โฆษกในรายการ คุณสุภาพ คลี่กระจาย ได้ถามประเด็นปัญหาของอุดมศึกษาไทย คำตอบประเด็นหนึ่งที่ท่าน ผอ. พูดคือ..."อาจารย์ไม่มีคุณภาพ"
เพิ่งดูทีวีรายการ "เที่ยงวันทันข่าว" ทางช่อง ๑๑ ทางรายการเชิญ ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผู้อำนวยการ สมศ.ที่มีหน้าที่ประเมินคุณภาพสถาบันการศึกษา ตามที่เคยได้เขียนในบันทึกเรื่อง คุณภาพมหาวิทยาลัย ... ในสายตาของ สมศ. มาเป็นแขกในรายการเรื่อง "อุดมศึกษา อุดมคุณภาพ"
โฆษกในรายการ คุณสุภาพ คลี่กระจาย ได้ถามประเด็นปัญหาของอุดมศึกษาไทย คำตอบประเด็นหนึ่งที่ท่าน ผอ. พูดคือ...
"อาจารย์ไม่มีคุณภาพ"
เนื่องจากดิฉันได้ดูรายการประมาณไม่เกิน ๑๐ นาทีท้ายเท่านั้น ได้ยินแต่คำตอบข้างต้น เลยไม่ทราบว่าท่าน ผอ.ได้พูดปัญหาคุณภาพของอุดมศึกษาในประเด็นอื่นอีกหรือไม่ อย่างไรก็ดี แค่ประเด็นนี้ประเด็นเดียวก็แย่แล้วค่ะ ถ้าหลักฐานที่ สมศ.ได้ไปประเมินสถาบันอุดมศึกษามาได้บ่งชี้เช่นนี้...
ดิฉันลองมาวิเคราะห์ดูว่าอาจารย์ไม่มีคุณภาพ เป็นไปได้ในลักษณะอย่างไรบ้างนะคะ...
-
ไม่มีความรู้
-
วุฒิไม่ตรงกับวิชา/สาขาที่สอน
-
อาจารย์ส่วนใหญ่ไม่เคยเรียนครุศาสตร์ เลยสอนไม่เป็น
-
ไม่ update ความรู้ ใช้ตำราเดิม ไม่เคยปรับปรุงอุปกรณ์การสอน
-
ไม่มีวิญญาณของความเป็นครู ไม่มีอุดมคติของความเป็นครู --> ไม่สนใจการสอน --> ถ่ายทอดไม่เป็น (เพิ่มเติมคำว่า "วิญญาณ" โดยคุณ
สิทธิรักษ์
และเพิ่มเติมเรื่องไม่มีอุดมคติของความเป็นครูโดยคุณ
บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา) ) -
ไม่มีวิญญาณของความเป็นครู ไม่มีอุดมคติของความเป็นครู --> ทำงานเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาไม่เป็น --> ไม่เคยให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์กับนักศึกษา
-
เปิดหลักสูตรมากไป --> สอนมากไป --> เดินทางมากไป -->เหนื่อย --> สอนไม่ได้คุณภาพ
-
ไม่สนใจทำวิจัย/ทำวิจัยไม่เป็น --> ไม่มี publications --> ไม่มีตำแหน่งวิชาการ
-
วุฒิความรู้น้อย/ประสบการณ์น้อย --> ทำวิจัยไม่เป็น --> ไม่มีนักศึกษาป.โท หรือ ผลิตนศ.ป.โท+ผลงานวิจัยที่ไม่มีคุณภาพ
-
ขาดจริยธรรมในการทำงาน ไม่ได้ทุ่มเทให้กับการทำงานในมหาวิทยาลัย เช่น เอาเวลาไปทำงานนอก
-
ทำงานบริหารมากไป ไม่มีเวลามาตั้งใจสอนหรือทำวิจัย
-
ขาดวิสัยทัศน์ โลกทัศน์ ซึ่งหลายๆ ท่าน ไม่สามารถหยั่งถึงวิสัยทัศน์หรือโลกทัศน์ของนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาได้... (จากหลวงพี่
BM.chaiwut )
-
ได้คนไม่มีคุณภาพมาเป็นอาจารย์ (จาก
ผศ. ดร. กานดา
รุณนะพงศา )-
ทางแก้ - เอาคนที่มีคุณภาพมาเป็นอาจารย์
-
ทางแก้ - พัฒนาอาจารย์ให้มีคุณภาพ
-
-
ได้คนไม่มีคุณภาพมาเป็นอาจารย์ (จากน้อง
เม้ง )-
ทางแก้ - จะเพิ่มคุณภาพ ก็คงต้องให้รากและผลทำงานร่วมกัน, การสร้างครูต้องสร้างเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
-
-
ได้คนไม่มีคุณภาพมาเป็นอาจารย์ (จาก
นายนิรันดร์ )-
ทางแก้ - สร้างมาตรฐานในการคัดผู้ที่จะมาเป็นอาจารย์ การเข้มงวดในการคัดคนของหน่วยงาน(ทั้งรัฐและเอกชน) โดยผู้บริหารหน่วยงานต้องไม่มักง่ายในเรื่องมาตรฐานและสินน้ำใจ..
