนี้พัฒนาเครื่องมือมาใช้เอง แถมยังขายสิทธิบัตรให้ต่างชาติอีก จนมีเครื่องมือชุดของเขาเองขึ้นมาในบริษัท Storzแล้วมีคนอื่นใช้ของเขาด้วย ไม่ไกลจากที่ผมอยู่ อาจารย์หเทิญก็ใช้วิธีเดียวกันในการพัฒนาเครื่องมือ จนได้สิทธิบัตรกับเขาเหมือนกัน