จะเสียใจมากถ้าจะผลีผลามซื้อรถไปโดยไม่ดูให้รอบคอบก่อน

   จะเสียใจมากถ้าจะผลีผลามซื้อรถไปโดยไม่ดูให้รอบคอบก่อน

       ดิฉันมีรถเก่าอยู่คันหนึ่ง ไว้ใช้งานจิปาถะ     ใช้มานับ 10 ปี ตอนแรกดีมากๆค่ะ  แต่ตอนหลังๆนี่ ชักรวนใหญ่ ต้องเข็นตอนเช้าๆทุกวันเลย  จึงตัดสินใจ จะซื้อใหม่สักคัน   

    ตอนแรก ก็ว่า จะซื้อ  รถมือสอง อายุ 5 ปี เพราะถูกหน่อย   แต่ปรึกษาใครหลายๆคนแล้ว  ส่วนใหญ่ ให้ซื้อใหม่ เพราะ เราจะได้ ใช้ไปนานๆ ไม่ต้องมาพะวง เรื่องการบำรุงรักษาซ่อมแซม   เพราะถ้า รถ 5 ปี ขึ้น ก็ต้องเริ่มมีซ่อมแล้ว

       เราจะมี วิธีดู ก่อนจะซื้อรถอย่างไร  ให้ได้รถที่ถูกใจที่สุด  ในงบประมาณจำกัดล่ะคะ

ได้ปรึกษากับผุ้รู้หลายท่าน ไม่ใช่ Sales ขายรถ นะคะ ท่านให้เราพิจารณา และตอบคำถามความต้องการของตัวเองดังนี้ค่ะ

1.    สมรรถนะ ของรถ(Performance)   ดิฉันอยากได้รถที่ มีขนาดเครื่องยนต์สักไม่เกิน 1600 ซี ซี สามารถเร่งเครื่อง 1-100 กิโลเมตร ได้ใน 15 วินาที

 

2.    คุณสมบัติพิเศษของรถ(Feature) มีถุงลมนิรภัยทั้งด้านคนขับ และคนนั่งข้าง เรื่องถุงลมนี้ มีประโยชน์มาก คนรถคนเก่าของดิฉัน เคยขับรถชนเสาไฟฟ้า เพราะหลับใน ถุงลมกระเด้งออกมา ป้องกันไว้ได้  ไม่เป็นอะไรมาก ยกเว้น หน้าผากปูดเขียวออกมา เพราะชนกระจก แต่รถพัง หน้าหม้อรถพังยุบหมด  และเราต้องเปลี่ยนรถใหม่เลย ดีที่บริษัทประกันยอมให้เปลี่ยน นี่คือข้อดีของการประกันรถค่ะ

     นอกจากนี้ ก็จะมีอุปกรณ์ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ มีเซ็นทรัลล็อค   ที่ล้อคกันเด็กเปิดประตูออก  เบาะผ้าหรือหนังเทียม  ที่กันความร้อนจากฝากระโปรงระบายมายังที่นั่งตอนหน้า เป็นต้น

      เรื่องนี้ ดิฉัน ขอเน้นที่ความปลอดภัยเป็นหลักก่อนค่ะ

 

3.    เรื่องความทนทาน ควรจะอยู่ประมาณ 10-15 ปี   เรื่องนี้ ก็ขอสัก15ปีค่ะ

 

4.    การบำรุงรักษา ไม่ยุ่งยาก ถ้าเกิดเสียขึ้นมา เราไปซื้อชิ้นส่วน อะไหล่เปลี่ยนได้ ง่ายๆไหม ทุก10,000 กิโลเมตร เราเข้าศูนย์ ตรวจเช็คได้ง่ายไหม หรือสามารถซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนเองได้บ้างไหม เช่น ที่ปัดน้ำฝน ถ้ารถ มีปัญหาใหญ่ขึ้น เราจะติดต่อที่ไหนได้ เป็นต้นเรื่องการบำรุงรักษาที่ยุ่งยากมาก หรืออะไหล่แพงๆ ก็ไม่สู้ค่ะ

 

