เจ้านายก็คือเจ้านายแหละน๊า (จะไปรู้อะไร) ใครๆ ก็ว่าอย่างนั้น


"เราอาจทำงานได้เกินความคาดหมายในสายตาผู้อื่น แต่ก็ยัง ทำงานได้ต่ำกว่าเป้าหมายในสายตาของนายเราเสมอ"

เรื่องของเรื่องเช่นเคยครับก่อนการทำตลาดนัดความรู้ศูนย์อนามัยที่ 5 สัก 3วันผมเคยไปร่วมทำการเข้ากลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของโรงงานภาคเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา  ก็ไปได้เรื่องดีดีมาเล่าสู่กันฟังครับเป็นเรื่องของการทำงานโดยไม่คำนึงถึงเรื่องของความดีความชอบน้องเขาว่ามันไม่เคยมีความยุติธรรมหรอกไม่ว่าเราจะมีความรู้ความสามารถสักแค่ไหนมันก็งั้นๆ น้องเขาเล่าสไตล์นิทานเปรียบเปรยให้ชื่อเรื่องว่า

เรื่องของหมา(น่างอโอโงไม่เอก)

 เจ้าของร้านขายเนื้อสดคนหนึ่งรู้สึกประหลาดใจที่หมาตัวหนึ่งมาที่ร้าน

โดยในปากมันคาบแบงก์ 100 บาทและกระดาษเขียนข้อความว่า "ขอซื้อเนื้อหมู 1 กิโลกรัม"

เขารู้สึก ประทับใจความแสนรู้ของมัน ดังนั้น หลังจากเก็บเงิน 100 บาท

และเอาเนื้อหมูใส่ถุง แขวนที่ปากให้มันคาบไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจปิดร้านสะกดรอยตามมันไป

หมาตัวนั้นเดินไปตามถนนจนถึงทางม้าลาย

มันก็วางถุงที่คาบไว้ลงแล้วยืนด้วยขาหลังและยกขา หน้ากดปุ่มไฟสำหรับคนข้ามถนนแล้วก็คาบถุงต่อ รอจนไฟคนข้ามเขียวมันจึงข้ามไปยังป้ายรถเมล์อีกฝั่งหนึ่ง มันจ้องมองตารางเวลาเดินรถแล้วนั่งลงตรงที่นั่งรอ
สักพักมีรถเมล์คันหนึ่งมา มันเดินไปดูหมายเลขที่ หน้ารถแล้วก็กลับมานั่งรอต่ออีกสักเดี๋ยวก็มีรถเมล์มาอีกคัน

มันเดินไปดูหมายเลขรถอีก เมื่อเห็นว่าเป็น สายที่มันรออยู่ มันจึงขึ้นรถเมล์คันนั้น

คนขายเนื้อถึงกับอ้าปากค้างทึ่งในความแสนรู้ของมัน
แล้วรีบตาม มันขึ้นรถคันนั้นไป หลังจากรถวิ่งผ่านกลางเมืองออกไปยังชานเมือง เจ้าหมาแสนรู้ก็ลุกจากที่นั่งเดินไปหน้ารถ
มันยืนด้วยขาหลังแล้วเอาขาหน้ากดกริ่งบนรถ เมื่อรถจอดมันก็ลงและเดินไปตามถนน

จนถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งแล้วเลี้ยวเข้าไป คนขายเนื้อยังสะกดรอยตามมันอยู่ห่างๆ เช่นเดิม 

เมื่อมาถึงประตูบ้านที่ปิดอยู่มันก็วางถุงไส้เนื้อที่คาบไว้ลง แล้วถอยหลังมาตั้งหลักประมาณ 2-3 เมตร

จากนั้นก็วิ่งเข้าชนประตูเต็มแรง มันพยายามอยู่ 2-3 ครั้ง

แต่ประตูก็ยังเปิดไม่ออกมันเลยเดินอ้อมตัวบ้านไปที่หน้าต่างบานหนึ่งที่ปิดอยู่และเอาหัวโขกที่หน้าต่างหลายครั้ง

แล้วก็เดินกลับมารอ ที่ประตู  สักพักประตูบ้านก็ถูกเปิดโดยเจ้าของหมาเป็นผู้ชายหุ่นล่ำบึ้ก 

ซึ่งพอเปิดประตูเสร็จเขาก็เริ่มเตะต่อยและตะโกนด่าเจ้าหมาแสนรู้ตัวนั้นทันที 

ถึงตอนนี้คนขายเนื้ออดรนทนไม่ไหว เขารีบวิ่งเข้าไปห้าม เจ้าของหมา พร้อมกับถามว่า

"คุณเตะมันทำไมกัน มันเป็นหมาสุดอัจฉริยะ เท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย ถ้าไปออกทีวีต้องดังแน่" 

เจ้าของหมาตอบสวนทันทีว่า

"คุณว่ามันฉลาดนักเหรอ เชอะ! รู้มั้ยว่านี่เป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์นี้นะที่มันลืมเอากุญแจบ้านติดตัวไปด้วย"
คติสอนใจจากเรื่องนี้คือ
"เราอาจทำงานได้เกินความคาดหมายในสายตาผู้อื่น แต่ก็ยัง ทำงานได้ต่ำกว่าเป้าหมายในสายตาของนายเราเสมอ"

อ้าวอ้าว วอนซะแล้ว ส่วนตัวก็อดคล้อยตามเรื่องนี้ไม่ได้เลย  ยังไงเสียถ้าพี่พี่ท่านไหนได้มาอ่านก็แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมให้ด้วยครับ



 

คำสำคัญ (Tags): #เรื่องเล่า
หมายเลขบันทึก: 96341เขียนเมื่อ 15 พฤษภาคม 2007 12:33 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 เมษายน 2012 12:10 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (2)
  • เออ อย่างนี้ก็มีด้วย
  • แสดงได้อย่างหนึ่งนะคะว่า เจ้านายเขาก็เห็นเราทำผิด ในสิ่งที่ซ้ำๆ เน๊าะ

หมาตัวนั้นโง่ตั้งแต่หัดคาบเนื้อหมูแล้วทำงานผิดประเภท ต้องเตะให้ตาย ( ล้อเล่นค่ะ )

เจ้านายหมาก็ใจดีนะค่ะ ให้โอกาสหมาทำผิดตั้ง 2 ครั้ง

ถ้าเจ้านายมองว่าเราทำงานได้ต่ำกว่าเป้าแสดงว่าเขาตั้งความสามารถของเราไว้สูงค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี