อนุทินล่าสุด


ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

แม่เล่าว่า

บ้านเราที่สุราษฎร์ฯสร้างด้วยเงินราว 18,000 กว่าบาท

ค่าจ้างลุงเขยมาสร้าง 2000 บาท

ค่าหลังคา 1200 บาท

ค่าไม้ 3000 บาท

ที่เหลือก็เป็นค่าวัสดุต่างๆ

ปล. พ่อจนครับ เสาเอกใช้เหล็ก 3 เส้น หล่อเอง

 



ความเห็น (2)

คงสร้างเพื่อใช้เป็นที่อาศัยอยู่ อย่างพอเพียง ใช่มั้ยคะ;P

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

Just to say Hello! How are things going? I have been very busy. Today I just feel like to visit your block.It made me smile alone when I read some stories you wrote in your block. It's great! Keep writing. Maybe you could write a book. Isn't it a good idea?

Please say Hi to everyone for me.

Cheers,

P'Su



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณน่ะค่ะ ที่ตอบ mail ดิฉันอยากรู้จัก โรงเรียนอนุบาลนกฮูก น่ะค่ะ ไม่ทราบว่ามีข้อมูลให้บ้างไหมค่ะ ค่าเทอมเท่าไหร่ค่ะ โรงเรียนเค้าคงดีแน่ ๆ เลย เห็นมีทั้งลูกคุณหมอ ลูกเภสัชฯ ไปเรียนกันทั้งนั้น อยากให้ลูกได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีน่ะค่ะ
.....................................................................................
ค่าเทอมสำหรับอนุบาล เทอมละ 22472 ครับ รับเด็กไม่เกินปีละ 20 คนเท่านั้น
จะเข้าระหว่างปีก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอนุบาล 1 เสมอไป
แนะนำว่า อยากให้ลูกเรียนที่ไหน เราต้องไปคุย ไปดู มากๆครับ ต้องให้ตรงจริตเราครับ
โรงเรียนนี้สอนน้อย เล่นมาก พวกหมอจึงเอาลูกไปเรียนครับ
เบื่อไอ้พวกโรงเรียนที่ชอบให้เรียนมากๆ การบ้านเยอะๆ ตัดผมถึงติ่งหู มาโรงเรียนตรงเวลาเป๊ะ
จริตผมค่อนข้างขบถหน่อยๆครับ จึงไปอยู่ที่โรงเรียนนี้ได้
.......................................................................................
สวัสดีค่ะ คุณธนพันธ์
คงไม่เป็นการรบกวนน่ะค่ะ ที่ดิฉัน mail มาคุยและขอคำปรึกษาน่ะค่ะ
ตอนนี้ดิฉันตัดสินใจแน่วแน่แล้วค่ะ  ว่าปีการศึกษานี้คงไม่ให้ลูกสาวไปโรงเรียน
ดิฉันจะเลี้ยงแกเอง  เพราะถ้าหากจะพูดว่าสอน ก็คงไม่ต่างกับโรงเรียนที่ต้อง เข้มงวด ให้เด็กหัวฟู กลับบ้านทุึกวัน
เพราะก่อนหน้านี้ดิฉันจะบังคับให้แกชี้ อ่าน ก ไก่ หรือ ตัวเลข ไปทีละตัว เครียดกันทั้งแม่ทั้งลูก สุดท้ายไม่ได้อะไรเลย
ลูกก็ร้องไห้ แม่ก็โมโห เพราะดิฉันเอาไปเปรียบเทียบกับหลานอีกคน อายุเท่ากันเลยค่ะ เขาไป ร.ร.ตั้งแต่ 2.10 ปี
(เรียนที่ ร.ร.สารศาสตร์ สุวรรณภูมิ) ทุกวันนี้ สะกด คำได้บ้างแล้ว ดูซิค่ะคุณ ส่วนลูกเรา ยังไก่ กา กระโดด โลดเต้น ลันล้า อยู่เลย
ยอมรับค่ะว่าก่อนหน้านี้เครียดจริง ๆ  แต่ตอนนี้เหมือนคิดได้แล้วว่า ลูกน่ะ ไม่ใช่ Robot ที่จะตั้งโปรแกรมอะไรก็ได้ตามใจแม่ 
ช่วงนี้ก็เลยจะหาที่เรียนวาดรูป  เรียนดนตรี  หรือพาไปว่ายน้ำ บ้าง คงเป็นกิจกรรม แบบนี้ไปก่อนน่ะค่ะ  วันหนึ่งทำกิจกรรมเหล่านี้
สัก 2-3 ชม. ก็พอ  ดิฉันโชคดีน่ะค่ะ ที่ลูกไม่ ดูทีวี เลย แต่หลาน ๆ ของฉันทุกคนเลยค่ะ ดูทุกรายการที่มี ตัวการ์ตูน ตัวละคร รู้จักหมด
บางครั้งเหมือนลูกดิฉันเชย น่ะค่ะ พอรวมกลุ่มกัน นั่ง เหวอ ไม่รู้จักสักตัว

คุณธนพันธ์ พอจะแนะนำที่เรียนดนตรี ให้บ้างได้ไหมค่ะ เรียนตามบ้าน ตัวต่อตัว ได้ยิ่งดีค่ะ แล้วที่อนุบาลนกฮูก ครูดนตรี
เขารับสอนที่บ้านด้วยไหมค่ะ อยากให้ไปเรียนน่ะค่ะ   ขอบคุณในความกรุณาค่ะ

......................................................................................
อายุขนาดละอ่อนนี่ ไปเรียนดนตรี ผมก็ไม่รู้ข้อมูลเหมือนกัน ว่าจะฟังครูรู้เรื่องไหม และไม่ทราบเหมือนกันครับว่ามีครูสอนตามบ้านบ้างไหม เพราะเท่าที่รู้จักนั้น ไม่มีครับ
ใจเย็นๆครับ
ไม่ต้องเรียน ลูกก็ไม่โง่ครับ เพราะตอนนี้ เขาอยู่ในวัยเล่นมากกว่าเรียน จริงๆแล้ว เล่นนี่เรียนสุดๆเลยนะครับ
ตอนลูกผมเล็กๆนี่ พาไปเที่ยวเยอะมาก เราไปประชุมก็กระเตงมันไปด้วย ถึงไหนถึงกัน พักร้อนพาลูกเที่ยวก็มาก เป็นที่รู้กันว่า เปิดเทอมเมื่อไหร่ ผมจะให้ลูกลาพักผ่อนไปเที่ยวกับพ่อแม่เสมอๆ จนคุณครูจำได้แล้วครับ ย้ำ เราเที่ยวกันตอนเปิดเทอมครับ เพราะคนเที่ยวน้อยดี (เพี้ยนและขบถดีไหม)
เห็นไหม เรื่องเรียนนี่จิ๊บจ๊อยมากๆ 
เที่ยว = เรียน
เล่น = เรียน
.........................................................................................
สวัสดีค่ะ
อีก 1 สาเหตุที่ไม่อยากให้ลูกไปโรงเรียนก่อน เพราะแก ตัวเล็กมาก เลยน่ะค่ะ ทั้งน้ำหนักและส่วนสูง
ตกเกณฑ์มาก อายุ 3.7 ปี น้ำหนัก 12.5 ก.ก. ส่วนสูง 95 ซม. คนอื่น เขาคิดว่า 2 ขวบกันทั้งนั้น พาไปหาหมอ
ที่ มอ. ด้านพัฒนาการฯ ไปหลายครั้ง ตั้งแต่อายุ 1ขวบ ก็ไม่เห็นจะได้ผลอะไรเลย ตอนคลอด นน. 2.5 กก.
กินน้อย นอนน้อย  alert ตลอดเวลา (กังวลด้วยว่าจะ สมาธิสั้น)
มีคุณหมอท่านนึงที่ รพ.หาดใหญ่ ท่่านแนะนำให้ไป X-Ray กระดูก ดูอายุกระดูกน่ะค่ะ ว่าเท่ากับอายุจริงหรือเปล่า
ไม่งั้นก็คงต้องฉีดฮอร์โมน เพิ่มเข้าไป  มันจะอันตรายไหมค่ะ ตัวแค่นี้ ต้องฉีดฮอร์โมนเร่งเลยเหรอ
.......................................................................................
ลูกสาวผม 3ปี 7 เดือน หนัก 12 กิโลกรัม สูง 90 ซม. พ่อแม่มันยังไม่กังวลอะไรเลย
ฉลาดเป็นกรด  หัวโตเหมือนปลาช่อน กินของหล่นพื้นได้ ร่างกายก็ยังแข็งแรงสุดๆ
กินข้าวมื้อละ 2 ช้อน นานๆทีจึงจะกินแบบยัดทะนาน (แบบว่าร่างกายคงทนไม่ไหวแล้ว สมองจึงสั่งให้เธอกิน)
พ่อแม่มันเป็นหมอ ลูกสาวทั้ง 2 คนขาดสารอาหารทั้งคู่ บางครั้งหล่นลงมาถึงขั้นที่ 2 ก็ยังไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไรเลย
สรุป ทำใจสบายๆเถอะครับ ไม่มีมนุษย์คนไหน เกิดมาเพื่ออดอาหารจนตายหรอกครับ อันนี้ผมถืออย่างนี้จริงๆ เลยอยู่สบายครับ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