-
-
ไม่ใส่ใจในผลกระทบต่อสังคมส่วนรวม ไม่คิดแก้เชิงระบบ เชิงนโยบาย (จาก
ครูบา สุทธินันท์
ปรัชญพฤทธิ์ )-
ทางแก้ - กลุ่มอาจารย์ก็ควรเสนอด้วย ไม่ใช่ตั้งรับอย่างเดียว
-
-
จากข้อความของครูบา ทำให้ดิฉันคิดเพิ่มเติมว่า อาจารย์ที่ไม่มีคุณภาพนั้นยังขาดการมีส่วนร่วมต่อสังคมภายในมหาวิทยาลัย ดูแต่ผลประโยชน์และความก้าวหน้าของตัวเองเป็นหลัก
-
......
สวัสดีค่ะอาจารย์ กมลวัลย์
เย้....โหว..โว..เหย่..เหย
สวัสดีค่ะครูอ้อย สิริพร กุ่ยกระโทก
ว่าจะแวะเข้าไปทักในบันทึกตั้งหลายทีแล้วค่ะ ไม่ได้ทำสักที ; )
คงจะดีมากค่ะ ถ้าสามารถเปลี่ยนเป็นครูที่คุณภาพเต็มเปี่ยมได้ค่ะ แต่โบราณเขาว่า สอนอะไรก็ได้ แต่อย่ามาสอนพระกับครูบาอาจารย์ค่ะ สอนยาก.... สงสัยต้องหา incentive อะไรสักอย่าง หรือครูอ้อยว่าไงคะ...
กมลวัลย์....
เข้ามาเยี่ยม...
ตอบว่า ถูกทุกข้อ
และข้อ 12... ที่ละไว้ ขออนุญาตเติมดังนี้...
12. ขาดวิสัยทัศน์ โลกทัศน์ ซึ่งหลายๆ ท่าน ไม่สามารถหยั่งถึงวิสัยทัศน์หรือโลกทัศน์ของนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาได้...
สำหรับข้อที่เติมเข้ามา อาจสรุปได้ว่า อาจารย์บางท่าน นักเรียนรู้สึกได้ว่า โง่กว่า.... ประมาณนั้น..
และขออนุญาตเพิ่มเติม...
13..................
เจริญพร
กราบนมัสการหลวงพี่BM.chaiwut
ขอบพระคุณมากค่ะที่มาช่วยเติมข้อ 12.
เห็นด้วยเช่นกันค่ะว่า นักเรียนบางคนอาจฉลาดกว่าครูที่มีโลกทัศน์แคบค่ะ
ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ เดี๋ยวจะเข้าไปเติมของหลวงพี่ในบันทึกค่ะ..
