ทุกวันนี้ผมมองความเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัยเราด้วยความรู้สึกเข้าใจมากขึ้นครับ   พออายุมากขึ้นอะไรๆก็ดูไม่แปลกใหม่ฮือฮาเหมือนตอนหนุ่มๆ  ผมได้เห็นสัจธรรมอย่างหนึ่งครับว่า ความเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์    หากไปยึดมั่นถือมั่นเข้าก็จะเป็นทุกข์  อะไรๆที่เราคิดว่าเราทำไว้ดีแล้วเหมาะแล้ว  พอถึงทีเพื่อนทำ  เพื่อนก็ทำตามเพื่อนว่าครับ  หาได้ทำตามเราแต่ประการแต่ใดไม่    ตามทฤษฎีทีใครก็ทีใคร   ทีฮูก็ทีอิท
 
         ดูอย่างวิธีคิดเรื่องการตั้งชื่อนี่สิครับ    จากภาควิชา   เป็นโปรแกรมวิชา   เป็นกลุ่มศาสตร์   แล้วก็กลับมาหาภาควิชาใหม่นี่ซิครับ วงจรมันก็วนอยู่อย่างนี้   แล้วก็ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่ดีนะครับ  บางทีมันอาจจะเหมาะกับสภาพการณ์ปัจจุบันอย่างมากก็ได้   มุมมองของยุคสมัยแตกต่างกันไปเสมอแหละครับ  แม้บางครั้งจะดูว่าคล้ายกันบ้างแต่ก็ยังต่างไปในรายละเอียด  คงเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องช่วยกันดู ช่วยกันเป็นหูเป็นตาครับ  เห็นอะไรดีเราก็สนับสนุนให้กำลังใจกัน  เห็นอะไรพึงปรับแก้ก็ต้องบอกกันอย่างสุภาพชนที่ปรารถนาดีต่อกันด้วยใจจริง 

         หากปล่อยให้อะไรมันเลยตามเลยไปไม่ทักไม่ท้วงกันบ้าง    ก็ใช่ว่าจะอยู่กันเป็นสุขเสมอไปไม่  ก็เลยต้องถ้อยทีถ้อยว่าบ่นไปทำไปกันอยู่อย่างนี้จนล่วงเข้าปีใหม่อีกครั้ง  อีกหลายๆครั้ง   จนกระทั่งเกษียณไปด้วยกันในที่สุด 
    
         ท้ายที่สุดนี้ผมได้ข้อคิดน่ารักเล็ก ๆ น้อย ๆ   จากสมุดบันทึกของคนที่บ้าน จึงถือโอกาสนำมาฝากท่านแทนของขวัญปีใหม่    ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆนะครับ  

  • ความลับคับอกของอาจารย์ใหม่  คือพูดไป  15 นาทีแล้วก็หมดเรื่องพูด  
  • เรื่องคับอกคับใจของครูเก่า คือเผลอพูดไป100 นาที  จนหมดคาบ...แต่ยังพูดไม่หมดเรื่อง
  • จงทำใจให้ได้ว่าชั่วโมงแรกของการเปิดภาคเรียนใหม่    อาจไม่มีใครโผล่มาให้สอน
  • ครั้งหนึ่งที่สถาบันขอให้แต่งชุดผ้าไทยทุกวันพฤหัสบดีมีคนถาม บก.สารประชาสัมพันธ์ประจำวันว่าเพราะอะไร    บก.ตอบด้วยความจริงใจว่า   "เพราะเขาไม่ได้กำหนดให้แต่งวันพุธ!"
  • อย่าให้ใครยืมปากกาไวท์บอร์ดของท่านง่ายๆเป็นอันขาด และเวลาจดเบอร์โทรศัพท์อย่าลืมจดชื่อเจ้าของเบอร์ทันทีด้วย
  • ทำทีว่าท่านบันทึกเป็นหลักฐานทุกครั้งที่ให้เด็กยืมเงิน  แม้ว่าท่านอาจจะไม่ได้เงินคืน
  • เมื่อจะฝอยต่อ  และไม่เกี่ยวกับเรื่องในแผ่นใส  ปิดไฟโอเวอร์เฮดทุกครั้ง
  • คงมีบ้างบางครั้ง ...ที่เผลอให้เกรดเอเด็กที่โดดเรียน  แต่อ่านหนังสือคืนเดียว  แล้วทำข้อสอบไฟนอลได้
  • อย่าร้องไห้เสียใจกับเกรดที่ออกไปแล้ว  แม้ว่านักศึกษาจะไม่ได้กลับมาต่อว่าเลยแม้แต่คำเดียว
  • นักศึกษาที่ได้เกรดเอในวิชาของท่าน  กับนักศึกษาที่มีน้ำใจงาม  อาจเป็นคนละคนกัน
  • ตอนเช้าอาจมีบ้างที่เราเผลอไปเซ็นชื่อในช่องเพื่อน  แต่ไม่เป็นไร  เพราะเพื่อนก็เผลอเซ็นในช่องเราได้มั่งเหมือนกัน
  • อาคาร 16 ชั้น 4  ,อาคาร  9  ชั้น 4  และ อาคาร 4  ชั้น  4  ไม่แตกต่างอะไรกันเลย            ....เมื่อลิฟต์เสีย
  • น่าจะเป็นที่แน่ใจได้ว่า สำนวน  “ไม่รู้ไม่ชี้”   และ   “เอาหูไปนาเอาตาไปไร่”    …จะมีที่มาจากการคุมสอบ 
  • วิธีแก้ง่วงที่ดีที่สุดขณะประชุม   คือการจดบันทึกการประชุมโดยละเอียด!
  • คำบรรยายใต้ภาพกิจกรรมนักศึกษา  ที่เห็นบ่อยที่สุด คือ  “ยิ้มหน่อยจ้า”
  •  (ฟังจากที่เด็กเขาพูดต่อๆกันมาหลายรุ่น)   กฎข้อที่ 1 อาจารย์ถูกเสมอ  กฎข้อที่ 2 นักศึกษาผิดเสมอ  กฎข้อที่ 3 ถ้าอาจารย์ทำผิด       ให้ย้อนกลับไปดูกฎข้อที่หนึ่ง
  • อาจารย์มาช้า  เรียกว่า ติดธุระ  นักศึกษามาช้า  เรียกว่ามาสาย  
  • คณะต่อไปนี้  ที่ใช้กระดาษเปลืองที่สุดเป็นอันดับแรก        คือ  คณะอาจารย์  !!!

 

 

 

.............................................................................................................

หมายเหตุ

บทความนี้เขียนขึ้น ในขณะที่มหาวิทยาลัยน้องใหม่  ต้องปรับตัวเพื่อเข้าสู่โครงสร้างใหม่  และการออกกฏระเบียบใหม่ๆ  ผู้บริหาร  ก็ต้องเหน็ดเหนื่อยในการทำความเข้าใจ   ผู้ปฏิบัติก็ต้องเหน็ดเหนื่อยในการปฏิบัติตามสิ่งที่ไม่ค่อยเข้าใจ  ช่องทางในการทำความเข้าใจร่วมกันก็มีอยู่น้อยเต็มที  ตามทฤษฎี"การไม่หันหน้าเข้าหากัน"  ( without F2F)

ดิฉันเป็นบรรณาธิการสารประชาสัมพันธ์ประจำวันของมหาวิทยาลัย   จึงลองนำเสนอบทความนี้ในโดยใช้นามปากกา   ดูเหมือนจะมีคนอ่านเพียงเล็กน้อย  และในบรรดาคนอ่านเล็กน้อยนั้น  มีอย่างน้อยสองสามคนมาบอกกับดิฉันว่า  "...คนเขียนต้องเป็นอาจารย์แก่ ๆ ที่ใกล้เกษียณแหงๆเลย...."

ดิฉันเลยไม่กล้าเฉลย.....  ใครถามก็ทำไม่รู้ไม่ชี้เสีย   จนกระทั่งบัดนี้   : )