สวัสดีค่ะ....คุณธนพันธ์
ตอนนี้ลูกสาวของดิฉันอายุ 3.6 ปี ดิฉันคิดว่าน่าจะเข้าโรงเรียนได้แล้ว แต่คนอื่นๆ ในบ้านบอกว่าน่าจะให้ไปสัก อนุบาล 2 หรือ 3 ดีกว่า เพราะกลัวว่าเด็กยังไม่พร้อมแต่เราผลักภาระไปให้โรงเรียน อนุบาล 1 น่าจะสอนเองที่บ้านก็ได้ แต่พอสอนเรื่องสี หรือ ตัวเลข แกก็จะไม่เอาร้องไห้ อาละวาดบอกไม่เอาท่าเดียว ดิฉันสอนลูกไม่ได้น่ะค่ะ แล้วหลายโรงเรียนที่ตั้งใจจะให้เข้า เขาก็ไม่รับกลางคัน เพราะต้องเรียนอนุบาล 1 ตั้งแต่แรก แล้วตอนนี้ดิฉันก็ยังไม่ได้พาลูกไปสมัครเรียนที่ไหนแบบนี้จะทำยังไงดีค่ะ ดิฉันมีความรู้สึกว่าลูกจะเครียดมาก หากบอกว่าให้ไปโรงเรียนเหมือนไม่มีความสุขเลยค่ะ
พอได้อ่านโพสต์ที่คุณให้ โรงเรียนอนุบาลนกฮูก แล้วรู้สึกว่าเป็นโรงเรียนที่น่าเรียนแต่ดิฉันอยู่ อำเภอสะเดา ค่ะ มีไม่กี่โรงเรียนให้เลือก แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นโรงเรียนทั่วไปที่เน้นให้เด็กอ่านออก เขียนได้ ถ้าจะให้ไปหาดใหญ่ก็คงไปส่งไม่ไหว เพราะไกล
ดิฉันเลยอยากถามว่าควรไม่ที่จะให้ลูกอยู่ที่บ้านไปก่อน
เมื่อถึงเวลาแล้วแกพร้อมที่จะไปโรงเรียนเอง แล้วจะเรียนทันเพื่อนหรือเปล่าค่ะ

.....................................................................................

สวัสดีครับคุณ....
เป็นปัญหาหนักอกจริงๆเลยนะครับ
อันที่จริงแล้ว ผมเองก็ไม่ได้เป็นจิตแพทย์หรอกนะครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร บริบทของครอบครัวเราไม่เหมือนกัน
แต่คำแนะนำก็คือ คนเราไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือเมื่ออายุเท่ากันทั้งหมด เช่น 3 ขวบกว่า ต้องเข้าอนุบาล 1 แต่ควรจะเข้าเมื่อมีความพร้อมทางด้านจิตใจครับ จะ 4 ขวบแล้วเรียน อ. 1 ไม่ได้หมายความว่าลูกเราจะเป็นเด็กโข่งนะครับ ในทางกลับกัน เด็กที่อายุมากกว่าเพื่อน จะมีวุฒิภาวะมากกว่าลูกคนอื่นมากเลยครับ อันนี้ confirm
อีกอย่าง หากเราไม่สามารถสอนลูกได้ ก็ต้องพาไปโรงเรียนนั่นแหละครับ แล้วก็ใจแข็งไว้ เพราะลูกร้องขี้แตกขี้แตนแน่นอน แต่อย่าลืมว่า ทุกคนต้องผ่านกระบวนการนี้ทั้งนั้น ร้องไห้เดี๋ยวก็หยุด และยอมรับการเรียนในที่สุด ที่สำคัญก็คือ เด็กต้องเข้าใจว่า แม่จะไม่ทิ้ง นั่นคือ ไปรับให้ตรงเวลาที่สุด เร็วที่สุด ผ่านไปไม่นานก็ดีเอง
ลูกสาวคนโตของผม ร้องไห้ทั้งวันอยู่ราว 1 เดือนครับ เธอเก่งไม่ใช่เล่น ฮ่า ฮ่า เดี๋ยวนี้ ไปรับเป็นคนสุดท้ายก็ไม่โวยวาย
ได้เรื่องได้ราวไหมครับ
ขอโทษหากตอบได้ไม่โดนใจนะครับ
ธนพันธ์


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

ผมรักกับแฟนมาเกือบ 2 ปี เธอไม่ใช่คนปล่อยเนื้อปล่อยตัว รู้ว่าอะไรควรไม่ควร เราทั้ง 2 คนต่างรักกันมาก ผมพึ่งมีอะไรกับเธอเมื่อปลายปี 51 นี่เอง (กลางเดือน ธ.ค) มาวันนี้เราทราบว่าแฟนผมท้อง คำนวณดูระยะเวลาก็น่าจะ 1 เดือนกว่าๆ ตอนนี้ผมเรียนโท โดยที่ไม่ได้ทำงาน แฟนผมเรียนตรี เรายังไม่พร้อม ตอนนี้ผมมีอะไรกับเธอผมใช้วิธืหลั่งข้างนอก ไม่เคยหลั่งข้างในเลย(ผมยืนยัน) แต่ปริมาณเชื้อที่น้อย แต่ก็ท้อง ผมชะล่าใจเกินไป ถ้าผมทราบผมคงใส่ถุงยางทุกครั้ง ผมอยากปรึกษาคุณหมอหน่อยครับ ว่าผมจะใช้วิธืกินยาสตรีขับเลือดได้หรือป่าว เพราะท้องยังไม่นาน แล้วหลังจากขับเลือดแล้วผมต้องให้แฟนผมทำอะไรอีกบ้าง ถ้าต้องทำแท้งคุณหมอพอรู้จักหมอที่ทำแท้งเก่งๆที่..........รึป่าวครับ กรุณาแนะนำผมหน่อยนะครับ ผมรักแฟนผมมากและอยากให้แฟนผมปลอดภัยจากการทำแท้งครั้งนี้

