คิดว่า ชาวบล็อกคงเคยเล่นเกมคอมพิวเตอร์กันมาบ้างไม่มากก็น้อย
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เคยไหมที่ยิ่งเล่นแล้วสถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ แต่ก็ปิดเกมไม่ลง จนในที่สุด เลือกที่จะใช้วิธี “ยอมให้ชีวิต … ยอมตาย” เพียงเพื่อให้เกมยุติ GAME OVER เพื่อจะได้เริ่มต้นใหม่ หรือเลิกเล่นไปเลย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">คิดดูอีกที สถานการณ์แบบเล่นเกมทำนองนี้ อาจเคยเกิดขึ้นจริงกับชีวิตใครหลายคน …</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แม้จะยอมจบเกม แต่ทุกอย่างไม่ได้จบลงแค่นั้น ที่จะต้องตัดสินใจ คือจะทำอย่างไรต่อไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">คนที่ไม่ยอมแพ้ อาจเข้าไปเล่นเกมใหม่ด้วยหวังว่า ประสบการณ์จะทำให้ตนแข็งแกร่งขึ้นพอที่จะเอาชนะได้ในเกมต่อๆไป</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">หากเป็นเรื่องของชีวิต คนที่เข้าไปเล่นเกมใหม่ คือคนที่ไม่ยอมแพ้แก่ชีวิต อาจเป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองสูง หรือมีภาระผูกพันที่ทำให้ต้องดิ้นรนสู้ต่อ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">หากเป็นเรื่องของอบายมุข สิ่งเสพติด คนที่เข้าไปเล่นเกมใหม่ คือ คนที่ติดหลง ใจอ่อน หรือ อาจจะเรียกได้ว่า อ่อนแอ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">คนที่ยอมแพ้เลิกเล่นไปเลย ขั้นร้ายแรงที่ปรากฏ คือ ฆ่าตัวตาย.. การมีชีวิตอยู่ มีต้นทุนที่สูงเกินไป คือ ความเหน็ดเหนื่อย ความทุกข์ที่หาทางออกไม่ได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ถามว่ามีทางเลือกระหว่าง “เล่นต่อ” กับ “เลิกเล่น” หรือไม่ คำตอบก็คือ “ไม่มี” ทางเลือกมีแค่ว่า จะเล่นต่อในลักษณะใด หรือ เลิกเล่นในลักษณะใด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p> ในปัจจุบัน มีเกมคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่ผู้เล่นมีหลายคน สู้กันนัวเนียหลายฝ่าย หากเจอเกมประเภทนี้ การยอมแพ้ เลิกเล่น ออกมานั่งดูคนอื่นเขาเล่นเกมกัน ก็อาจจะสนุกกว่า ปลอดภัยกว่า สร้างเวรกรรมน้อยกว่าการเข้าไปเป็นผู้เล่นเสียเอง .</p><p>.. การยอมตาย ยอมแพ้ ในเกมจึงอาจคุ้มค่า </p><p></p><p></p>
ีมีอีกพวกค่ะ พวกไม่ยอมตาย กด reset/restart เลยพอเริ่มเห็นท่าไม่ดี : )
แบบนี้คือมุ่งทำให้สำเร็จโดยไม่ยอมเสียเวลาผิดพลาด
ถือคติห้ามผิด ทำครั้งแรกให้ถูกเลย (ได้ยินบ่อยๆในงานประกันคุณภาพบางตำรา)