5.    ความเชื่อถือไว้วางใจได้ ว่าจะสตาร์ทติด จะไม่ไปเสียกลางทาง ปลอดภัย เป็นต้นรถบางคันสตาร์ทยาก จุกจิกมาก อะไรนิดก็เสีย หน่อยก็เสียอย่างนี้ ก็ไม่ใช่รถในอุดมคติ

 

6.   มีการรับรองมาตรฐานที่เป็นสากล เช่น ถ้ารถญึ่ปุ่น ต้องได้มาตรฐานตาม JIS  (Japanese Industrial Standads)    รถยุโรปต้องได้มาตรฐานตาม DIN(Deutsches Institut für Normung E.V.) เป็นต้น  ตัวอย่าง เช่น รถวิ่งในความเร็ว 15 ก.ม. เกิดชนกัน  ผู้โดยสารต้องไม่ได้รับบาดเจ็บ เป็นต้นตรงนี้ต้องขอดูการรับรอง เวลาไปดูรถค่ะ

 

7.    เรื่องความสวยงาม ซึ่งแล้วแต่ รสนิยมของผู้ซื้อ สีก็เหมือนกัน บางคนชอบสีอ่อนๆ บางคนชอบสีเข้มๆ บางคนชอบสีเมททัลลิค เป็นต้น บางคนยังต้องหาอุปกรณ์มาเพิ่มเติมอีก ยังเก๋ไม่พอ สำหรับดิฉัน ชอบเรียบๆ ไม่ชอบแต่งรถมาก เวลาขาย จะขายง่ายกว่ามากค่ะ

 

8.    สุดท้าย คนซื้อ มักจะดู ภาพพจน์ ซึ่งเป็นตัวสำคัญมากๆ เพราะเรื่องนี้ ใช้เวลาสร้างยาวนานมากค่ะ จริงๆแล้ว รถญี่ปุ่นหรือรถยุโรป ก็มีคุณสมบัติคล้ายๆกันมาก แต่ภาพพจน์ที่สร้างมายาวนาน ทำให้รถยุโรป สามารถขายได้แพงกว่าประมาณ 2 เท่าตัว

           พอได้ความรู้แบบนี้ ค่อยยังชั่ว เรามีหลักแล้ว ไม่กลัวว่าจะหลงคารมคนขายหล่อๆสวยๆอีกต่อไปนะคะ สรุปดิฉัน ซื้อรถญี่ปุ่น 1 คัน ไว้ใช้งาน และขับไปโน่นนี่ ถนนไม่เรียบมาก ก็นั่งสบายใจ ไม่กลัวรถช้ำเท่าใด จะบุกป่า ฝ่าดงก็ได้ค่ะ คุ้มค่าจริงๆ ค่าบำรุงรักษา ค่าอะไหล่ก็ไม่แพง แถมเติมน้ำมันดีเซลอีกต่างหากค่ะ

             มีข้อสังเกตนิดหน่อย ตอนไปซื้อรถ คนขายท่าทางดี หน้าตา บุคลิกดี พูดเก่งมาก คล่องแคล่ว รู้เรื่องรถที่ตนเองรับผิดชอบในการขายดีมาก  เป็นผู้จัดการแผนกขาย ดิฉันก็ซื้อรถจากเขาค่ะจึงมาสรุปความสำเร็จในการโน้มน้าวลูกค้า ให้ซื้อของจากเขาได้ดังนี้

 

·       เป็นคนมีเสน่ห์ น่าเชื่อถือ—เสน่ห์ใบหน้า ลูกค้า ติดใจเสน่ห์เจรจา ลูกค้าหลงใหลเสน่ห์บริการ ลูกค้าบานตะไทเสน่ห์น้ำใจ ลูกค้ารักใคร่ตลอดกาล

 

·       มีความจริงใจในการเสนอขายสินค้าที่มีคุณภาพตามที่ลูกค้าต้องการค่ะ ไม่ขยั้น ขยอจนน่ารำคาญ ค่ะ

 ·       เราสามารถนำคุณสมบัตินี้มาใช้ได้เกือบจะทุกเรื่องเลยค่ะในชีวิตประจำวัน