สวัสดีค่ะ อ กมลวัลย์
อาจารย์ไม่มีคุณภาพ ก็เนื่องมาจาก ได้คนไม่มีคุณภาพมาเป็นอาจารย์ ทางแก้ก็มีอยู่ 2 ทาง คือ เอาคนที่มีคุณภาพมาเป็นอาจารย์ หรือ พัฒนาอาจารย์ให้มีคุณภาพ
ทำไมจึงได้คนที่ไม่มีคุณภาพมาเป็นอาจารย์ อาจเป็นเพราะสังคมไทยไม่ได้มีสิ่งส่งเสริมสนับสนุนให้คนมีคุณภาพมาเป็นอาจารย์ ส่วนใหญ่ เด็กที่เรียนดี ก็อยากจะเป็นวิศวกร แพทย์ นักธุรกิจ ทนายความ ตุลาการ ทางแก้ ก็อาจจะทั้งช่วยสร้างค่านิยม ให้สังคมเห็นคุณค่าของครูอาจารย์ที่ดี อีกทั้งเพิ่มเงินเดือนให้กับครูอาจารย์
ทำอย่างไรจึงจะพัฒนาอาจารย์ให้มีคุณภาพ ต้องมองว่าจะพัฒนาในแง่วิชาการ หรือ ทัศนคติ ถ้าในแง่วิชาการ ก็ต้องส่งเสริมการเรียนต่อ การอบรม แต่ในแง่ทัศนคตินี้ แก้ค่อนข้างยาก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะแก้อย่างไรดี ที่จะทำให้อาจารย์ส่วนใหญ่มีทัศนคติว่าตนเองก็ผิดได้ ตนเองควรจะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และตนเองมีหน้าที่หลักในการทำให้บัณฑิตมีความรู้ มีคุณธรรม และมีคุณธรรม ไม่อยากเห็นอาจารย์มีทัศนคติที่เน้นการทำให้ตำแหน่งทางวิชาการ เงินเดือน เงินวิจัย เงินที่ปรึกษาสูงขึ้น นั้นควรเป็นผลพลอยได้ที่ได้จากการทำงานที่เน้นการพัฒนาตนเองและบัณฑิตเป็นหลัก
สวัสดีอีกครั้งค่ะ ครูอ้อย สิริพร กุ่ยกระโทก
Incentive หรือคะ..... เนื่องจากสอนให้เปลี่ยนแปลงนิสัยยาก คงต้องสร้างแรงจูงใจในรูปแบบอื่นๆ แต่ก็ยังนึกไม่ค่อยออกแบบเป็นรูปธรรมค่ะ ขอคิดสักพักนะคะ เดี๋ยวต้องไปธุระข้างนอกอีก
ครูอ้อยงานเยอะนะคะ ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ ที่บ้านตอนนี้ฝนตกปรอยๆ ค่ะ
สวัสดีครับ
ขอเพิ่มเติม ข้อ 13 วิญญานของความเป็นครู ไม่มี คำว่า คุณครู มีภาระหน้าที่หลักคืออะไร เป้าหมายที่จะบรรลุ อยู่ตรงไหน ความสำคัญ ของคำว่า ครู เป็นยังไง <p>ขอบคุณมากครับ</p><p> </p>
เจริญพรโยมกมลวัลย์
ถ้าลองเปลี่ยนคำถามใหม่เป็นว่า "อาจารย์ที่มีุีคุณภาพ" ต้องเป็นอย่างไร จะสร้างสรรค์จะจรรโลงใจกว่าไหม
เพราะประเด็นของการพูดคำว่า "ไม่" จะหยุดอยู่แค่การวิพากษ์และวิจารณ์ แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม แถมยังจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิมอีก
แต่ถ้าพูดคำว่า "ใช่" น่าจะเป็นจุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาในทางที่ดีขึ้น
แต่พูด คุย ลงบล็อกนั้นก็คงจะไม่เพียงพอ (เพราะถ้าพอประเทศคงจะเจริญมากขึ้นกว่านี้ เพราะบล็อกโกทูโนว์ก็มีมาหลายปีแล้ว)
เปลี่ยนจากการพูดมาร่วมกันทำจะดีกว่าไหม
ถึงแม้ว่าจะเป็นเทียนเล่มเล็ก ๆ แสงสว่างอาจจะน้อยนิด
แต่ถ้าถูกจุดขึ้นในเวลาและสถานที่ที่ถูกต้อง คนที่เห็นค่าอาจจะนำเทียนมาต่อและสามารถจุดแสงสว่างให้กับนักเรียนนักศึกษาและประเทศไทยได้อย่างที่โยมกมลวัลย์คาดหวัง
เจริญพร
ด้วยความเคารพค่ะอาจารย์ กมลวัลย์
