เมื่อหลายวันก่อน คุณพ่อมีกิจธุระต้องออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ 2 วัน ทำให้ไปส่งน้องฟุงไม่ได้ คุณแม่จึงต้องรับภาระนี้แทน วันแรกติดต่อคุณเจ้าของรถตุ๊กตุ๊กซึ่งเป็นคนในคณะฯด้วยกัน ปรากฎว่าค่ารถแพงมากจนแปลกใจ พอวันที่สองก็เลยตัดสินใจจะลองใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กหน้าโรงพยาบาลไปส่งแทน คุณแม่นั่งไปด้วยกัน ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจวันหนึ่งทีเดียวค่ะ (ทำไมลืมเขียนเล่าไปได้ก็ไม่ทราบ)
มีผู้โดยสารในรถอยู่ 5 คน รวมเรา 2 คนแล้วด้วย น่าแปลกที่พวกเราทุกคนต่างก็เพิ่งเคยขึ้นรถตุ๊กตุ๊กกันทั้งนั้น ที่รู้เพราะคนแรกที่จะลง ก็หันมาถามพวกเราที่นั่งอยู่ว่า ค่ารถเท่าไหร่ ไม่เคยนั่งมาก่อนเลย พวกเราที่เหลือก็ตอบเหมือนกันว่า เพิ่งเคยนั่งครั้งแรกเหมือนกัน ต่างคนต่างก็ไม่รู้ราคา ก็เลยทำให้พวกเราทุกคนต่างก็คอยชะเง้อดูด้านหน้ารถว่า คุณพี่คนแรกจ่ายค่ารถไปเท่าไหร่ แล้วเราก็เลยได้เห็นว่าค่ารถคือ 20 บาท
น้องฟุงลงที่หน้าโรงเรียนก่อนคุณผู้ชายอีกคน คุณแม่ให้เงินเอาไปจ่ายคุณลุงคนขับ บอกน้องฟุงว่าขอบคุณคุณลุงด้วยนะลูก น้องฟุงส่งเงินให้พร้อมกับยกมือไหว้ "ขอบคุณครับ" เสร็จแล้วก็หันหลังจะเดินเข้าโรงเรียน คุณลุงคนขับร้องเรียกน้องฟุง แล้วก็ทอนเงินให้ 5 บาท น้องฟุงก็เลยเอามาส่งคืนให้คุณแม่ก่อนจะเดินเข้าโรงเรียนไป คุณน้องผู้ชายที่นั่งตรงข้ามทำหน้ายิ้มๆไปกับคุณแม่ด้วย คงเห็นผลจากการยกมือไหว้ขอบคุณของน้องฟุง
ขากลับคุณแม่นั่งวนกลับมาถึงโรงพยาบาล ตอนลงรถจ่ายเงิน คุณพี่คนขับก็จะลดราคาให้อีก ต้องบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ รับไว้เถอะ คุณลุงฝากชมมาถึงน้องฟุงว่า "ผมไม่เคยเห็นเด็กๆสมัยนี้ไหว้ขอบคุณ ดีใจมากๆเลยลดราคาให้" คุณแม่ต้องบอกว่า จะบอกน้องฟุงให้ค่ะ แล้วก็เดินยิ้มกลับมาห้องทำงาน
จำเรื่องนี้ขึ้นมาได้อีกครั้ง เพราะอ่านบันทึกคุณณิชนันทน์ถึงเรื่องธรรมเนียมการกล่าวคำขอบคุณของฝรั่ง เห็นด้วยว่าเราควรช่วยกันใช้ คำเหล่านี้ให้สม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน ตัวเองก็พยายามฝึกอยู่ค่ะ และสอนให้ลูกทำไปด้วย จะเห็นได้ว่าเป็นสิ่งที่ดี และทำได้กับทุกๆคน แถมยังมีผลพลอยได้ดีๆอย่างที่น้องฟุงได้รับนี้อีกด้วย
สวัสดีค่ะคุณโอ๋
ขอบคุณมาก ๆ ที่ให้เกียรติใส่ลิงค์ในบันทึกนี้ค่ะ
น้องฟุงน่ารักมากค่ะที่ทั้งกล่าวขอบคุณและทั้งยกมื้อไหว้ไปพร้อม ๆ กัน .. คุณลุงถึงได้ใจดีตอบไงคะ :D
ว่าแต่เดี๋ยวนี้นั่งตุ๊ก ๆ ที่หาดใหญ่ราคา 20 บาทแล้วเหรอค่ะเนี่ย เมื่อก่อนนั่งตุ๊ก ๆ ไปเรียน 3 บาทเอง *_*
ณิช
อ่านแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ เรื่องน่ารักของเด็กๆฟังได้ไม่เบื่อเลยค่ะ
น้องฟุง คงน่ารักมากนะครับ ถึงได้ส่วนลดอย่างนี้
สวัสดีค่ะ
น้องฟุงน่ารักมากค่ะ
น้อง ณิชนันทน์ เป็นคนหาดใหญ่ด้วยเหรอคะ ดีใจจัง ดูเหมือนว่ายังดูเด็กๆไม่น่าจะได้นั่งตุ๊กๆ ไปโรงเรียนตอนราคา 3 บาทเลยนะคะ (แอบแซวเล็กๆ....)
