การเรียนรู้โดยจำเขามาเรียกว่า ครูพักลักจำ

 

เพลงพื้นบ้าน

 

จากการปฏิบัติจริง 

 

ตอนที่ 1 (ฝึกหัดเพลง)

          ผมมีความสนใจในการร้องรำ ทำเพลงมาตั้งแต่แรกเริ่มจำความได้ เมื่อโตขึ้นในวัยประถมศึกษา (ปี พ.ศ.2501-2504) มีโอกาสได้แสดงความสามารถประกวดร้องเพลง และร้องเพลงลูกทุ่งอยู่กับวงดนตรี คณะ ศรมณีสุข มีน้าชายชื่อ จรูญ  เกิดวัน เป็นหัวหน้าคณะ สมัยนั้นวงดนตรีชาวบ้านมีงานแสดงบ่อยครั้งเหมือนกัน งานที่ไปแสดง ได้แก่ งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานบวชนาค  งานมงคลสมรส และงานปิดทองไหว้พระประจำปี ในช่วงเวลานี้ ผมได้ยินน้าชายร้องเพลงขอทาน (เพลงกระบอก) จนจำบทร้องได้หลายตอน

                

          ต่อมาผมได้พบกับบุคคลรุ่นน้าชายอีกท่านหนึ่ง ชาวบ้านเรียกท่านว่า อุ้ย ผมเรียกท่านว่าน้าอุ้ย ท่านมีความสามารถ ในการร้องเพลงพื้นบ้านได้หลายชนิด  ผมชอบฟังเลยติมตามดูเขาร้อง  เวลาเขาดื่มเหล้าเข้าไป  พอตกดึกหน่อย จะได้ยินเสียงเพลงฉ่อย เพลงอีแซว และเพลงอื่น ๆ ท่านร้องได้ไพเราะถูกใจผมจัง บางบทบางตอนที่ผมได้ฟังบ่อย ๆ ผมจำได้ก็นำเอามาร้องเล่น โดยเฉพาะคำขึ้นต้นเพลงฉ่อย ท่านขึ้นว่า โฮง โงง โง โอ่ เอิง โง๊ย.. โดยทั่วไปจะขึ้นต้นว่า  (เอิง เงิง เงอ เอ่อ เอิง เอ๊ย) หรืออย่างเพลงอีแซว นักเพลงท่านอื่นจะเกริ่นข้นต้นว่า เอ่อ เอ้อ เออ  เอ่อ เอิง เง้อ  เอ้อ เอิ๊ง เงย..แต่น้าอุ้ยขึ้นว่า เอ่ เอ้ เอ๊ เอ่ เอ๊ เอ.เสียงท่านสดใสมาก (แต่เวลาส่วนใหญ่อยู่กับความเมา)

                    

          วันที่ผมเริ่มรับราชการครูในช่วงต้น (ปีพ.ศ.2513) ผมมีโอกาสได้ดูการแสดงเพลงอีแซวและ เพลงพื้นบ้านอื่น ๆ ที่มีผู้หญิงคนหนึ่งเล่นเป็นแม่เพลงเก่งมาก ผมมารู้จักท่านตอนหลังทราบชื่อว่า ท่านชื่อป้าอ้น จันทร์สว่าง ผมหาโอกาสไปพบท่านที่บ้านหนองแขม อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ผมไปขอฝึกหัดเพลง (ปีพ.ศ.2518-9) จำช่วงเวลาได้ไม่แน่นอนเสียแล้ว ผมฝึกหัดเพลงบนบ้านป้าอ้น ที่เพิงพักติดกับเรือนใหญ่ ป้าร้องให้ผมฟังหลายเที่ยวพร้อมกับทำท่าทางให้ดู (ยกแขน วาดวงแขนและมือคล้าย ๆ รำ) แล้วท่านก็ให้ผมทำตาม จนผมสามารถทำได้ ป้าอ้นชมว่า  ครูนี่เก่งจัง หัวไวทำได้เร็ว แถมยังเอาบทเพลงอะไรมาร้อง ป้าไม่เคยได้ยิน (ผมคิดขึ้นมาเอง)

                   

          เมื่อตอนพักเหนื่อย หยุดการฝึกหัด ป้าก็หยิบเอาบทร้องเพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงพวงมาลัยเก่า ๆ มาให้ดู แล้วบอกให้ผมเอาไปจดและท่องจำเอานะ แล้วป้าก็พูดถึงการหัดเพลงในสมัยที่ป้าเริ่มต้นใหม่ ๆ ว่า ยากมากเพราะเราไม่รู้หนังสือ อ่านเขียนไม่เป็นต้องให้ผู้ชายเขาบอกเนื้อร้องให้ ตอนนั้นฝึกกับครูอินทร์ ครูเขาก็ว่าให้เราฟัง เราก็ว่าตาม ครูเขาทำท่าทางให้ดู เราก็ทำตาม หัดอยู่นานเหมือนกันจึงจะได้ออกงาน  พอออกงานครูเขาไม่สอน บอกว่าให้สังเกตเอาเอง เขาร้องเขาเล่นอะไรกันบ้างจดจำเอาไปฝึกให้คล่อง แล้วนำเอาที่ทำได้มาแสดง                                                                                                        

            วันนี้ป้าอ้นอายุมากแล้ว (87-88 ปี) ผมได้ฝึกหัดเพลงกับท่านหลายครั้ง บางครั้งฝึกกันทั้งวัน มีในช่วงที่ผมจะไปแข่งขันระดับจังหวัด (ปีพ.ศ.2525) ในนามตัวแทนของอำเภอดอนเจดีย์ ไปฝึกกันที่บ้านป้าอ้นตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน บางครั้งเลยเที่ยงคืนด้วย  ขนาดขึ้นไปประกวดแข่งขันกับเขาบนเวที ผมยังมีป้าอ้นขึ้นไปยืนเป็นลูกคู่อยู่ข้าง ๆ จนจบการแข่งขัน ผมคิดถึงป้า คิดถึงกาลเวลาที่มันผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากวันที่ผมเป็นเด็ก เติบโตเป็นผู้ใหญ่ และวันนี้ย่างเข้าสู่วัยชรา เข้าสู่ปลายทางของชีวิตราชการ ผมจึงได้นำเอาบันทึกที่ฝังใจออกมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อชักจูงสายเลือดไทยให้กลับไปมองหาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายๆ ด้านที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและหาโอกาสสืบสานสิ่งที่ดีเหล่านั้นเอาไว้ให้ได้สักอย่างเถิดครับ

                         

         จากคำที่ป้าพูดว่า หัดเพลงกับครูอินทร์ ทำตามครู เขาให้ทำอะไรก็ทำตาม  และจากคำที่ป้าอ้นเล่าให้ผมฟังว่า ตอนที่ออกไปร่วมแสดงกับครูเพลง ท่านให้จดจำรุ่นพี่เขาเอาเอง  จึงไปสอดคล้องกับหลักการที่เราได้รับรู้ ได้ยิน จนคุ้นหูคือคำว่า ครูพักลักจำ เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง (ผู้เรียนเป็นสำคัญ) ที่จริงมีมานานแล้ว ภูมิปัญญาท้องถิ่นเขาสอนกันมานาน แต่ว่าจะต้องเริ่มต้นมาจากต้นแบบมีครูที่ดีคอยแนะนำควบคุมแบบแผนอยู่ด้วย จึงจะทำให้สามารถรักษารูปแบบอย่างเดิมเอาไว้ได้

  

(ติดตาม ตอนที่ 2 / ชำเลือง  มณีวงษ์)