.....................................................................................
สวัสดีครับ
การคุมกำเนิดโดยการหลั่งนอกนั้น มีข้อมูลพบว่า มีการตั้งครรภ์ร้อยละ 4-27 ต่อปีครับ
ยาขับเลือด กินไปเท่าไหร่ก็ไม่ออกครับ ดูดาราเป็นตัวอย่าง ดังนั้นอย่ากิน เพราะเสียเวลา
เรื่องแท้งนั้น สมควรไตร่ตรองให้ดีๆนะครับ เพราะทำไปแล้ว ความเสียใจในอนาคตนั้นแก้ยากเหลือเกิน
ทำไมไม่ปรึกษาพ่อแม่ดูก่อนล่ะครับ
คนเราย่อมผิดพลาดกันได้ และเดี๋ยวนี้ สังคมยอมรับการตั้งครรภ์โดยไม่ต้องแต่งงานถมถืดไปครับ
เชื่อไหมว่า สัปดาห์นี้ ผมพบหญิงตั้งครรภ์ที่จะมาทำแท้ง แต่เมื่อแม่รู้ เธอได้รับการดูแลจากครอบครัวได้อย่างดีเลยครับ
แต่ถ้าคิดละเอียดดีแล้ว ที่........น่าจะมี คลินิก........นะครับ
ธนพันธ์
....................................................................................
ผมขอขอบคุณคุณหมอมากนะครับสำหรับคำแนะนำ
ขอบคุณจริงๆครับ ตอนนี้ผมเปลี่ยนความคิดแล้วครับ ผมคงไม่ทำแท้งแล้ว ผมกลัวมันจะมีอันตรายต่อมดลูกและสุขภาพของแฟนผม และหากทำไปอนาคตหากอยากมีอาจจะไม่สามารถมีได้ก็ได้ คิดว่าคงมีอะไรให้เค้าได้มาเกิดกับผมและแฟน ให้ผมและแฟนได้เลี้ยงดูเค้า ตอนนี้ผมคงจะพาแฟนไปฝากครรภ์ ดูแลเอาใจใส่ รอให้ซัก 5 เดือนก็คิดว่าจะบอกผู้ใหญ่ เรื่องเรียนของแฟนก็คงพักไว้ก่อน คลอดลูกแล้ว พักอีกหน่อยก็จะให้กลับมาเรียน เพราะการศึกษามันสำคัญ เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็คงต้องพึ่งผู้ใหญ่ก่อน ผมขอบคุณคุณหมออีกครั้งนะครับ ที่ตอบกลับมา
ขอบคุณมากจริงๆครับ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

ข้อความ:
คือเพิ่งอ่านข้อความของคุณหมอ เกี่ยวกับน้องแป้งและโรงเรียนนกฮูกนะค่ะ  คือ เมื่อก่อนก็เคยได้ยินชื่อรร.อยู่บ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่ค่อยทราบข้อมูลและรายละเอียดเท่าไร  ก็เลยส่งลูกเรียนรร.นครหาดใหญ่ (ตอนนี้อยู่ อ.2 ค่ะ) ก็ดีค่ะ เห็นลูกมีความสุขดี คุณครูดูแลดี เป็น ร.รแนวพัฒนาการค่ะ เรื่องของวิชาการเลยค่อนข้างอ่อนหน่อย ถ้าเทียบกับร.ร.อื่น  ก็เลยไม่รู้ว่าคิดถูกรึเปล่า ถ้าลูกเรียน ป.1 ที่โรงเรียนแนววิชาการจะทันเพื่อนไหม   

เห็นรร.นกฮูก (คนพูดถึงกันเยอะ) ว่าเป็นรร.แนวพัฒนาการเตรียมความพร้อมของเด็กเหมือนกัน คือเน้นความสุข ไม่ทราบว่าเรื่องวิชาการที่นี้ ok รึเปล่าค่ะ  คือลูกคนเล็กต้องเข้าอนุบาล1ปีหน้า กำลังหารร.ให้ลูกอยู่ค่ะ ทำไมเด็กที่จบจากนี่  จะเข้าต่อรร.ธำรงค์ฯ กันเกือบหมดค่ะ มันเป็นเครือข่ายเดียวกันรึเปล่า  ไม่ทราบว่าค่าเทอมอยู่ที่ประมาณเท่าไร 

คือที่สนใจ เพราะว่ามีญาติพี่น้องที่เป็นหมอ เขาก็ให้ลูกเรียนที่นี่ แล้วคนจะพูดเยอะว่า ส่วนมากเด็กที่เรียนที่ธำรงค์ฯ จะเป็นลูกคุณหมอซะส่วนใหญ่ 

คือดิฉันกลับมานั่งคิดว่าดิฉันไม่ได้เป็นหมอ สมัยเรียนก็ไม่ได้เคร่งเครียดกับวิชาการ แต่ทำไมเวลามีลูกถึงอยากให้ลูกเรียนเก่งๆ วิชาการแน่นๆ  อยากให้ลูกมีอาชีพเป็นหมอ

แต่ในทางกลับกันดิฉันเห็นคุณหมอหลายท่าน  หรือเพื่อนที่เรียนจบคณะวิศวะที่ออกมาทำธุรกิจส่วนตัวกัน เวลาเรียนเขาต้องเน้นวิชาการเยอะๆ เขากลับส่งลูกเรียนรร.แนวพัฒนาการกัน เขาไม่สนใจให้ลูกเรียนแนววิชาการเลย เขาบอกให้ให้ลูกไปรร.แล้วมีความสุขดีกว่า  โตขึ้นจะเป็นอะไรก็ช่างขอให้ลูกเป็นคนดี(ซึ้งไหมค่ะ) แต่ส่วนมากคนที่พูดแบบนี้คือค่อนข้างมีฐานะหน่อยนะค่ะ หมายถึงลูกเรียนไม่จบหรือไม่มีงานทำก็ไม่มีปัญหาสำหรับเขาค่ะ

ถ้าคุณหมอมีเวลาก็เมลมาให้คำแนะนำบ้างนะค่ะ ช่วงนี้ลูกอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อค่ะ คนนึงจะต่อ ป1 อีกคนจะเข้าอนุบาล

.....................................................................................

โรงเรียนนกฮูกกับธำรงค์เป็นโรงเรียนเดียวกัน แต่อยู่คนละที่ นกฮูกอยู่ที่จายเบียร์เก่า เป็นชั้นอนุบาล ส่วนธำรงค์เป็นนกฮูกใหญ่ครับ อยู่ที่โรงเรียนดรุณเก่า
ทำไมต้องโรงเรียนนี้
ก็เพราะว่าผมเกลียดโรงเรียนอื่นๆน่ะสิครับ โรงเรียนที่คุณครูเป็นใหญ่เสียจนสามารถบอกให้ลูกเราทำอะไรก็ได้ตามที่ครูเห็นว่าดี (ซะเหลือเกิน) บางโรงเรียนเราต้องง้อครูซะจนต้องกราบ (ขอให้ลูกเรียนในโรงเรียนนี้ให้ได้)
ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจว่า การตัดผมให้สั้นจนถึงติ่งหู มันทำให้เด็กฉลาดขึ้นตรงไหน
โรงเรียนนกฮูกนั้น เน้นที่การพัฒนาศักยภาพครับ
แรกเริ่มเดิมที ผมบอกครูว่า อยากให้ลูกเล่นมากกว่าเรียนครับ เรื่องสอนการเขียนอ่านเป็นหน้าที่ผมเอง แต่ปรากฏว่า ภายใต้การเล่นนั้น ลูกผมกลับเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีการบ้านมาให้ปวดหัวทุกคืน อะไรทำนองนี้
ใครพาลูกเข้าโรงเรียนแบบนี้ต้องทำใจครับ เพราะวิชาการจะน้อย เล่นมาก แต่ก็ไม่เห็นลูกจะโง่ตรงไหนเลย
คุณครูที่นี่เป็น role model ที่ดีได้ คุณครูไหว้พ่อแม่ก่อนเสมอ นี่เป็นสิ่งที่ผมถือที่สุดครับ เพราะใครจะมีความสำคัญต่อลูกมากไปกว่าพ่อแม่นั้นไม่มี  แต่บางโรงเรียนพ่อแม่ต้องไหว้ครู อันนี้เกลียดที่สุดครับ
เอาเป็นว่า ผมค่อนข้างกบฏเล็กน้อย ผมเกลียดกระทรวงศึกษาของประเทศไทย ผมเกลียดหลักสูตรของเด็กไทย จึงต้องเลือกโรงเรียนนี้ครับ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับความคิดเห็นและแนวคิดดีๆ  ตอนนี้พี่สะใภ้ ซึ่งมีลูกอยู่วัยอนุบาลก็ไปดูบรรยากาศในรร.นกฮูกอยู่  เดี๋ยวดิฉันคงได้คำตอบว่าเป็นอย่างไรบ้าง 
 
