การอ้างการทำดีของคนอื่นเพื่อตนได้ทำดี มักไม่ค่อยมีให้เห็น

 


ในห้วงเวลา...ที่ผู้เขียนบวชเป็นพระใหม่ๆ  ทางวัดต่างๆได้จัดพระ"นวกะ"ไปรวมกันที่สวนโมกข์
เพื่อรับฟังโอวาทจากท่านพุทธทาส ภิกขุ  มีตอนหนึ่งยังจำได้ดี  ท่านเอ่ยเตือนพระบวชใหม่
ทั้งหลายว่า  อย่าอ้าง "ทีคนนั้นยังทำ คนโน้นเขายังทำกันได้เลย"  ผู้เขียนคิดตามและจดจำตั้งบัดนั้น
จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังเห็นจริงอย่างท่านว่า  เห็นกันแทบทั่วทุกวงการในสังคมอันวุ่นวายนี้

ถ้าว่าเฉพาะพระภิกษุสงฆ์  พบว่าพระบวชใหม่มักจะปฏิบัติเคร่งครัดและสำรวมไม่น้อย  อาจเพราะ
เกรงจะผิดวินัยซึ่งมีถึง 227 ข้อก็เป็นได้  และอีกอย่างหนึ่งอาจจะไม่รู้จัก"เลี่ยงบาลี" เลี่ยงวินัยเหมือน
พระ"แก่พรรษา"บางรูปบางองค์  อยู่นานไปพบเห็นแบบอย่างที่ไม่ถูกต้องบ่อยๆเข้า และตนอยู่
"แก่วัด"
เข้าก็เลยทำตามบ้าง  ก็เป็นได้  นี่คือ สิ่งที่ผู้เขียนลองวิเคราะห์ดู

หากจะเอ่ยอย่างไม่อ้อมครือว่า....อ้างการทำชั่วของคนอื่นเพื่อนตนจะได้ทำชั่วบ้าง  เรียกว่ามี"แนวร่วม"
อยู่ก่อนแล้ว  และนับวันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น  เข้าทำนอง "ฝนตกขี้หมูไหล.........มารวมกัน" เติมเอาเองแล้วกัน

แต่การอ้างการทำดีของคนอื่นเพื่อตนได้ทำดี มักไม่ค่อยมีให้เห็น   ทำดีเพราะเห็นเป็นความดี
หรือ "ทำดีเพื่อดี" จึงมีน้อยลงไปเรื่อยๆ อย่างน่าห่วงไย

หลายบันทึกของผู้เขียน  ถ้าผู้อ่านสังเกต  จะเห็นว่ามักจะเป็นเรื่องที่ผ่านมาหลายปีแล้ว 
จัดประเภท"ฟื้นเรื่องเก่า เล่าความหลัง"  ฤๅเป็นธรรมชาติของผู้ที่ลืมตามองโลกมานาน...ฮี่ฮี่

ผู้อ่านมีความคิดเห็นประเด็นนี้อย่างไร  เชิญท่านต่อยอด เพิ่มเติม หรือเห็นต่างอย่างไร ตามสบาย นะครับ

                .....................................................................