แต่ในชีวิตจริง คงยากน่าดู
<p> </p><p> </p>
พวกที่อ่านเกมออก restart ชีวิตได้พอเริ่มเห็นท่าไม่ดี นับว่าเป็นคนฉลาด เอาตัวรอด นะคะ แต่จะดีจะถูกต้องหรือไม่ คงแล้วแต่เรื่องนะคะ
กรณีที่อาจารย์หมายถึงน่าจะเป็นเรื่องเด็กที่เป็นข่าวเมื่อไม่กี่วันนี้ ในความคิดรู้สึกว่าเด็กสมัยนี้ EQ พัฒนาไม่ทัน IQ เลยเกิดปัญหา น่าเป็นห่วงมากๆ
พ่อแม่ก็มีส่วนกดดันลูกโดยไม่รู้ตัวในบางครั้ง อยากให้ลูกได้ดี อยากให้ลูกเก่ง อยากให้ลูกเป็นโน่นเป็นนี่ คาดหวังสารพัด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ สร้างความกดดันในชีวิตให้กับเด็ก เมื่อเด็กทำไม่ได้ก็รู้สึกเสียใจ และอับอาย เพราะแบกรับความคาดหวังของคนรอบข้างไว้ จึงหาทางออกแบบ GAME OVER ให้กับชีวิต
ขอประชาสัมพันธ์บล็อกนิดนึง ตอนนี้กำลังทำ Theme แจกให้กับชาวบล็อกทุกท่านได้ไปใช้กัน ถ้าอาจารย์สนใจก็เชิญเยี่ยมชมได้ค่ะ ตอนนี้ยังมีแบบน้อย แต่จะทยอยผลิตออกมาเรื่อยๆ
ตามาดูรูปครับ
ยินดีที่ได้เจออ.ขจิตอีกครั้ง
ลูกคนเล็กของผมชอบเล่นเกม และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เราเล่นหมากรุกจีนกัน เวลาจะแพ้ จะขอถอยย้อนไปเพื่อเดินหมากใหม่ หาทางเดินทุกวิถีทางจนกว่าจะแพ้ในทุกๆทาง แล้วก็จบเกมกัน การแพ้ชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ การได้ฝึกฝนการคิดในหลายๆสภาวะการณ์คือประเด็นสำคัญของการเล่นเกม เมื่อแพ้ก็หัวเราะได้ในความพ่ายแพ้ มิใช่ปัญหาที่ต้องทำให้โมโหหรือเศร้าเสียใจ
การ์ตูน-เพื่อนของลูกคนเล็กเคยสอนผมและลูกด้วยคำพูดง่ายๆว่า "คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อชนะอย่างเดียวหรอกนะ" ดังนั้น แพ้บ้างจะเป็นไรไปครับ
ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ
น่าสนใจมากที่แต่ละท่านมีภาพบางอย่างอยู่ในใจของตนเองที่ต่างกัน เมื่ออ่านและตีความบันทึกฉบับนี้
ดิฉันเขียนโดยมีภาพชีวิตจริงของคนกลุ่มหนึ่ง พวกเขามีลีลาชีวิตที่ไม่ต่างกับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์อย่างที่ว่า ในความเป็นจริง ผู้เล่นคนหนึ่งที่แพ้ ยอมรับในความพ่ายแพ้ ไม่โมโห หรือ เศร้า แต่เจ็บปวด ดิฉันสนใจว่า ผู้แพ้คนนี้จะเลือกทางออกอย่างไร
ดูเหมือนทางเลือกของเขาคือการ"สละตัวเอง" (เป็นการทำร้ายตัวเองที่ออกจะโง่อยู่) ออกจากเกม เลือกที่จะเป็น "คนนอก" และเป็นผู้ดู เมื่อเขาเลือกได้อย่างนี้ ชีวิตเขาเป็นอิสระขึ้น มีพลังที่จะสร้างสิ่งดีงามให้แก่คนอื่นรวมถึงคนที่เป็นผู้ชนะ และก้าวต่อไปข้างหน้าได้โดยไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป
คุณ little jazz คะ
พ่อแม่มักจะเป็นบุคคลแรกๆที่จะทำร้ายลูกตัวเองแบบไม่รู้ตัว ทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหานี้ได้ก็ไม่ทราบเหมือนกันนะคะ
ขอบคุณสำหรับการสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้พวกเราค่ะ จะแวะไปเยี่ยมนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต
ยินดีที่ได้พบอาจารย์นะคะ ขอบคุณสำหรับภาพถ่ายค่ะ อาจารย์เป็นคนคุยสนุก น่าเสียดายที่วันนั้นดิฉันล้าไปหน่อยก็เลยยังไม่ค่อยได้คุยกับอาจารย์จริงๆ โอกาสหน้าคงได้เจอกันใหม่นะคะ
อาจารย์ภีมคะ
ขอบคุณที่สละเวลายุ่งๆมาแวะแสดงความเห็นนะคะ ฝากสวัสดีเด็กๆด้วยค่ะ คนเล็กอ่าน "เซน" ไปถึงไหนแล้วคะ
ท่านติช นัท ฮันห์ พระเซนชาวเวียดนามผู้เขียนเรื่อง "กุญแจเซน" และหนังสือเล่มใหม่ (ดูบล็อกคุณดอกแก้วนะคะ) จะมากรุงเทพปลายสัปดาห์นี้และแสดงธรรมที่ธรรมศาสตร์ คืนวันที่ 30 พค.นี้ ถ้าไม่เหนื่อยนัก คิดว่าจะเข้าฟัง เผื่อมีเรื่องมาเล่าค่ะ
อ่านแล้วคิดว่าอาจารย์กำลังแอบหยิกนักการเมืองบางคนที่ไม่ยอมออกจากเกมส์ซักทีใช่มั๊ยคะเนี่ย !?
คุณ pilgrim
ขอบคุณที่แวะมา "ทัก" และ "ทาย" นะคะ
ไม่เฉลยดีกว่าค่ะ :)
ผมมักมองสิ่งที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นเบียดเบียนผู้อื่น หรือไม่ ถ้าเบียดเบียน ผมก็หยุดทันที ต่อมามันเบียดเบียนตัวผมเองไหม ถ้าใช่ ผมทนได้ไหม โยนิโส ไหวไหม ถ้าไม่ก็ต้องหยุด
ผมพยายามเจียดเวลากระโดดออกจากสิ่งที่ผมกำลังเกี่ยวข้องเสมอ เพื่อมาดูว่า เกิดอะไรขึ้น อย่างคนนอก เราคิดอะไรกับมัน และควรทำอะไรกับมัน
ผมพยายามมองอย่างธรรมชาติ เหตุผล ปัจจัยเสริม และซื่อสัตย์ต่อตัวเอง
ผมว่าทุกคนถ้าเข้าใจธรรมชาติ มีเริ่มมีจบ มีเกิดมีตาย มีแต่การเปลี่ยนแปลง
เราก็สามรถจัดการกับทุกอย่างได้อย่างไม่ทุกข์นัก
ขอบคุณคุณชินมากเลยค่ะ
เป็นข้อคิดและลำดับความคิดที่เป็น "ทางสว่าง" มากเลยค่ะ
ไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่เบียดเบียนตัวเอง เป็นอิสระอย่างคนอยู๋วงนอก ทำให้มองทุกสิ่งได้อย่างมีเหตุผล
มีเริ่ม มีจบ มีการเปลี่ยนแปลง ขอเพียงมีสติ มีปัญญาก็จะจัดการทุกอย่างได้อย่างไม่ทุกข์นัก
เป็น "คำตอบสุดท้าย" สำหรับทุกคน ทุกเกม ค่ะ
ว่าจะเขียนตอบอาจารย์ก็ผลัดมาหลายวัน ผมเองมีโอกาสได้ศึกษาเรื่องเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ประเภทที่กำลังดังๆ อยู่ กับเศรษฐศาสตร์ ก็เลยอยากแลกเปลี่ยนกับอาจารย์ครับ เขียนในนี้คงจะยาวยืด ผมเลยขอตอบไว้ในบล็อกตัวเองนะครับ
ขอบคุณครับ