ดิฉันชอบลิงค์ที่คุณหมอให้อ่านเกี่ยวนิทาน โรงเรียนสัตว์นะค่ะ   ดิฉันคิดว่ามันใช่เลยค่ะ
นั้นคือสิ่งที่ดิฉันต้องการ  คนเรามีความสามารถต่างกัน หาตัวเองให้เจอ แล้วพัฒนาความสามารถของตัวเองให้ก่อประโยชน์กับตัวเองสูงสุด  เรามัวมาเสียเวลากับสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดเพื่อที่จะอยู่รอดในสังคมนั้นๆ ได้ สิ่งที่ถนัดกับสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ก็ทำไม่ได้ดีสักอย่าง 
 
คุณหมอให้ลูกเรียนที่นี้ แล้วเด็กจำเป็นต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติมที่ไหนอีกรึเปล่า ดิฉันก็เคยให้ลูกเรียนพิเศษพวกนี้เหมือนกัน  เพียงแต่ระยะหลังๆนี้ดิฉันมองว่ามันเสียเวลาและเหนื่อยลูกและเหนื่อยตัวเองด้วย  เปลืองค่าใช้จ่ายด้วย  ตอนนี้ลูกสาวเรียนแต่บัลเลย์อย่างเดียวอันนี้เขาเลือกเอง เพราะเขาคงเห็นว่าแต่งตัวสวย แล้วเขาก็มีความสุข  ส่วนดิฉันมองว่าก็ดี จะได้ฝึกบุคลิกและออกกำลังกาย
 
พอดีเริ่มรู้ข้อมูลมาบ้างแล้วว่า ที่รร.นกฮูก+ธำรงค์ เขามีหลักการตอนแนววิทยาศาตร์ เน้นการทดลอง หาเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น  ฝึกเด็กให้รู้จักเป็นคนสังเกตุ  มีเหตุผล รู้หน้าที่ของตัวเอง และรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการบังคับเด็ก แต่มาจากความร่วมมือ และเต็มใจของเด็กเอง ดิฉันทึ่งค่ะ  อีกอย่างนึงเขามีเรียนดนตรี ภาษาอังกฤษแต่ลืมถามค่ะว่าเขาสอนทุกวันรึเปล่า   และที่สำคัญที่ชอบมากคือเขาสอนหลักสูตรวิชาพวกนี้ให้ตั้งแต่เด็กเตรียมอนุบาลเลย  ทำให้ดิฉันมองเลยว่า รร.เขามองเห็นคุณค่าและความสามารถของเด็กจริง  เด็กวัยเล็ก(เตรียมอนุบาล) เป็นวัยที่สมองแตกกิ่งก้านสาขามากที่สุด ดิฉันมักจะทึ่งกับความสามารถของเด็กเล็กเสมอ ว่าเขาจำดี สามารถเรียนรู้ (แต่อาจยังไม่เข้าใจในทันที)ได้อย่างรวดเร็ว  ทำให้ดิฉันตัดสินใจได้เลยค่ะว่าดิฉันจะต้องพาคนเล็ก อายุ 2.3 ขวบของดิฉันไปสมัครเตรียมอนุบาลก่อน  อยากดูพัฒนาการของเขาจริงๆค่ะ ว่าจะเป็นอย่างที่ดิฉันคิดรึเปล่า  ไม่รู้ว่าสมัครเข้าได้รึเปล่าต้องรอดูก่อน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

สวัสดีค่ะอาจารย์ธนพันธ์
คือว่าดิฉันมีปัญหาที่จะรบกวนอาจารย์ซักเล็กน้อยอ่ะค่ะ
ตอนนี้ดิฉันตั้งครรภ์แต่ยังไม่พร้อมที่จะมีบุตรค่ะ
และไม่มีเวลาไปไหนไกลๆเลย
ดิฉันอยากทราบสถานที่ที่เค้ารับทำแท้งภายในจังหวัดเชียงรายหรือจังหวัดใกล้เคียงหน่อยค่ะ อาจารย์พอจะทราบบ้างรึป่าวคะ
รบกวนด้วยนะคะ คือว่าดิฉันจำเป็นจริงๆค่ะ ไม่มีที่พึ่งแล้วค่ะ
ตอบด่วนเลยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ
....................................................................................

จนใจนะครับ ตอนนี้ใครๆก็คิดว่า ผมเป็นคนที่ทำแท้ง ทั้งๆที่จริงๆ เป็นเพียงคนส่งเสริมให้มีการทำแท้งอย่างปลอดภัยมากกว่านะครับ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

คือเพิ่งอ่านข้อความของคุณหมอ เกี่ยวกับน้องแป้งและโรงเรียนนกฮูกนะค่ะ  คือ เมื่อก่อนก็เคยได้ยินชื่อรร.อยู่บ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่ค่อยทราบข้อมูลและรายละเอียดเท่าไร  ก็เลยส่งลูกเรียนรร.นครหาดใหญ่ (ตอนนี้อยู่ อ.2 ค่ะ) ก็ดีค่ะ เห็นลูกมีความสุขดี คุณครูดูแลดี เป็น ร.รแนวพัฒนาการค่ะ เรื่องของวิชาการเลยค่อนข้างอ่อนหน่อย ถ้าเทียบกับร.ร.อื่น  ก็เลยไม่รู้ว่าคิดถูกรึเปล่า ถ้าลูกเรียน ป.1 ที่โรงเรียนแนววิชาการจะทันเพื่อนไหม   

เห็นรร.นกฮูก (คนพูดถึงกันเยอะ) ว่าเป็นรร.แนวพัฒนาการเตรียมความพร้อมของเด็กเหมือนกัน คือเน้นความสุข ไม่ทราบว่าเรื่องวิชาการที่นี้ ok รึเปล่าค่ะ  คือลูกคนเล็กต้องเข้าอนุบาล1ปีหน้า กำลังหารร.ให้ลูกอยู่ค่ะ ทำไมเด็กที่จบจากนี่  จะเข้าต่อรร.ธำรงค์ฯ กันเกือบหมดค่ะ มันเป็นเครือข่ายเดียวกันรึเปล่า  ไม่ทราบว่าค่าเทอมอยู่ที่ประมาณเท่าไร 

คือที่สนใจ เพราะว่ามีญาติพี่น้องที่เป็นหมอ เขาก็ให้ลูกเรียนที่นี่ แล้วคนจะพูดเยอะว่า ส่วนมากเด็กที่เรียนที่ธำรงค์ฯ จะเป็นลูกคุณหมอซะส่วนใหญ่ 

คือดิฉันกลับมานั่งคิดว่าดิฉันไม่ได้เป็นหมอ สมัยเรียนก็ไม่ได้เคร่งเครียดกับวิชาการ แต่ทำไมเวลามีลูกถึงอยากให้ลูกเรียนเก่งๆ วิชาการแน่นๆ  อยากให้ลูกมีอาชีพเป็นหมอ

