ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา...เป็นช่วงที่ดิฉันยุ่งอยู่กับการปิด “รายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษาการพัฒนาเครือข่ายการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย ในโรงพยาบาลยโสธร (The Study of Routine to Research Network Development in Yasothon Hostital) ซึ่งทางโรงพยาบาลยโสธร...ได้ดำเนินโครงการนี้มาเป็นระยะครบหนึ่งปี ในขณะที่เราดำเนินโครงการนี้ เราได้ทำศึกษาวิจัยกระบวนการในโครงการนี้ไปด้วย เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้นี้นำไปใช้ในการวางแผนและพัฒนาโครงการในช่วงปีที่สอง และในปีถัดๆ ไป...
การศึกษานี้ดิฉันใช้กระบวนการศึกษา เชิงปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenology study) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ ศึกษากระบวนการของการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย และเพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดเครือข่ายการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย ผู้ให้ข้อมูลเป็น บุคลากรโรงพยาบาลยโสธรที่เข้าร่วมโครงการการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย จำนวน 50 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ร่วมกับเล่าเรื่องแบบสุนทรียะสนทนา ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการของ Colaizzi
จากการศึกษาดังกล่าว พบว่า กระบวนการของการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า เกี่ยวกับเรื่องนโยบาย งบประมาณ แผนและโครงการปัจจัยกระบวนการผลการศึกษาที่พบในกระบวนการที่เกิดขึ้นนั้นได้แก่ 1) การสร้างทีมและ2) การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ ในส่วนของปัจจัยผลผลิตได้เกิดโครงการวิจัยหลัก 4 โครงการตามเครือข่ายการทำงานได้แก่ กลุ่มพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย เรื่อง CVA กลุ่ม พัฒนางานประจำสู่งานวิจัย เรื่อง เบาหวานกลุ่ม พัฒนางานประจำสู่งานวิจัย เรื่อง การดูแลป่วยกุมารเวชกรรม-สูติกรรม กลุ่ม พัฒนางานประจำสู่งานวิจัย เรื่อง การดูแลผู้ป่วยกลุ่มศัลยกรรม ส่วนที่สองเป็นการนำเสนอถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดเครือข่ายการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลเกิดเครือข่ายการทำงานนี้ ได้แก่ 1) เงื่อนไขเกี่ยวกับเป้าหมาย องค์กร 2) เงื่อนไขเกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูงขององค์กร และ 3) เงื่อนไขเกี่ยวกับผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ตามมาอ่านค่ะ
วันนี้พี่ก็เตรียมวางแผนพัฒนางานวิจัย ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์
คงได้ ลปรร กันอีกค่ะ