หนิงจะเจอข้อนี้เลยอ่ะค่ะ แต่ก็บางท่านนะคะ โดยเฉพาะยิ่งเมื่อมาทำงานจัดการศึกษาของผู้พิการนี่แล้ว รู้สึกดีใจมากค่ะที่ช่วยทำข้อนี้ให้กับเด็กๆได้ เพราะเขาต้องการมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ผศ. ดร. กานดา รุณนะพงศา
ขอบคุณค่ะอาจารย์ที่เสนอได้ตรงประเด็นดีมากค่ะ ที่อาจารย์บอกว่า "อาจารย์ไม่มีคุณภาพ ก็เนื่องมาจาก ได้คนไม่มีคุณภาพมาเป็นอาจารย์ ทางแก้ก็มีอยู่ 2 ทาง คือ เอาคนที่มีคุณภาพมาเป็นอาจารย์ หรือ พัฒนาอาจารย์ให้มีคุณภาพ" เดี๋ยวจะนำไปเพิ่มในบันทึกค่ะ
สำหรับประเด็น "ทำไมจึงได้คนที่ไม่มีคุณภาพมาเป็นอาจารย์" เราคงเห็นตรงกันค่ะ ว่ามันเป็นเรื่องของค่านิยม ดิฉันก็เพิ่งเขียนเรื่องทำนองนี้ไปในเรื่อง "ทำไมมาเรียนวิศวกรรมโยธา?" ค่ะ ทางแก้ยังยากอยู่เพราะเป็นเรื่องของค่านิยมในสังคม คล้ายๆ กับเรื่องอาจารย์ไม่มีคุณภาพนี่แหละค่ะ
เช่นเดียวกับประเด็นเรื่องที่ "ทำอย่างไรจึงจะพัฒนาอาจารย์ให้มีคุณภาพ" ก็เห็นด้วยกับอาจารย์เป็นอย่างมากค่ะ ว่าการปรับทัศนคติคนในอาชีพนี้มันยากเหลือค่ะ เพราะส่วนใหญ่อัตตาสูงมาก รับผิดไม่เป็นซักเท่าไหร่ เพราะคนทั่วไปจะคิดว่าคนเป็นอาจารย์ควรจะรู้หมด ตอบได้หมด แก้ได้หมด ดังนั้นคนที่สวมหัวโขนอาชีพนี้ก็ต้องบอกว่าที่ตัวเองทำถูกต้องแล้ว ไม่งั้นอาจสร้างความเชื่อถือให้กับผู้อื่นไม่ได้ (จริงแล้วเราลืมกันไปว่าคนเป็นอาจารย์ก็ยังเป็นคนทั่วๆไปอยู่ ยังมีโอกาสเกิดกิเลส ลุ่มหลง มัวเมาได้เท่าๆกับคนอื่นๆ แต่บังเอิญมีอาชีพสอนคน เลยต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ดีเพิ่มเติมขึ้นมา นั่นคือ...มีส่วนบวกเพิ่ม แต่ไม่ได้หมายความว่าส่วนลบจะหายไป) ดิฉันว่าการที่เปลี่ยนทัศนคติอาจารย์ยากเพราะมีส่วนหนึ่งที่มาจาก occupational hazard นี่แหละค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ที่แวะเข้ามา ลปรร นะคะ ยินดีต้อนรับค่ะ ; )
สวัสดีค่ะคุณสิทธิรักษ์
ขอบคุณที่แนะนำนะคะ จะขอแก้คำว่า "ไม่มีความเป็นครู" เป็น "ไม่มีวิญญาณของความเป็นครู" แทนนะคะ..
จากการเชิญจาก ผศ.ดร. กานดา ให้มาแวะเยี่ยมกระทู้นี้ ... และจากการที่ได้อ่านกระทู้แล้วก็ทำให้ได้รู้ว่าหลายท่านกำลังรับทราบถึงปัญหาของการลดด้อยถอยลงของคุณภาพการศึกษาไทย ... และในกระทู้นี้ก็มองแค่ในประเด็นของอุดมศึกษา ... และผมก็อาจจะฟันธงได้เลยว่างยังไม่มีผู้ใดมีทางแก้ปัญหานี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ...
จากการที่แม่ผมเป็นครูชั้นประถม พ่อผมเป็นครูมัธยม ตั้งแต่เล็กจนโตได้คลุกคลีอยู่กับครูๆเพื่อนของพ่อแม่ผม จนกระทั่งผมได้มาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมต้องขออภัยถ้าหากจะบอกว่าปัญหาทั้ง13 ข้อที่ลำดับกันมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงปัญหาปลายเหตุ และการพยายามที่จะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็รังแต่จะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก ...
ตามความเห็นของผมรากเง่าของปัญหาคือ ค่านิยม สังคม และวัฒนธรรมไทย ซึ่งกำลังถูกทำลายด้วยค่านิยม และวัฒนธรรมจากสังคมตะวันตก ...