แต่ในทางกลับกันดิฉันเห็นคุณหมอหลายท่าน  หรือเพื่อนที่เรียนจบคณะวิศวะที่ออกมาทำธุรกิจส่วนตัวกัน เวลาเรียนเขาต้องเน้นวิชาการเยอะๆ เขากลับส่งลูกเรียนรร.แนวพัฒนาการกัน เขาไม่สนใจให้ลูกเรียนแนววิชาการเลย เขาบอกให้ให้ลูกไปรร.แล้วมีความสุขดีกว่า  โตขึ้นจะเป็นอะไรก็ช่างขอให้ลูกเป็นคนดี(ซึ้งไหมค่ะ) แต่ส่วนมากคนที่พูดแบบนี้คือค่อนข้างมีฐานะหน่อยนะค่ะ หมายถึงลูกเรียนไม่จบหรือไม่มีงานทำก็ไม่มีปัญหาสำหรับเขาค่ะ

ถ้าคุณหมอมีเวลาก็เมลมาให้คำแนะนำบ้างนะค่ะ ช่วงนี้ลูกอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อค่ะ คนนึงจะต่อ ป1 อีกคนจะเข้าอนุบาล

สวัสดีครับ
โรงเรียนนกฮูกกับธำรงค์เป็นโรงเรียนเดียวกัน แต่อยู่คนละที่ นกฮูกอยู่ที่จายเบียร์เก่า เป็นชั้นอนุบาล ส่วนธำรงค์เป็นนกฮูกใหญ่ครับ อยู่ที่โรงเรียนดรุณเก่า
ทำไมต้องโรงเรียนนี้
ก็เพราะว่าผมเกลียดโรงเรียนอื่นๆน่ะสิครับ โรงเรียนที่คุณครูเป็นใหญ่เสียจนสามารถบอกให้ลูกเราทำอะไรก็ได้ตามที่ครูเห็นว่าดี (ซะเหลือเกิน) บางโรงเรียนเราต้องง้อครูซะจนต้องกราบ (ขอให้ลูกเรียนในโรงเรียนนี้ให้ได้)
ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจว่า การตัดผมให้สั้นจนถึงติ่งหู มันทำให้เด็กฉลาดขึ้นตรงไหน
โรงเรียนนกฮูกนั้น เน้นที่การพัฒนาศักยภาพครับ
แรกเริ่มเดิมที ผมบอกครูว่า อยากให้ลูกเล่นมากกว่าเรียนครับ เรื่องสอนการเขียนอ่านเป็นหน้าที่ผมเอง แต่ปรากฏว่า ภายใต้การเล่นนั้น ลูกผมกลับเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีการบ้านมาให้ปวดหัวทุกคืน อะไรทำนองนี้
ใครพาลูกเข้าโรงเรียนแบบนี้ต้องทำใจครับ เพราะวิชาการจะน้อย เล่นมาก แต่ก็ไม่เห็นลูกจะโง่ตรงไหนเลย
คุณครูที่นี่เป็น role model ที่ดีได้ คุณครูไหว้พ่อแม่ก่อนเสมอ นี่เป็นสิ่งที่ผมถือที่สุดครับ เพราะใครจะมีความสำคัญต่อลูกมากไปกว่าพ่อแม่นั้นไม่มี  แต่บางโรงเรียนพ่อแม่ต้องไหว้ครู อันนี้เกลียดที่สุดครับ
เอาเป็นว่า ผมค่อนข้างกบฏเล็กน้อย ผมเกลียดกระทรวงศึกษาของประเทศไทย ผมเกลียดหลักสูตรของเด็กไทย จึงต้องเลือกโรงเรียนนี้ครับ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ
ตอนนี้เพื่อน (อยู่อเมริกาค่ะ) เค้ามาปรึกษาว่า ตอนนี้กำลังตั้งท้องลูกคนที่ 2 ได้ 25 weeks (คนแรกผ่าคลอด) หมอ บอกว่า placenta previa complete previa แบบว่า ปิด cervix สนิทเลย เค้าอยากรู้ว่า
1.ต้องระวังตัวยังไงบ้าง
ตอบ การมีรกเกาะต่ำ หมายความว่า รกมาเกาะอยู่บริเวณมดลูกส่วนล่าง ทำให้ปิดปากมดลูกเอาไว้ นั่นก็หมายความว่า คนท้องจะคลอดลูกทางช่องคลอดไม่ได้เลยครับ และเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้น ก็จะเริ่มมีการบางตัวของมดบูกส่วนล่าง ทำให้รกที่เกาะอยู่นั้น ถูกยืด ลองนึกสภาพที่รกมีขนาดเท่าเดิม แต่ผนังมดลูกยืดได้สิครับ มันก็จะเกิดลักษณะที่คล้ายๆกับการเฉือนใช่ไหมครับ เลือดก็จะออกทางช่องคลอดครับ ดังนั้น คนที่มีรกเกาะต่ำ จะต้องสังเกตอาการเลือดออกทางช่องคลอดครับ ห้ามให้หมอตรวจภายใน (ซึ่งเขาไม่ตรวจอยู่แล้ว) ห้ามมีเพศสัมพันธ์ เพราะองคชาติจะไปกระแทกรกที่ปากมดลูก เลือดก็จะออก
2.แล้วรกจะขยับ ขี้น มาได้ไหม
ตอบ ถ้าเราตรวจพบในขณะนี้ มันก็อาจจะขยับขึ้นไปได้บ้างครับ
เอาอย่างนี้นะครับ โดยธรรมชาติแล้วนั้น รกพยายามที่จเกาะท่มดลูกด้านบน เพราะเลือดมาเลี้ยงได้ดีกว่า แต่มันดันไปเกาะที่ด้านล่างเพราะอะไรบางอย่าง ดังนั้น มันอาจจะขยายตัวเองไปด้านบนได้ครับ หรือไม่ก็ มดลูกที่โตขึ้นมันพาเอารกขึ้นไปด้วย ลักษณะนี้จะคล้ายๆกับมา รกเคลื่อนที่ขึ้นไปไดเ (placental migration) แต่จริงๆมันถูกดึงขึ้นบนไปต่างหาก
แต่อยากจะบอกว่า ถ้า 25  weeks แล้วยังพบว่าเป็น complete type อยู่ละก็ มันก็ยังน่าจะอยู่ต่อไปครับ 
3.ตรงอวัยวะเพศด้านล่างบวมๆ ด้วย แต่หมอบอกว่าปกติ (ปกติสำหรับคนเป็นรกเกาะต่ำแบบนี้รึปล่าวคะ)
ตอบ ไม่น่าจะเกี่ยวกันนะครับ แต่น่าจะเป็นหลอดเลือดขอดครับ
คือว่า คนที่ท้องนั้น มดลูกมันจะโตใช่ไหม และเมื่อมดลูกโตได้ที่ มันก็ใหญ่พอที่จะไปกดหลอดเลือดดำใหญ่กลางลำตัว ที่มีชื่อว่า inferior vena cava ซึ่งรับเลือดจากส่วนล่างของร่างกายส่งกลับเข้าหัวใจ และเมื่อมดลูกไปกดมันแล้ว สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับคนท้องก็คือ ขาบวม หลอดเลือดขอดที่ขา อวัยวะเพศ ริดสีดวงทวารหนักอย่างไรเล่าครับ
4.คุณหมอมีคำแนะนำอื่น ๆ ให้อีกไม๊คะ (แห่ะ ๆ)
ตอบ กรณีที่เป็นแบบนี้ ก็ต้องผ่าท้องนั่นแหละครับ (จริงๆเพื่อนคนนี้ก็จะได้รับการผ่าตัดอยู่แล้ว เพราะว่าเขาถูกผ่ามาก่อน) แต่การผ่าท้องกรณีที่เป็น placenta previa นั้น มีความเสี่ยงหลายประการรับ
1. ตกเลือดมาก เพราะมดลูกส่วนล่างไม่หดรัดตัว เลือดก็จะออกง่ายและเร็ว มีความเสี่ยงที่จะถูกตัดมดลูกได้ครับ
2. รกอาจจะกินออกมานอกมดลูกได้ อันนี้อันตรายอย่างแรง เราพจะตกเลือดมากเช่นเดียวกัน
3. ห้ามมีเพศสัมพันธ์เด็ดขาด
ฟังดูอาจจะน่ากลัวนะครับ แต่อย่ากังวลมากนัก เพราะสูติแพทย์จัดการได้ครับ

