วันที่ 15 พฤษภาคม 2550 ตอนเช้าเดินทางไปที่ มูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมกับ อาจารย์ ดร. ทิพวัลย์ พี่ภีม และ รศ. ดร. อุรุยา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านอาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิไทยพัฒน์ น้องจากมูลนิธิและนักธุรกิจ อีก 1ท่าน
ถึงเวลาพบท่าน ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล อาจารย์เป็นกันเองมาก ท่านอาจารย์ ดร. สุเมธ พูดถึงเรื่อง การปลูกฝังเรื่อง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถปลูกฝังและพอมีออกมาให้เห็น แต่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมนั้นค่อนข้างหายาก หรือแทบไม่มี
ท่าน ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล มีแนวคิดว่า อยากจัดการประกวด เกษตรพอเพียง ดังนี้ คือ 1. ไร่ละแปลง 2. เกษตรกร 3. ธุรกิจขนาดย่อม 4. ธุรกิจขนาดกลาง 5. ธุรกิจขนาดใหญ่ โดยขอรางวัลถ้วยพระราชทานจากในหลวง เมื่อจัดการประกวด จะได้ตัวอย่าง ของเกษตรแบบพอเพียง ในสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย
หลังจากนั้นอาจมีสารานุกรมของเกษตรพอเพียงและตัวอย่างของเศรษฐกิจพอเพียงในบริบทต่างๆ
นอกจากนี้ท่านอาจารย์ ดร. ทิพวัลย์ สนใจยังจะมีการจัดเรื่อง World Moral Forum ผู้ใดสนใจติดต่อท่านอาจารย์ ดร. ทิพวัลย์โดยตรงได้เลยครับ ลองดูรูปที่ มูลนิธิชัยพัฒนาก่อนนะครับ
ท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงในบ้านเราอย่างไรบ้างครับ อยากทราบความคิดเห็น
เป็นเรื่อง ลึกซึ้ง ที่เหมาะจะใช้กับบ้านเราจริงๆค่ะ และความจริงก็เหมาะสำหรับบ้านอื่นด้วยค่ะ
อาจารญ์ ขจิตคงรู้สึกดีมากนะคะ
ดีใจด้วยค่ะ พบปะได้สนทนากับคนดีๆ มีคุณค่าอย่าง อาจารย์ ดร สุเมธ เป็นมงคลแกชีวิต
สวัสดีค่ะ
มาอีกที ไปอยู่ กทม เลยนะคะ ไปเจอ อ อุ๋ย ด้วย (รศ. ดร. อุรุยา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ) ฝากความระลึกถึง อ อุ๋ยด้วยนะค่ะ
สนใจเรื่องที่จะมีการจัดเรื่อง World Moral Forum
อ ขจิต นำเสนอข่าวเรื่อยๆ ด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะ
ดิฉันเห็นด้วย 100%ในเรื่องนี้ค่ะ
เศรษฐกิจพอเพียงต้องรู้จักพอประมาณ มีเหตุผลและมีภูมิคุ้มกัน รอบรู้ รอบคอบและมีคุณธรรมด้วย
เศรษฐกิจพอเพียงจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวบุคคล และองค์กรทุกระดับค่ะ
อ ขจิตค่ะ
เหว่าจะไปทำงานที่ มืองกาญฯ น่ะ
พื้นที่วิจัย อยู่ที่ อำเภอไทรโยค แต่ว่าจะพักในเมือง ไปตั้ง 7 วันแน่ะ
แนะนำหน่อยสิ ว่าพักที่ใหนดี อยากได้แบบ กลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ
แล้วกลับมาเจอที่พักดีดี สวยๆ ร่มรื่น คงหายเหนื่อยเนาะ แนะนำด้วยนะคะ
(มือพลาดไปถูกอะไรไม่รู้ ก็เลยต้องมีความคิดเห็น ขออภยด้วยนะคะ)
เห็นภาพแล้วรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองมากเลยค่ะ
ความพอเพียงก็คือการเดินทางสายกลาง ไม่มีอะไรมากไป และไม่ขาดจนเกินไป
ดังนั้นคนเราถ้ารู้จัก "พอ" ก็จะเกิดความพอดี ไม่มากไป แล้วก็ไม่ขาด แล้วก็จะรู้ว่าความ"พอเพียง"เป็นอย่างไรนั่นเอง...
ขอบคุณที่นำเรื่องดีๆ มาฝากนะคะ..
สวัสดีครับ
ก่อนอื่น ขอบอกว่า อิจฉามาก ๆ ครับ ได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ ดร.สุเมธ ด้วย
สำหรับเรื่องความพอเพียงนี้ พี่ว่า ถ้าทุกคนมีความพอเพียงในหัวใจแล้ว ทุก ๆ อย่างคงจะดีกว่านี้แน่ ๆ เลยครับ ประเทศจะได้อยู่อย่างสงบสุขซะที
เพียงพอ = พอเพียง >> ต้องอธิบายความหมายให้ลึกซึ้งถึงรายละเอียดเสีนก่อน
ขออธิบายตามความเข้าใจของผมนะครับ
ก่อนที่จะลงมือกระทำการแบบพอเพียง คนเราต้องมีความเพียงพอเสียก่อน หมายถึง ไม่ทะเยอทะยาน มักมาก โลภมาก ถึงจะกระทำการแบบพอเพียงได้สำเร็จ
ดีใจกับ อ ขจิตนะค่ะที่ได้พบคนดี ๆ อย่าง ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล และเยี่ยมมูลนิธิชัยพัฒนา
เห็นด้วยกับการประกวดเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ และเห็นด้วยกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ จริง ๆ เราคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ น่าจะเข้าใจหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้ง่าย เพราะสอดคล้องกับคำสอนศาสนาพุทธหลายอย่าง ไม่ว่า จะเป็นการเดินทางสายกลาง ความมีเหตุผล จากแนวคิดอิทัปปัจจยตา (มื่อมีเหตุปัจจัยมันจึงเกิดขึ้น ถ้าเราพูดกลับกัน ถ้าไม่มีเหตุปัจจัยผลก็ไม่เกิดขึ้น) สันโดษ (ความรู้จักพอใจ และเป็นสุขกับสิ่งที่ตนเองมี และตนเองเป็น แต่นั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการขยัน ตรงกันข้าม เมื่อเราเป็นสุข รู้จักพอ เราก็จะมีกำลังกาย มีกำลังใจ มีสมาฺธิ มีปิติที่จะทำงานต่อไป)