กราบนมัสการค่ะ พระ ปภังกร ขนฺติวโร
ขออนุญาตเรียก หลวงน้อง นะคะ ไม่ทราบว่าเรียกอย่างนี้ได้หรือเปล่า ถ้าต้องเรียกให้ถูกต้องอย่างไร แจ้งได้นะคะ และขออภัยถ้าเรียกไม่ถูกต้องในบันทึกนี้ค่ะ
เข้าใจในประเด็นที่หลวงน้อง ต้องการให้เปลี่ยนโจทย์ให้เป็นแง่บวกค่ะ แต่บังเอิญคนเปิดประเด็นให้คิดคือ ผอ. สมศ. ท่านใช้คำนี้ แล้วก็การคุยกันโดยมองโจทย์ที่เป็นปัญหา อาจทำให้ได้ทางแก้ที่ตรงประเด็นและชัดเจนขึ้นก็ได้หรือเปล่าคะ เพราะดิฉันมองว่ามันต่างกันบ้างค่ะ เช่น การแก้ปัญหาของคนที่พิมพ์ดีดสัมผัสไม่ได้ กับการทำให้คนพิมพ์ดีดดีขึ้น หรือ การแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกร กับการแก้ให้เกษตรการมีรายได้มากขึ้น มันไม่น่าจะเหมือนกันค่ะ
แล้วอีกอย่างก็คือ ตัวดิฉันอยู่ในอาชีพนี้ เขียนบันทึกเกี่ยวกับระบบการเรียนการสอนที่ไม่ดี รวมถึงนักเรียนที่ไม่เป็นนักเรียนมาบ้างแล้ว ก็ไม่อยากจะละเรื่องของอาจารย์ เพราะอาจารย์ก็ต้องทบทวนสำรวจบทบาทหน้าที่ของตน ดิฉันมองในแง่ดีน่ะค่ะ คือถ้าจะวิจารณ์ก็ต้องไม่ยกเว้นตัวเองค่ะ
เรื่องการปฏิบัติและช่วยกันทำ ดิฉันว่ามีแสงเทียนเล็กๆ อยู่หลายเล่มค่ะ ดิฉันเองก็พยายามจุดและคงแสงเทียนเล็กๆ ของตัวเองอยู่เหมือนกัน การมาเขียนใน G2K ทำให้เกิดกำลังใจ และทำให้รู้ว่ามีคนห่วงใยในสังคมในมุมต่างๆ ของประเทศ และเป็นการ ลปรร เพื่อนำไปปฏิบัติในส่วนที่ตัวเองจะทำได้ค่ะ..
อย่างที่หลวงน้องบอกว่า "แต่ถ้าถูกจุดขึ้นในเวลาและสถานที่ที่ถูกต้อง คนที่เห็นค่าอาจจะนำเทียนมาต่อและสามารถจุดแสงสว่างให้กับนักเรียนนักศึกษาและประเทศไทย" เป็นความหวังของดิฉันเช่นกันค่ะ แต่ตอนนี้ปฏิบัติธรรม(แบบชาวบ้าน) จนรู้ได้ถึงความเป็นอนิจจังของเรื่องต่างๆ พอสมควรค่ะ แต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะจุดเทียน ตราบใดที่ยังสวมหัวโขนทำหน้าที่อาจารย์อยู่ค่ะ..
กราบนมัสการอีกครั้งค่ะ และขอขอบพระคุณที่ได้ให้ข้อแนะนำนะคะ...
ค่านิยม และวัฒนธรรมของสังคมในยุคโลกาภิวัตร คือรากเง่าของปัญหา ...
แนวคิดทุนนิยม การทำอะไรที่เห็นแก่เงินมันแทรกซึมเข้ามาในสังคมไทย และก็รวมถึงสังคมของครูด้วย ... ครูในสังคมไทยแต่ก่อนไม่ต้องการอะไรมากมายกับการที่ใครซักคนจะมาขอเป็นศิษย์ ก็มีแค่เพียงขันดอกไม้ ขัน 5 ขัน 8 มาบูชา ซึ่งหมายถึงการให้ความเคารพครูอาจารย์ และอาจารย์ก็จะประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้อย่างเต็มใจ ...
ครูไทยสมัยใหม่บางส่วนที่ถูกทุนนิยมครอบงำทำอะไรเห็นแก่เงิน เช่น เปิดโรงเรียนกวดวิชา เวลาสอนในโรงเรียนไม่ใส่ใจ มิหนำซ้ำบังคับให้เด็กไปเรียนพิเศษกับตัวเองจึงจะได้เกรดดีๆ .. ครูทำเช่นนี้ผิดไหม เมื่อถามเขา เขาก็จะตอบว่า ใครๆ ก็ทำกัน ... และใครๆ ก็ทำกัน เอาเยี่ยงอย่างกันจริงๆ .. อย่างแพร่หลายอีกต่างหาก ... เป็นเหตุให้ครูที่มีอุดมการณ์ไม่ยอมทำเช่นนั้นอยู่ภายใต้ความกดดัน ที่ต้องยอมเป็นครูจนๆ
(ต่อ) ...
และครูจนๆ เหล่านี้ ก็จะค่อยๆเกิดความอยากรวยตามเขาครูดีๆ นับวันก็จะหายหด ...
ผลสืบเนื่องจากการเป็นครูที่เห็นแก่เงินคืออะไร .. ศิษย์หมดความเคารพเชื่อถือยำเกรง เหมือนสมัยก่อน เด็กก็จะเกิดความคิดว่า "ครูมีหน้าที่สอนให้ได้วิชา ตามที่ได้จ้างมา" ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์ดังเช่นผู้ให้บริการกับผู้ซื้อบริการ ความสัมพันธ์มันเปลี่ยนไปมาก และเคยมีกรณีที่เด็กด่าอาจารย์อย่างเสียหายที่สอนให้เขาสอบผ่านไม่ได้ ทั้งๆที่เด็กไม่ตั้งใจเรียนเสียเอง
สำหรับปัญหาที่ว่าอาจารย์ไม่มีคุณภาพ และอาจจะวัดได้ด้วยสาเหตุ 13 ข้อข้างต้น และผมก็บอกว่า 13 ข้อนี้เป็นปัญหาปลายเหตุที่แก้ไขได้ เพราะอาจารย์ที่มึคุณภาพในความหมายของผม คือ อาจารย์ที่มีความเป็นครู (แบบสมัยก่อน) ...
แต่น่าเสียดายที่กระบวนการคัดสรรคนเข้ามาเป็นอาจารย์ในสมัยนี้ ถ้าไม่ใช้การสอบแข่งขันที่วัดกันแค่เพียงวิชาการ (ซึ่งคนเก่งๆไม่อยากมาสอบเพราะรายได้น้อย) ก็จะเป็นการรับกันตรงๆ มีการเอาทุนรัฐบาลมาเป็นแรงจูงใจและเป็นข้อผูกมัด ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการใช้เส้นสายกันอย่างเอิกกะเริกทุกระดับองค์กร ... ซึ่งนี่ก็ค่านิยมไทยอย่างหนึ่ง
(ต่อ) ...
ถ้าหากเราได้อาจารย์ที่มีความเป็นครูอย่างที่ผมว่าแล้ว เขาขาดอะไรใน 13 ข้อ ก็สามารถที่จะพัฒนาเพิ่มเติมได้ ขาดความรู้ ก็ส่งไปเรียน ขาดเทคนิคในการสอน ก็ส่งไปอบรม ซึ่งมันพัฒนาได้ ...
แต่ถ้าหากได้อาจารย์ที่ไม่มีความเป็นครูเข้ามาแล้ว ถามว่าเราสามารถทำให้เขามีความเป็นครูที่ดีได้หรือไม่ ... ผมว่ายาก ... แต่ก็คงจะพอทำได้ .. แต่ผมก็ขอยกตัวอย่างหนึ่งไว้พิจารณากันเล่นๆ คือ ถ้าหากเราเจออาจารย์คนหนึ่งซึ่งสอนนักศึกษาไม่ค่อยได้คุณภาพ ตอนแรกเราคิดว่าอาจารย์คนนั้นคุณวุฒิยังไม่พอ ก็ให้ทุนส่งไปเรียนต่างประเทศ เรียนสำเร็จกลับมา ก็สอนเด็กไม่ได้คุณภาพเหมือนเดิม เพราะแกเอาความรู้ของแกไปหางานนอก หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง
นึกย้อนหลังก็เหมือนจะบาปครับอาจารย์
เมื่อครั้งเรียน ปี ๑ เป็นหนึ่งในหลายคนที่ (ก่อหวอด) ระดมทุนจากผองเพื่อนนักศึกษารายละไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นทุนให้อาจารย์ไปประกอบอาชีพอื่น
ณ ตอนนั้นเพราะเหตุว่า ใช้เวลากว่าร้อยละ ๗๐ เล่าความหลังและสัปหงก ส่วนเวลาที่เหลือก็เฮฮา เรื่อยเปื่อย
แต่ก็ไม่สำเร็จครับ เพราะในที่สุดมีการเปลี่ยนอาจารย์ในรายวิชานั้น
นึกย้อนหลังก็เหมือนจะบาปนะครับ