 

คงพอเข้าใจใช่ไหมครับ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

แต่ก่อนนั้นก็ไม่รู้หรอก ว่าองค์กรแพทย์เขามีไว้ทำไม

ชักเข้าใจแล้ว เมื่อเห็นสหภาพแรงงานเขาออกมาต่อรองกับผู้บริหาร เอ๊ะ..นี่ก็น่าจะเป็นอีกบทบาทหนึ่งของ "องค์กรแพทย์นี่นา"



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

Subject: ข้อสงสัยค่ะ

ข้อแรก ตอนแรกหนูจะพยายามเข้าไปโพสต์ใน blog แต่ด้วยความที่ low technology มากเลยไม่รู้ว่าต้องโพสต์ตรงไหนให้อาจารย์แนะนำมาด้วยนะคะ
ข้อสอง หนูอ่านข้อบังคับแพทยสภาอย่างละเอียดรวมทั้งศึกษาเพิ่มเติมจากเอกสารทางกฎหมาย หนูติดใจตรงที่บอกว่า
 

"() เป็นกรณีที่จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากปัญหาสุขภาพทางกายของหญิงมีครรภ์ หรือ

() เป็นกรณีที่จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากปัญหาสุขภาพทางจิตของหญิงมีครรภ์ ซึ่งจะต้องได้รับ

การรับรองหรือเห็นชอบจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่มิใช่ผู้กระทำการยุติการตั้งครรภ์ อย่างน้อยหนึ่งคน

ในกรณีที่หญิงนั้นมีความเครียดอย่างรุนแรง เนื่องจากพบว่าทารกในครรภ์มีหรือมีความเสี่ยงสูง

ที่จะมีความพิการอย่างรุนแรง หรือเป็นหรือมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคพันธุกรรมอย่างรุนแรง เมื่อหญิงนั้น

ได้รับการตรวจวินิจฉัยและการปรึกษาแนะนำทางพันธุศาสตร์ (genetic counseling) และมีการลงนามรับรอง

ในเรื่องดังกล่าวข้างต้น โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่มิใช่ผู้กระทำการยุติการตั้งครรภ์อย่างน้อยหนึ่งคน

ให้ถือว่าหญิงมีครรภ์นั้นมีปัญหาสุขภาพจิตตาม ()

ทั้งนี้ ต้องมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าหญิงนั้นมีปัญหาสุขภาพทางกายหรือทางจิตและ

ต้องมีการบันทึกการตรวจและวินิจฉัยโรคไว้ในเวชระเบียนเพื่อเป็นหลักฐาน"
ถ้าแบบนี้หญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ผ่านการวินิจฉัยว่ามีปัญหาทางสุขภาพจิตหรือว่าหญิงตั้งครรภ์นั้นไม่ได้มีความเครียดอย่างรุนแรงเพียงแต่ต้องการที่จะกำจัดทารกในครรภ์ที่พิการทิ้งก็ไม่สามารถที่จะยุติการตั้งครรภ์ได้หรือคะ
รบกวนอีกครั้งนะคะ

 

ตอบ

ถ้าแบบนี้หญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ผ่านการวินิจฉัยว่ามีปัญหาทางสุขภาพจิตหรือว่าหญิงตั้งครรภ์นั้นไม่ได้มีความเครียดอย่างรุนแรงเพียงแต่ต้องการที่จะกำจัดทารกในครรภ์ที่พิการทิ้งก็ไม่สามารถที่จะยุติการตั้งครรภ์ได้หรือคะ

 อันนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ในทางปฏิบัตินะครับ เพราะว่า การที่แม่รู้ว่า ทารกลูกของตนนั้นพิการ แล้วไม่เกิดความเครียดเลย ก็แปลกอยู่นะครับ

ข้อบังคับข้อนี้ มีเพื่อพวกผมโดยเฉพาะ

ในอดีต พวกหมอสูติก็ทำแท้งมากมาย ในกรณีที่เราวินิจฉัยได้ว่า ทารกในครรภ์มีความผิดปกติ เช่น Down syndrome เรารู้ได้จากการเจาะน้ำคร่ำตรวจ แล้วหมอสูติก็ทำแท้งให้ ซึ่งในอดีตก็ผิดกฎหมายเต็มๆ เพราะทารกเป็น Down ไม่ส่งผลต่อสุขภาพ (กาย) มารดา เห็นไหม คนแปลกฎหมายไทย ไม่รู้จักคำว่าสุขภาพเลยแม้แต่นิดเดียว

ข้อบังคับนี้ก็จะทำให้หมอสูติทำแท้งได้โดยถูกต้อง คิดดูสิครับ อุตส่าห์เจาะน้ำคร่ำตรวจ แต่กฎหมายไม่ให้ทำแท้ง ทุเรศไหม



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

ข้อความ:
พอดีหนูทำรายงานเกี่ยวกับ legalizing abortion ค่ะ เห็นคุณหมอเขียนเกี่ยวกับกฏหมายทำแท้ง เลยมีเรื่องอยากจะเรียนถามว่า พอจะทราบบ้างหรือเปล่าคะว่า กฏหมายทำแท้งมีเปลี่ยนไปจากเดิมที่บัญญัติไว้ในปี 2499 หรือไม่คะ

 

ตอบ

กฎหมายไม่เปลี่ยนครับ เพียงแต่แพทยสภาได้ขยายข้อความในมาตรา 305 ในวรรคแรกที่กล่าวว่า การยุติการตั้งครรภ์ในกรณีที่การตั้งครรภ์นั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพมารดา
โดยระบุว่า สุขภาพให้หมายถึง สุขภาพกายและใจครับ
ผมแนบเอกสารที่เป็นประกาศราชกิจานุเบกษามาให้ด้วยครับ ลองอ่านดู
ยังมีรายละเอียดอีกมาก ถ้าอยู่ที่หาดใหญ่จะได้คุยให้ฟัง และผมมีเอกสารอีกมากมายที่เกี่ยวกับข้อบังคับฉบับนี้ครับ
หรือหากจะให้ผมส่งเอกสารบางส่วนที่สำคัญมาให้ศึกษาก็ยินดีนะครับ
ธนพันธ์


อาจารย์คะ หนูขอรบกวนอีกครั้งนะคะ ไม่ทราบว่าอาจารย์มีข้อบังคับแพทยสภาฉบับภาษาอังกฤษหรือไม่คะ คือหนูต้องทำรายงานเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
ขอบพระคุณอย่างสูง

ตอบ

ไม่มีครับ เพราะนี่คือ ข้อบังคับหมอไทย ประกาศในราชกิจจานุเบกษาครับ ดังนั้นจึงไม่มีการแปล
ธนพันธ์

 

คุณหมอคะ หนูขอสอบถามเพิ่มเติมนะคะว่า คนติดเชื้อเอชไอวี สามารถทำแท้งได้ทุกกรณีเลยหรือไม่คะ หมายความว่าแม้ว่าลูกไม่ได้ติดเชื้อด้วย แม่สามารถตัดสินใจทำแท้งได้หรือไม่คะ
ขอบคุณมากค่ะ

