ตบโบนัสอีก 6 พันล. บิ๊ก ขรก.เปรม 70%

ครม.ขิงแก่เอาใจข้าราชการ ควักงบประมาณแจกโบนัสเพิ่ม 6.83 พันล้านบาท ประเคนผู้บริหาร 70% ส่วนข้าราชการผู้น้อยได้แค่ 30% นายทศพร   ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ว่าที่ประชุม ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์และแนวทางการจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้บริหาร และการจัดสรรเงินรางวัลของส่วนราชการ จังหวัด สถาบันอุดมศึกษา ที่มีการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2549 ซึ่งจะมีการจัดสรรเงินโบนัสให้กับส่วนราชการเป็นวงเงิน 5.5 พันล้านบาท พร้อมกับเงินจากผู้บริหารส่วนราชการ 30% ไปสมทบเพิ่มเติมกับเงินข้าราชการ 5.5 พันล้านบาท  อย่างไรก็ตาม  ยังต้องมีการแก้กฎหมายเกี่ยวกับการจัดสรรเงินให้กับผู้บริหาร เนื่องจากมีการกันเงิน 30% ไปให้ข้าราชการชั้นผู้น้อย โดยจะพยายามเร่งแก้ไขให้เร็วที่สุด เพื่อให้มีการจัดสรรเงินโบนัสให้กับข้าราชการได้ทันเดือนมิถุนายน สาเหตุที่ต้องเร่งจัดสรรเงินโบนัสให้กับข้าราชการ เพราะต้องการให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัวช่วงเปิดเทอมนางเนตรปรียา ชุมไชโย ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินพิเศษสำหรับผู้บริหาร ประจำปีงบประมาณ 2549 ว่า เป็นข้อเสนอเพิ่มเติมจากมติ ครม.เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2547 โดยยังให้ยึดแนวทางการจ่ายเงินตามมติ ครม.เมื่อปี 47 ซึ่งจะคำนวณตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินรางวัลสำหรับผู้บริหารและหน่วยงาน เพื่อจัดให้แก่ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ โดยกำหนดสัดส่วนการจ่ายเงินที่ 70 : 30 คือให้ผู้บริหาร 70% และเงินพิเศษเพิ่มสำหรับผู้บริหารที่คำนวณได้จริง    อีก 30% ของผู้บริหารที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเพิ่มพิเศษ โดยเงินก้อนนี้จะนำไปสมทบกับเงินรางวัลที่จะจัดสรรให้กับกลุ่มผู้ปฏิบัติงานสำหรับการดำเนินการดังกล่าว ได้จัดสรรงบประมาณในปี 50 เป็นเงินงบกลางค่าใช้จ่ายการปรับเงินค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ ทั้งหมดประมาณ 6.83 พันล้านบาท แยกเป็นการจ่ายเงินพิเศษสำหรับผู้บริหารประมาณ 1.28  พันล้านบาท และจ่ายเงินรางวัลโบนัสแก่หน่วยงานราชการเพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ปฏิบัติงานอีก  5.5 พันล้านบาท  สำหรับเงินที่ให้กับผู้ปฏิบัติการ จะกำหนดหลักเกณฑ์ ตัวชี้วัด และวัดผลงานว่า หน่วยงานใดทำงานได้ตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้หรือไม่ รวมถึงพิจารณาร่วมไปกับขนาดขององค์กร” นางเนตรปรียากล่าวทั้งนี้  ก.พ.ร. คำนวณแล้วพบว่า ความแตกต่างระหว่างเงินเดือนของผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชนนั้นยังมีความแตกต่างกันถึง  5-6 เท่า เช่น ผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐอาจจะได้เงินประมาณ หมื่นบาท  แต่เอกชนได้ 4 แสนบาท เพราะฉะนั้นเงินก้อนนี้จึงเป็นการช่วยเพิ่มรายได้บางส่วน  แต่อย่างไรก็ตาม  ก็ยังถือว่าต่ำมาก   ครม.จึงพิจารณาเห็นว่า ระบบการให้โบนัสและหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.ร. เสนอมาเป็นหลักเกณฑ์ที่ดีและเหมาะสมแล้ว แต่ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในทางปฏิบัติผู้บังคับบัญชาทั้งหลายคงจะต้องมีความยุติธรรมในการประเมินผลงานลูกน้องและไม่เล่นพรรคเล่นพวก ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) ได้ทำการโอนเงินโบนัสข้าราชการจำนวนกว่า 4.9 พันล้านบาท จากทั้งหมด 6.76 พันล้านบาท ไปให้ทุกส่วนงานราชการเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2549 ที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นโบนัสของข้าราชการชั้นผู้น้อยจำนวน 5.55  พันล้านบาท และสำหรับผู้บริหารระดับซี 8 ขึ้นไป จำนวน 1.21 พันล้านบาท ส่วนเงินที่เหลืออีกจำนวน 650 ล้านบาทนั้น ทาง ก.พ.ร. กันเอาไว้สำรองจ่ายให้กับข้าราชการบางคน ที่อาจทำเรื่องอุทธรณ์เพื่อขอโบนัสเพิ่มเติม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">ไทยโพสต์  ไทยรัฐ  กรุงเทพธุรกิจ   16  พ.ค.  50</p>