เห็นด้วยกับคุณปุ๊กกี้นะคะ และอยากส่งเสริมให้พวกเราช่วยกันเอามาเล่าเก็บๆไว้เผื่อแผ่กันค่ะ เด็กทุกคนคือ อนาคตของโลกนี้นะคะ
ขอบคุณคุณแจ๊คที่แวะมาทักทายค่ะ คิดว่าน้องฟุงได้ส่วนลดเพราะการยกมือไหว้มากกว่าค่ะ คุณแม่ยังประทับใจเลย เพราะคิดว่าน้องฟุงจะพูดเฉยๆ ค่ะ ได้เล่าให้เค้าฟังแล้วด้วยค่ะ
ขอบคุณคุณ sasinanda ที่ตามมาให้กำลังใจเสมอนะคะ น่ารักจริงๆค่ะ จัดสรรเวลาได้เก่งมากๆเลย
มิมว่าเด็กจะทำหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่การอบรม ถ้าผู้ใหญ่ละเลยก็จะทำให้เด็กไม่มีสัมมาคารวะโดยที่เขาไม่รู้ตัว
สวัสดีอีกครั้งค่ะพี่โอ๋
ฮ่าๆๆ เริ่มจะไม่แน่ว่าตอนนั้นมัน 3 หรือว่า 5 บาทกันแน่ ... กลัวคนในนี้จะรู้อายุจริงค่ะ :D
จริง ๆ แล้วณิชเป็นคนเมืองสงขลาค่ะพี่ แต่ไปเรียนที่โน่นที่นี่ ได้กลับบ้านปีละครั้งสองครั้งเองค่ะ *_*
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ
ณิช
เห็นด้วยกับน้องมิมค่ะ เพราะพอเราย่อหย่อนการชื่นชมและคอยเตือน เขาก็จะค่อยๆเลิกทำ เพราะสิ่งแวดล้อมที่เห็น คนส่วนใหญ่จะไม่ทำ พี่ต้องคอยบอกลูกๆเสมอค่ะ ว่าสิ่งดีๆนั้นให้ทำไปเถอะเป็นตัวอย่างที่ดี แล้วตัวเราเองก็ต้องพยายามทำให้ลูกเห็นว่า เราทำแม้ไม่มีคนอื่นทำด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร
น้องณิช คะ น่าจะ 5 บาทจริงแหละค่ะ ค่อยสมอายุหน่อย...ฮิ...ฮิ..กลับมาแวะหาดใหญ่เมื่อไหร่อย่าลืมเมลบอกกันบ้างนะคะ จะได้คุยกันแบบตัวเป็นๆบ้าง พี่โอ๋ก็สนใจ Bioinformatics ค่ะ
สวัสดีครับพี่โอ๋
น้องฟุงเป็นเด็กดีคนหนึ่งเลยทีเดียวครับ นานๆทีจะได้เห็นเด็กไหว้ผู้ใหญ่แปลกหน้า ในกทม.เองหรือแม้ว่าในเมืองเชียงใหม่ เด็กสมัยใหม่พวกนี้ ยากนักที่จะยกมือไหว้ครับ
ผมลองสังเกตดูแล้วย้อนกลับมาดูที่ตัวเรา พ่อแม่ของเราก็สอนเราแบบ ผู้ใหญ่สอนเด็ก แต่พ่อแม่สมัยนี้สอนลูกแบบวัยรุ่นพูดกัน (เหมือนละครตอนเย็น ของช่องหลายสี) นั่นคงทำให้เด็กดูแข็งๆไป ไม่เหมือนเด็กเมื่อก่อน หรือเด็กที่อยู่ตามต่างจังหวัดครับ
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอีกอย่างหนึ่งครับ คือการมี่สัมมาคารวะ ของรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยที่น้อยลงกว่าเดิม บางครั้งแทบเดินชนอาจารย์ครับ ส่งเสียงโวยวายอีกต่างหาก
สิ่งนี้เองแหละครับเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ที่ต้องรีบส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน เห็นคุณค่าของการเป็นคนเรียบร้อยอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นที่น่ารักของผู้ใหญ่ และคนทั่วไป
อย่างน้อยน้องฟุงก็เป็นหนึ่งในเด็กที่น่ารักคนหนึ่งครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณคุณปริวิทย์ค่ะ ที่มองเห็นว่า นี่เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนต้องช่วยกัน เราเป็นตัวอย่างได้ พร้อมๆกับชักชวนให้กำลังใจเด็กๆที่เค้ารักเคารพเราเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้
อ.แอ๊วคะ ขอบคุณแทนน้องฟุงค่ะ แล้วจะหอมแถมให้นะคะ วันนี้น้องฟุงน่ารักเรื่องงานบ้านด้วยค่ะ รับผิดชอบตัวเองไม่ต้องให้คุณแม่เตือน