ตอบ

ปัจจุบัน การตัดสินใจทำแท้งขึ้นอยู่กับมารดาและอายุครรภ์ครับ

ถ้าการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นนั้น ก่อให้เกิดปัญหาทางจิตใจของสตรีที่ติดเชื้อ HIV เขาก็สามารถขอรับบริการยุติการตั้งครรภ์ได้ อายุครรภ์ต้องไม่มากไปนะครับ เดี๋ยวจะตายทั้งแม่และลูก

 

ที่คุณหมอบอกว่าการทำแท้งขึ้นอยู่กับมารดา นี่คือกรณีผู้ติดเชื้อเอดส์อย่างเดียวใช่หรือไม่คะ ถ้าแบบนี้ใครอ้างว่าการตั้งครรภ์มีผลต่อสภาพจิตใจ ก็สามารถทำแท้งได้หมดหรือคะ นอกเหนือไปจากกฏหมายที่บัญญัติมาตรา 305 สองข้อค่ะ ที่ว่า ถูกข่มขืนและมีผลต่อสุขภาพของแม่

 

ตอบ

ไม่ถูกซะทีเดียวครับ เพราะว่า ข้อบังคับฉบับนี้ ทำขึ้นมา เพื่อเอื้อให้คนที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์นั้น เข้าถึงบริการ อย่าลืมนะครับว่า ถ้าเขาจะทำ เขาก็ต้องหาที่ทำจนได้ ดีไม่ดีก็ไปทำเถื่อนจนติดเชื้อก็มีมากมาย

อย่าลืมว่า ข้อบังคับฉบับนี้ เป็นข้อบังคับที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่สตรี ในการที่จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ว่าจะเอาอย่างไรกับการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม

การทำแท้งเสรีไม่มีในประเทศที่อนุญาตให้ทำแท้งครับ คนชอบพูดกันไปเอง พูดไปเรื่อยๆโดยใช้อารมณ์ การทำแท้งเสรีหมายถึง ทำลูกเดียว ไม่ต้องสนใจว่าเราได้คุยกับคนไข้ถึงทางเลือกหรือยัง อายุครรภ์เท่าไหร่ก็ทำให้ ทำแล้วเด็กออกมาร้องไห้ก็มี เหตุการณ์เหล่านี้ เกิดจากการแอบทำครับ ทำใต้ดิน

ข้อบังคับ มีเพื่อให้มีการทำบนดิน หมอที่ทำต้องรายงานเข้าแพทยสภาเสมอ

มีให้เพื่อหมอที่เขาทำกันอยู่ จะได้ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ถูกรีดไถจากคนที่ชอบมาจับ

ธนพันธ์

 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

----- Original Message ----
From: "support@gotoknow.org" <support@gotoknow.org>
To: thanapan
Sent: Sunday, August 17, 2008 12:04:51 PM
Subject: [gotoknow.org] You've received a contact mail @ Sun Aug 17 12:04:51 +0700 2008

หัวเรื่อง: ขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตั้งครรถ์แบบไม่พร้อมและการทำแท้ง

ข้อความ:
ตอนนี้ดิฉันตั้งครรถ์ได้14สัปดาห์ค่ะ คนรอบตัวดิฉันทั้งพ่อของเด็กและคุณแม่ดิฉันต้องการให้ดิฉันเอาเด็กออก ส่วนตัวดิฉันตั้งใจจะตั้งครรถ์ต่อไปเพราะไม่ต้องการทำลายชีวิตบริสุทธิ์ของเด็กในครรถ์ อย่างไรก็ดี อยากได้รับคำปรึกษาในฐานะแพทย์เกี่ยวกับกรณีการทำแท้งว่ามีผลค้างเคียงต่อสุขภาพผู้หญิงมากน้อยอย่างไร ความเสี่ยงต่อผู้หญิงที่ทำแท้งมา เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ไม่มีข้อมูลเปิดเผยชัดเจน ดิฉันจึงอยากสร้างความมั่นใจและอธิบายให้คนรอบข้างเข้าใจถึงการตัดสินใจของดิฉัน ขณะนี้ดิฉันอายุ 31 ปี

  สวัสดี ธนพันธ์ ชูบุญ (cthanapa)

นี่คืออีเมลติดต่อจากผู้อ่าน กรุณาตอบโดยตรงไปยังผู้อ่านนั้น
------------------------------------------------------------

การตั้งครรภ์ที่แม่ต้องการนั้น เป็นมงคลครับ เราท้องเอง มดลูกก็ของเรา เด็กก็ของเรา ใครจะไม่อยากเอาทั้งๆที่เราอยากได้ แล้วเราจะไปสนคนอื่นเขาทำไม ผมกลับเรียกการตั้งครรภ์แบบนี้ว่า "การตั้งครรภ์ที่พร้อม" มากกว่าไม่พร้อมครับ เว้นซะแต่ว่า คุณเป็นคนที่ต้องพึ่งพาคนอื่นอย่างรุนแรง หากแฟนแยกทางกับเราแล้วเราอดตายแล้วไซร้ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

โจทย์ข้อนี้เป็นคำถามที่ตอบง่ายที่สุดตั้งแต่ได้เคยตอบมาเลยครับ

คำถามที่ตอบยากก็คือ แม่ไม่ต้องการลูก แต่คนรอบข้างต่างหากที่อยากได้

ใจเย็นๆนะครับ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ

 
ผลกระทบจากการทำแท้งในขณะนี้ (อายุครรภ์ 14-20 สัปดาห์) นั้นมีพอประมาณ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเหลือวิธีทำอยู่เพียงวิธีเดียวก็คือ การสอดยา แต่นั่นแหละ ยามันจะทำให้มดลูกหดรัดตัวอย่างรุนแรง ปากมดลูกเปิด แล้วเด็กก็แท้งออกมา ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญคือ มดลูกแตก หากทำเองและใช้ยาเกินขนาด และเมื่อมดลูกแตก ก็จะมีการเสียเลือดอย่างมาก อาจจะเสียชีวิตได้ และคนที่มดลูกแตกแล้ว แพทย์สามารถเย็บซ่อมได้ ทางการแพทย์มักจะแนะนำไม่ให้ตั้งครรภ์อีกต่อไปครับ เพราะว่ามดลูกจะแตกเองเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น
 
สวัสดีครับ








ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

ต้นไม้หดหายไป ไม้ปาล์มมาแทนที่ แล้วมันจะไปบังแดดได้อย่างไร



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

เรื่องน่าสนใจต่อไปก็คือ

ค่าบำรุงการเรียน กับ ค่าบำรุงการศึกษาต่างกันไหม ทำไมงานคลังคณะแพทย์จึงแยกไม่ออก ฮา



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

วันนี้มีคนเขียนจดหมายมาปรึกษาเรื่องการทำแท้ง เพราะได้อ่าน blog ของผม เลยตอบไปอย่างนี้

สวัสดีครับ
เรื่องยานั้นลืมไปก่อน เพราะเรายังไม่มี RU486 ขายครับ ส่วนใน website นั้น ผมไม่ทราบจริงๆ ส่วนยาตัวอื่น คงไม่มีแนะนำครับ ถ้าอายุครรภ์ เกือบ 8 สัปดาห์ในขณะนี้
ก็คงมีทางเดียวคือการดูดออก ซึ่งถ้าอยู่ที่กรุงเทพ ก็สามารถไปที่ PDA หรือสมาคมพัฒนาครอบครัว ของคุณมีชัย ที่นี่ตำรวจไม่ยุ่งครับ อยู่ที่สุขุมวิทย์ซอยอะไรผมก็จำไม่ได้แล้ว ลองเปิดใน     net ดูก็ได้ ใช้คำว่า PDA ได้เลยครับ
กรุณารีบไป เพราะยิ่งนานยิ่งเจ็บและยิ่งอันตรายครับ
ธนพันธ์
 
