ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข ถึงแม้ว่าจะแก้ได้ไม่หมดก็ตาม

เพลงพื้นบ้าน

วิธีการอนุรักษ์อย่างแท้จริง

(2) ความสุขใจที่ได้ทำ

          ตรงนี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้น ในการฝึกหัดเพลงพื้นบ้านสุพรรณ ประเภทเพลงอีแซวในโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 แต่ความยุ่งยาก ความวุ่นวายสับสน ปัญหาอุปสรรคข้างหน้าหนักยิ่งกว่าฝนตั้งเค้าและท้องฟ้ามืดมิดหลายสิบเท่า  ด้วยข้อเสนอแนะ หรือคำตำหนิที่หลั่งไหลเข้ามา ได้แก่

·       ทำไปทำไหม โบราณ  ไม่เห็นจะเข้าท่า เสียเวลาในการฝึกหัด ถอยหลังเข้าคลอง ไม่คุ้ม

·      ผมไม่อยากให้ลูกของผมต้องมาเสียเวลาเรียน เพื่อฝึกหัดเพลงอีแซว เล่นหยาบคายไม่เข้าท่า

·      เพลงอีแซวนั่นหรือ บ้า ๆ บอ ๆ ทะลึ่ง  ไม่อยากดูไม่อยากฟัง ไปไกล ๆ เลย

·      ดิฉันไม่อยากให้ลูกต้องพูด แสดงทะลึ่ง เล่นหยาบคาย ไม่สุภาพ ไม่ชอบ

·       ผมกลัวว่าลูกชายจะเรียนตกไป เมื่อมาเล่นเพลงอีแซว แต่ว่าลูกเขาชอบก็ตามใจ ถ้าเรียนตกก็เลิก

·       เล่นไม่เห็นสนุกเลย ยังไม่ทันเล่นเป็น ยังแสดงไม่เป็นเลย ทำเป็นเอามาอวด

·       ทำไปเถิดเหนื่อยเปล่า ๆ ไม่มีใครเขาเห็น ไม่มีใครเขาชื่นชมหรอก

·       พี่ทราบไหมว่า งานที่พวกเราร่วมกันทำ เหนื่อยยากกันมาแทบตาย  มีคนเอาผลประโยชน์ไปแล้ว

·       นำเสนอเพลงอีแซวอีกแล้วหรือ การแสดงอย่างอื่นดี ๆ มีมากมาย ทำไมต้องเป็นเพลงอีแซวด้วย

·       กิจกรรมนี้  ทางหน่วยงานเขาขอ การแสดงเพลงอีแซว 1 ชุด 

                   

           เป็นส่วนหนึ่งที่ผมบันทึกเอาไว้ ต่างเวลา ต่างสถานการณ์กัน แต่ผมได้นำมาเรียงร้อยต่อกันเพื่อให้เห็นว่า บุคคล 3 กลุ่ม มีความเห็นในสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของแผ่นดินไปในทาง ... อย่างไม่น่าเชื่อ  แต่ก็เอาเถิด  ผมทนฟังได้บางประโยคผมได้ยินมาเองแต่บางประโยคก็มีผู้มาถ่ายทอดให้อีกต่อหนึ่ง (นักเรียนในวงเพลง)

                      

          จากจุดเริ่มต้นที่มีนักเรียนให้ความสนใจเพียง 5 คน เวลามาฝึกจริง ๆ วันละ 3-4 คน ใช้เวลาตอนเย็น ประมาณ 17.00-20.00 น. รอให้เด็ก ๆ เขาทำการบ้านเสร็จก่อน ผมใช้เวลาฝึกหัดเพลงพื้นบ้านให้กับนักเรียน โดยเริ่มต้นที่ เพลงอีแซวก่อน มีเด็กหญิงธัญลักษณ์ ธัญญเจริญ ม.2/1 เป็นแม่เพลงหรือผู้ร้องนำ นอกนั้นก็เป็นนักเรียนชาย 2 คน และหญิงอีก 2 คน ในช่วงนั้นมีคุณพ่อ คุณแม่ของนักเรียนมาให้กำลังใจ (มารอรับลูกด้วย) ดีที่ว่าธัญลักษณ์ เป็นลูกสาวของอาจารย์วิรัตน์ ธัญญเจริญ ครูในโรงเรียนเดียวกัน ท่านก็ช่วยผมพูด ทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง เราฝึกหัดกันสัปดาห์ละ 5 วัน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ไม่ซ้อม ให้นักเรียนท่องเนื้อเพลง ใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่จะออกแสดงได้  ดูเหมือนว่าจะเกือบปี จึงพาเด็กไปแสดงบนเวที ในงานกิจกรรมของโรงเรียนและงานขึ้นบ้านใหม่ ในช่วงต้นหางานเล่นไม่ได้เลย พูดได้เลยว่า ไม่มีเวทีแสดง

           

          ปี พ.ศ. 2535 มีงานแสดงเพลงอีแซว 1 งาน (เป็นปีเริ่มต้น)

          ปี พ.ศ. 2536 มีงานแสดง 2 งาน เป็นงานจัดนิทรรศการศิลปะของโรงเรียน

          ปี พ.ศ. 2537 มีงานแสดง (ประกวด 4 ครั้ง)) งานโรงเรียน 1 งาน   รวม 5 งาน

          ปี พ.ศ. 2538 มีงานแสดง (ประกวด 1 ครั้ง) 1 งาน

          ปี พ.ศ. 2539 มีงานแสดง (ประกวด 2 ครั้ง) 2 งาน

          ปี พ.ศ. 2540 มีงานแสดง (ประกวด 1 ครั้ง) งานแสดง  3 งาน       รวม 4 งาน

          ปี พ.ศ. 2541 มีงานแสดง (ประกวด 1 ครั้ง) งานกรมสามัญ 1 งาน   รวม 2 งาน

          ปี พ.ศ. 2542 มีงานแสดงประกวดแข่งขัน โชว์ 13 ครั้งและได้ไปแสดงในงาน Students’ Expo’99

                            

            

                                      

             จากปี พ.ศ. 2542-2550 มีงานแสดงเข้ามามิได้ขาด พูดได้ว่ามีงานแสดงทุกเดือน บางเดือนมี 1 งาน บางเดือนมี 10 งาน โดยเฉลี่ยมีงานแสดงประมาณเดือนละ 4-6 งาน การทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหา อุปสรรค ถึงแม้ว่าผมจะผ่านช่วงเวลาที่ถูกถากถางมาได้ แต่ก็ยังไม่วายที่จะได้พบกับปมปัญหาที่ต้องเจอ โดยที่มีข้อจำกัดอีกมากมาย ได้แก่

             1. ปัญหา : การไม่มีสถานที่ทำการฝึกซ้อม (ไม่มีจริง ๆ) ผมใช้พื้นที่ในห้องปฏิบัติการสอน เป็นห้องฝึกซ้อมเพลงอีแซว ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน 25 คน ในวง  เวลานัดมาซ้อมทั้งวงผู้แสดงเต็มห้องไปหมด

             2. ปัญหา : การควบคุมดูแลนักเรียน  ผมจัดการเพียงคนเดียว ทั้งฝึกสอนให้ร้อง รำ ทำท่าทาง พูด เจรจา ให้จังหวะ ลูกคู่ร้องรับ  มีอาจารย์ศิริพร ปานสำเนียง (เพื่อนรุ่นพี่) คอยมาให้ความช่วยเหลือบ้าง

             3. ปัญหา : พาหนะที่จะนำคณะเพลงพื้นบ้านไปเผยแพร่ผลงาน ถ้าไม่ได้รถโรงเรียนการว่าจ้างรถตู้ รถบัสเล็กไป งานหนึ่ง 3,500 บาทขึ้นไป (บางครั้งต้องใช้รถส่วนตัวนำนักเรียนไปแสดงในระยะใกล้ ๆ)

             4. อุปสรรค : นักเรียนมีกำหนดอยู่กับเราเพียง 3 ปี หรืออย่างมากก็ 6 ปี เริ่มฝึกหัดจนกว่าจะออกงานได้ ใช้เวลา 6-12 เดือน กว่าที่จะเป็นนักร้องนำได้ 2-3 ปี ผมต้องหาเด็กมาเสริมทุกปี (ฝึกหัดคนใหม่)

             5. ความมืดมน : การที่จะได้มาซึ่งนักแสดงในแต่ละคน มิใช่เรื่องง่าย  เปิดรับสมัครผู้แสดง ไม้ได้ผล สอดส่องหาตัวผู้แสดงมาเสริม ไม่มีแวว  ระยะหลัง ๆ ได้จากผู้ปกครองนำมาฝาก ปีละ 2-4 คน (ฝึกไม่ขึ้น)

             6. ขาดงบประมาณส่งเสริมและสนับสนุน : ได้งบประมาณจากโรงเรียนประมาณปีละ 10,000 บาท การฝึกซ้อมในวันหยุด วันละ 3-5 ชั่วโมง ใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร น้ำดื่ม ค่ารถ ค่าโทรศัพท์ ค่าชุดเสื้อผ้านักแสดง (ผมจ่ายเอง) และได้จากโรงเรียนสนับสนุนบ้างในส่วนของเครื่องประดับและผ้าสี ปี 2549 อาจารย์สามารถ อาจารย์ช่อทิพย์ หนูทอง มอบเงินเป็นค่าชุดการแสดงให้มา 5,300 บาท (น้ำใจจากน้อง) ไหลมาจากจิตศรัทธา ขอขอบพระคุณอย่างยิ่ง แต่นี่มิใช่เรื่องใหญ่โตสำหรับผม เพราะเวลาที่อยู่กับปัญหาอย่างนี้ นานกว่า 15 ปีมาแล้ว ผมพยายามหาทางเลือกและขจัดปัญหาเหล่านั้นออกไปได้ โดยหันไปใช้เส้นทางอื่น

            มาถึงวันนี้ผมยังมีความสุขกับงานถ่ายทอด ความรู้การแสดงเพลงพื้นบ้านให้กับนักเรียน  ความสุขที่ว่านั้นมาจากอะไร

                                              

(ติดตามตอนที่ 3 / ชำเลือง  มณีวงษ์  2550)