เมื่อสัปดาห์ก่อน เวลาประมาณ 10โมงเช้า ซึ่งเป็นเวลาพักเบรค กิจวัตรของผม ก็คือต้องลงไปพักเพื่อเพิ่มออกซิเจนและคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าปอด แถวๆข้างตึกผู้ป่วยฉุกเฉินหรือที่เขาเรียกกันติดปากว่า ER นอกจากจะได้ผ่อนคลายแล้วยังจะได้มีโอกาสได้โทรศัพท์ไปทักทายใครต่อใครอีกด้วย ที่นี่สายบุรี นอกจากพื้นที่จะอยู่ในที่อับ แถวเชิงเนินเขาเตี้ยๆ พอที่จะทำให้สัญญาณสื่อสารที่อาศัยคลื่นวิทยุหรืออื่นๆแล้ว มักจะประสบปัญหาในการติดต่อสื่อสารอยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้นเวลาที่อยู่นอกอาคารจึงเป็นจังหวะที่จะได้ทำกิจกรรมหลายอย่างไปด้วย ซึ่งก็ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 15 นาที วันนั้นผมจำได้ว่ากำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคน ตอนที่คุย สายตาของผมที่ชอบมองต่ำ ชอบสอดส่องหาอะไรแถวพื้นไปเรื่อยเปื่อย จะบอกว่าเป็นนิสัยที่ชอบหาของหล่น (ใครจะวิจารณ์ว่าอะไรไม่ว่ากัน) แม้กระทั่งสกรูตัวเดียวผมก็ชอบเก็บ ของที่หล่นบนพื้นมีอะไรมากมายหลายอย่าง ทุกอย่างหล่นลงพื้น ตามแรงโน้มถ่วง เจ้าตัวเล็กที่ผมเห็นนอนดิ้นหงายท้องอยู่บนกอหญ้าที่เพิ่งตัดเรียบไปเมื่อตอนเช้า ด้วยฝีมือของพี่นัส คนสวนที่ได้รับรางวัลคนงานดีเด่น (พี่นัส ถูกยิงตายไปแล้วเมื่อวันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2550 ที่ u-turn หน้าป้ายโรงพยาบาล เลือดพี่นัสหยดนองเต็มพื้นถนน และพี่นัสก็นอนกองที่นั่น ตามแรงโน้มถ่วงเช่นกัน) เจ้าตัวเล็กยังเล็กมาก ตัวเท่าหัวแม่มือ ยังไม่แข็งแรงเท่าไร จากสภาพที่พบเจอ พอจะเดาได้ว่าคงจะหล่นจากท้องแม่ ที่ร่อนไปร่อนมาหาเหยื่อ พลั้งเผลอทำเอาลูกตัวน้อยหลุดร่วงลงพื้นไป โชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่แน่ใจเช่นเดียวกัน ผมเดินไปเก็บเจ้าตัวเล็กอย่างไม่ลังเล ทีแรกไม่แน่ใจว่าจะเป็นลุกหนู ก็ไม่ใช่เพราะเค้ามีหางที่ยาวและมีขนดกไปจนสุดปลายหาง จะว่าเป็นค้างคาวก็ไม่ใช่ เพราะที่พังผืดที่ดูคล้ายปีกมีขนขึ้นอยู่ด้วย ดูหน้าตาออกจะคล้ายกระรอกเสียมากกว่าด้วยซ้ำ แต่ช่างเหอะ เจ้าตัวเล็กคงเกิดมาเพื่อให้เราได้เป็นพ่อ ที่ถึงแม้ว่าจะไม่มีนมให้ลูกกิน ลูกจะร้องเจี้ยบๆก็คงไม่พาเลียบไปคุ้ยดิน เพราะมันสกปรก แต่ก็คงพอมีปัญญาเลี้ยงเค้าให้รอดได้ ผมเก็บเจ้าตัวเล็กใส่อุ้งมือเดินขึ้นมาที่ห้องทำงาน บังเอิญมีผ้าห่อไซริ้งอยู่ผืนนึง กับตะกร้าพลาสติกที่ใช้ใส่ของจิปาถะอยุ่หนึ่งใบ ใช้เป็นที่หลบภัยให้เจ้าตัวเล็ก จนเลิกงานเจ้าตัวเล็กก็ยังเงียบไม่ส่งเสียง พอตกค่ำพอมุ้งมิ้ง ประกอบกับเมฆฝนครึ้มในเย็นวันนั้น ทำให้บรรยากาศมืดเร็วขึ้นกว่าปกติ เจ้าตัวเล็กถึงได้คลานออกจาจากใต้ผ้าห่อไซริ้งผืนนั้น เสียงร้องเรียกแม่อันเล็กแหลม เหมือนเสียงลูกหนู ดังมาเป็นช่วงๆ
กระรอกบิน
กระรอกบิน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
รตนญาณ · 14 พ.ค. 2550
แสงตะวัน · 14 พ.ค. 2550
ถั่วงอก · 14 พ.ค. 2550
หนุ่มร้อยปี · 14 พ.ค. 2550
แอมแปร์ · 14 พ.ค. 2550
สถานีอนามัย ทุ่งมะพร้าว · 14 พ.ค. 2550
เวลาผ่านไปสองสัปดาห์แล้วเจ้าตัวเล็กดูแข็งแรงขึ้นกว่าเก่ามาก นมถั่วเหลืองในขวดที่ซื้อมาตุนไว้ยังเหลืออีกหลายขวด แต่ท่าทางเจ้าตัวเล้กจะไม่ชอบกินสักเท่าไหร่ แอปเปิ้ลแดงนี่ ท่าทางจะถูกใจเอามากๆ เจ้าแอปเปิ้ลที่ว่า ก็ต้องหั่นแบ่งเป็นชิ้น ผลนึงได้ประมาณ 7 ชิ้น วันละ 1 ชิ้น 1 ผลกินได้ 7 วัน ตอนนี้หน้าตามอมแมมมาก ทั้งแมลงหวี่ มดคันต่างพากันมารุมแจมเจ้าแอปเปิ้ลกันเป็นพัลวัน เจ้าตัวเล็กจะท้องเสียหรือเปล่านะ เง้อ กำจัง
เราเก็บได้เหมือนกัน 2 ตัว ตัวผู้กับตัวเมีย เก็บได้เมื่อวันที่ 15 พ.ค.นี้เอง เราให้มันกินนมวัวแดงรสหวานอ่ะ มันก็กินนะ แต่พอนมหมดกล่อง เราไปซื้อนมวัวแดงรสจืดมาให้มันกิน มันกลับไม่กินซะงั้น ????!!!!?? ตอนนี้มันลืมตาแล้วหละ เราให้มันกินเงาะกับลางสาด ท่าทางมันจะชอบกินมาก มากจนไม่มีท่าทีว่าจะหันกลับมากินนมกล่องเลย เหอๆ
แวะมาทักทาย
คือว่านะของนู่เพิ่งเอามาเลี้ยงแล้วมันเพิ่งจะลืมตานะค่ะพอจะบอกวิธีเลี้ยงดีๆมั้ยค่ะ
เลี้ยงยากอยู่เหมือนกันนะครับ ปัญหาคือ อาหาร ที่จะนำมาให้กิน ต้องเป็นของสดใหม่ และมีวิตามิน ผลไม้ทุกชนิดใช้ได้หมด ที่แน่ๆ น่าจะเป็นเนื้อมะพร้าวสดๆ ตัวที่ผมเลี้ยงตอนนี้มันจากไปแล้ว โดยไม่ทราบสาเหตุ ยอมรับว่าเสียดายมาก อาจเป็นเพราะดูแลไม่ดีพอครับ