ปล. ทางออกของการตั้งครรภ์มีหลายทางมากนะครับ จริงอยู่ว่า อันสุดท้ายคือทำแท้ง แต่ลองคิดดูอีกนิดสิครับ ว่าสามารถทำอย่างอื่นได้ไหม พ่อแม่ควรรู้ไหม อย่าคิดว่าพ่อแม่จะเอาเราตาย อย่าลืมนะครับ ว่าเราก็ไม่ใช่พ่อหรือแม่สักหน่อย ท่านรักเราเสมอ โกรธได้ก็อภัยได้
หลายคนมีความคิดเปลี่ยนไปเมื่อปรึกษาพ่อแม่
ท่านเสียใจอยู่แล้ว แต่ขอถามหน่อยเถิด ว่ามีใครในโลกนี้ไม่เคยพลาดบ้าง เราเคยเดินล้ม เราเคยฉี่ใส่ที่นอน เราเคย...ฯลฯ
ที่ผมบรรยายมาอย่างนี้ก็เพราะว่า อดีตที่เจ็บปวดนั้นลืมยากนะครับ
 
ขอให้โชคดีกับการตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างรอบคอบนะครับ 

 เมื่อวานก็เหมือนกัน ทำมาค้าขึ้น มีเรื่องที่ต้องตัดสินใจเรื่องแท้ง 4 ราย

รายแรกเด็กตายในท้อง อายุครรภ์ราว 10 สัปดาห์ อันนี้ไม่น่าแปลกใจ

รายต่อมา เธอไปกินยาวิตามิน A รักษาสิวมา ซึ่งทำให้เด็กพิการได้ เธอเพิ่งตั้งครรภ์ และยาที่กินนั้น อยู่ในช่วงพัฒนาอวัยวะพอดีพอดิบ

รายต่อมา เธอเป็น antiphospholipid antibody syndrome กำลังกินยา warfarin นั่นแสดงว่าเธอมีลิ่มเลือดอุดตัน และยาตัวนี้มีผมทำให้ทารกพิการได้ราว 7%

รายสุดท้าย คนนี้มาขอทำแท้ง เพราะว่าไม่อยากเอา แฟนทิ้ง (แบบว่าเจอกันก็ถูกใจกัน มีกันและกัน แล้วทิ้งกันไป) คนนี้ยุ่งยากหน่อย เพราะผม่งให้ไปคุยกับหน่วยสิทธิประโยชน์ฯ เพื่อบอกทางเลือกอื่นๆไป เธอก็ยังคิดว่าจะไม่เอาเด็ก เธอนอนไม่หลับมา 2 สัปดาห์ กินไม่ลง ร้องไห้แทบทุกวัน แต่ยังไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย

เฮ้อ........



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

วันนี้ได้ผ่าตัด Total prolift เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย

ช่วงบ่ายฉีด วัคซีนป้องกันหวัดใหญ่



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

ได้ของใหม่

เมื่อคืนไปซื้อนาฬิกาข้อมือใหม่ หลังจากอันเก่าที่ใช้มา 12 ปีเจ๊งไป

สรุปว่าก็ได้ Seiko เหมือนเดิม แต่เป็นรุ่น automatic สีดำสวยเชียว

เต่านาฬิกา เป็นร้านที่ซื้อประจำ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

เมื่อคืน เลี้ยงนศพ.ลูกศิษย์ที่อยู่ในสาย ก็กินกันที่บ้านเหมือนเดิม เขาลงกองแล้ว บ่นกันใหญ่ว่าข้อสอบยาก

รอบนี้ผมมีเงื่อนไขการกินก็คือ ไม่เอาสุกี้ ไม่เอา BBQ เขาเลยซื้อกับข้าวสำเร็จมาจากที่ร้าน

กับข้าวเต็มโต๊ะ

เจ๊จินมาด้วย เรียกสามมาด้วย สามเอานพมาด้วย ก็เลยครื้นเครง



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

วันนี้ซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คให้เจ้าจ้า ในราคา 385 บาท ฮ่า ฮ่า ฮ่า อยากเล่นคอมนัก ซื้อให้ซะเลย ปรากฏว่า เห่ออย่างแรง



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

ส่วนเมื่อวานซึ่งเป็นวันศุกร์ก็เหมือนเดิม คือการออกตรวจที่คลินิกนรีเวช

ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ เพราะคนไข้ไม่แน่นมากเหมือนสัปดาห์อื่น สามารถตรวจได้เสร็จราวเที่ยงครึ่ง

บ่ายสองครึ่ง ก็ไปบรรยายเรื่อง safe sex ให้นักเรียนแพทย์ปี 1 ในหลักสูตร "สุขภาวะกายและจิต" หลักสูตรเจ้าปัญหาของมหาวิทยาลัย (ทั่วประเทศไทย) ผมได้ copy แผนการสอนและสไลด์ให้ทางวิทยาเขตตรังไปด้วย แต่ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเขาจะเอาไปสอนได้หรือไม่ เพราะมันแทบไปมีตัวอักษรเลย รูปล้วนๆ รูปโป๊ทั้งนั้น ฮา



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

ในวันพฤหัส ซึ่งปกติเป็นวันว่าง ก็ไม่ได้ว่างจริง เพราะว่าพี่กุญตัดการประชุม (สัญจร) ของกลุ่มผู้ที่ทำงานด้านการพิทักษ์สิทธิ์เด็กและสตรี งานนี้ผมได้ไปเป็นวิทยากร เพื่อพูดเรื่องการให้บริการผู้ถูกกระทำของม.อ. ก็เลยได้โอกาสนำเสนองานวิจัยที่ทำไป และพูดเรื่องทำแท้งเป็นประเด็นใหญ่ อันนี้ต้องบอกเลยว่า รู้สึกดีจริงๆ ที่มีโอกาสได้พูดเรื่อง ทำแท้ง ให้ตำรวจ อัยการ และ NGO ฟังซะบ้าง

เลยออกไปไหนไม่ได้จนประชุมเสร็จตอน 3 โมง เพราะมีแต่เรื่องที่น่าสนใจทั้งนั้น หลายเรื่องก้ไม่เคยรู้เลยว่า เราจะทำอย่่างไรกับเด็กๆที่เขาถูกรังแก



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธนพันธ์ ชูบุญ
เขียนเมื่อ

วันพุธมีกิจกรรมส่วนตัวที่ทำ 3 อย่าง

เลิกจากการตรวจที่คลินิกฝากครรภ์ ก็พาอ.เมธินี ไปเลี้ยงส่งกันที่โรงแรมเจบี งานนี้เจ้าภาพคือพวกเรา นำโดยอ.สุธรรม เจ๊จิน พี่หน่วย พี่หลิง พี่ตาล พี่ดิ๊ก ต่อพี่เปิ้ล

บริจาคเลือด : เลยได้รู้ว่า ที่คลังเลือดเขามีเก้าอี้ใหม่เอี่ยม ใช้นั่งแทนเตียงนอนแบบเก่า สบายดีครับ ปรับพนักได้ด้วย และได้มีโอกาสเห็นเครื่องแยก platelet อันนี้เป็นความรู้ใหม่ เพราะเมื่อก่อนมันตั้งแยกในอีกห้องหนึ่ง ตอนนี้มีเครื่องใหม่ออกมารวมในห้องบริจาคเลือด ได้เห็นการทำงานของมันก็ทึ่ง วันหลังจะไปบริจาคเกร์ดเลือดบ้าง

เสร็จจากให้เลือด ก้ไปห้องใต้ดิน เพื่อให้เขาทำ arm splint ให้ เพราะว่านิ้วโป้งมือซ้ายเจ้ากรรม มันยังเจ็บไม่เลิก วันนี้ได้ฤกษ์รักษาเสียที น้องจริงสั่งยา glucosamine ให้ด้วยเมื่อเช้าวันนี้



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี