ท่านอาจจะเคยได้ยิน ประกาศงานบุญต่างๆ โดยเฉพาะภาคอิสาน
จะมี หมอลำซิ่ง ซึ่งเป็นการแสดงประยุกต์ให้เข้ากับสมัยนิยม
คำว่า ซิ่ง คิดว่ามาจากคำว่า เรซซิ่ง(Racing) ผมคิดเองนะ
ต่อมาเรียกเด็กซิ่ง ไม่ใช่เด็กซิ่ลนะครับคนละอย่างกัน
ซิ่ง หมายถึงเร็วๆ ด่วนๆ แว็บๆ อะไรทำนองนี้
หมอลำซิ่งก็ปรับจังหวะทำนอง (ทางลำ) ให้เร็วขึ้น มีองค์ประกอบอื่น เช่น หางเครื่อง กลองชุด ลีลาท่าทางการรำ การเป่าแคน เป็นต้น
กลอนรำจะเป็นการตัดพ้อต่อว่า กระแนะกระแหน ชาย หญิง
เอกลักษณ์ คือทำนอง เด้อ นางเด่อ เด้อเด้อ นาง เด่อ ตึง ตึง ...
และหมอแคนจะเล่นเอวเป็นพิเศษ คนส่วนหนึ่งชอบดู เซกซี่
ภาษาอิสานเรียกว่า แอวดี ภาษาอังกฤษเรียกว่า LD
วันนี้งานบุญบั้งไฟยโสธรก็มีหมอลำซิ่ง
เราก็จะไปดูแอวหมอแคนกัน..........ไปเถอะครับ
......................................................................................
วันนี้ท่านช่วยชาติประหยัดพลังงานหรือยัง
"ภาษาอิสานเรียกว่า แอวดี ภาษาอังกฤษเรียกว่า LD"
:)
ทุกอย่างปรับประยุกต์ตามยุคสมัย แต่อย่างไรก็ตามอยากให้มีการสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมด้วย
เขียนเรื่องนี้ผมเป็นห่วงน้องๆเยาวชน ที่ผมเคยไปเป็นจังหวัดแห่งหนึ่งเที่ยวอีสาน มีหมอลำซิ่ง เยาวชนเด็ก ชายหญิง เมากันถ้วนหน้า และแสดงออกด้วยการเต้นแปลกๆ(ที่ไม่น่ารัก) คิดว่าปรากฏการณ์นี้ที่ไหนก็คงมี ..บังเอิญว่าสงกรานต์ปีก่อนและปีนี้ผมได้เดินทางไปทางโน้นก็เลยได้สัมผัสครับ
อรุณสวัสดิ์ครับ
ขอบคุณที่มาเยือน มาบ่อยๆ นะครับ ผมเหงา
เรื่องของสังคมวัยรุ่น ผมก็ไม่รู้จะบอกอย่างไร
ทุกวันนี้ก็ปวดประสาท ที่สอนกันในชั้นเรียน
มันไม่เหมือนสมัยก่อน
อาจารย์ครับ
ให้กำลังใจอาจารย์นะครับ อย่าเพิ่งปวดประสาทนะครับ
โดยเฉพาะเด็กเทคนิคผมคิดว่ากลุ่มนี้ท้าทายมากในการดูแล พัฒนาเพื่อเขาจะได้เป็นคนคุณภาพของสังคม
ผมคิดว่าวัยแบบนี้ กิจกรรม เป็นทางเลือกที่น่าสนใจครับ หากเราได้คิดกิจกรรมร่วมกับเด็กและให้เด็กเป็นคนทำ ผลที่เกิดขึ้นเชิงประจักษ์ และโดยอ้อม คิดว่าคุ้มค่า
(ขอแลกเปลี่ยนนะครับ ตามจริงผมเองก็ห่างจากวงการศึกษามาก)
ทางยโสธรมี ดร.กะปุ๋ม (รพ.ยโสธร)ครับ คิดว่าเธอมีกระบวนการดีๆที่ช่วยพัฒนาเยาวชนได้ดี คิดว่าอาจารย์คงได้คุยกันบ้างแล้ว
ขอบคุณครับ
ผมกำลังพยายามตาม ท่านดร.กะปุ๋ม ท่านไม่ค่อยว่าง
ผมดูแลเรื่องแนะแนวอยู่ ก็คงต้องอาศัยท่านแหละครับ
ร่วมม่วนด้วยคนครับ
ในด้านทำนองและเนื้อหา หมอลำซิ่งก็ปรับตัวมาจากหมอลำกลอนคู่ หญิง-ชาย ซึ่งมีการลำแบบเดิมหลัก ๆ คือ
1. ลำโจทย์ลำแก้ หมอลำจะลำถามกันไปมาเกี่ยวกับคดีโลกคดีธรรม เช่น พุทธประวัติ พุทธทำนาย พงศาวดารเวียงจันทน์ ฯลฯ ให้ความรู้แก่ประชาชน ถ้าหมอลำฝ่ายไหนตอบไม่ได้ ก็จะไม่เป็นที่นิยมในเวลาต่อมา ลำแบบนี้ในทางทำนองเรียกว่า ลำทางสั้น ลายแคนประกอบเรียกว่า ลายสุดสะแนน
2. ในระหว่างลำตาม ข้อ 1. มานานสักระยะหนึ่ง (คล้ายว่าจะเป็นวิชาการมากเกินไป) ก็จะสลับด้วย ลำเดินดง โดยหมอลำฝ่ายหนึ่งจะพูดแทรกขึ้นมาให้หมอแคน (เปลี่ยนทำนอง/ลายแคน) ว่า "เอ้าหมอแคนจ้าวเข้าลายเดินดง" พูดกับหมอลำอีกฝ่ายว่า "เอ้าบาดนี้ข้อยสิพาเจ้าเดินดงเข้าป่า" ลำเดินดงนี่แหละครับที่หมอลำยุคหลัง ตัดมาล้วน ๆ มาเป็นกลอนลำซิ่ง กลอนเดินดงจะสังเกตุง่าย หมอลำจะร้องนำว่า " อ๋าว..ห่านี่...." หรือ "ซ้ำ...ห่านี่.." (ห่า นี่ : ทีนี้/บัดนี้) กลอนก็จะพาคู่ลำชมป่า ชมสัตว์ แล้ววกมาเปรียบเทียบกับความงามความหล่อของคู่ลำ พอถึงจังหวะบรรยายลำไปถึงเสียงสัตว์ต่างๆ ก็จะลำว่า "ได้ยินหยัง... ได้ยินเสียง... วอน ๆ ๆ ละวอน ๆ ฮ้อง..." ชมไประยะหนึ่งก็จะบอกแก่คู่ลำเป็นสร้อยต่อเนื่องว่า "เด้อนางเดอ เด้อ เด้อ นางเดอ" จากนั้นคนลำพร้อมหมอแคนก็จะลงจังหวะ(กระทืบเวที่หมอลำ) "ตึ้ง ตึ้ง" ถ้าเป็นหมอลำฝ่ายหญิงพาเดินดงก็ว่า "เด้อชาย เดอ เด่อ ๆ ชายเดอ...ตึ้ง ตึ้ง" ลำเดินดง ใช้ลายแคนเดินดงทางน้อย ท่วงทำนองแคนรุกรับกระชับจังหวะสนุกมากจนครูหมอลำตัดมาลำเดินดงมาให้ลูกศิษย์อย่างเดียว โดยเรียกว่าลำซิ่ง รวดเร็วมันทันใจ(เหมือนรถซิ่งว่าอย่างนั้นครับ)
3. ลำยาวหรือลำล่อง หลังจากลำโจทย์แก้(ลำทางสั้น), ลำเดินดง แล้วหมอลำจะลำทางยาว จะมีการเกริ่น "โอ่...." เป็นสำเนียงยาวชวนออนซอนตื้นตัน ไม่มีจังหวะฟ้อนรำ ฟังเอาความอย่างเดียว เนื้อหาว่าด้วย เรื่องฟ้าฝนความต่อสู้อุปสรรคของคนอีสาน... เล่าเรื่องความลำบากของภพชาติต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้าหรือชาดกต่างๆ เป็นต้น ลำยาวนี้ใช้แคนลายอ่านหนังสือใหญ่ หรือลายใหญ่ หรือลายล่องยาว ก่อนจบลำยาวหมอลำจะต่อด้วยลำเต้ย ซึ่งเปลี่ยนอารมณ์จากออนซอนเรื่องราวจากลำยาว มาเป็นรุกกระชับสนุกฟ้อนได้ในช่วงสั้น ๆ เพื่อดึงอารมณ์ผู้ฟังคืนมาก่อนจบครับ
สมัยก่อนการลำแต่ละกลอนจะประกอบด้วยการลำแบบ 1 : 2 ในอัตราส่วน 80 : 20 แต่ปัจจุบันลำซิ่ง จะดัดแปลงมาเป็น 5 : 95 ครับ นั่นคือลำโจทย์ลำแก้ทางสั้น ไม่เกิน 5 ส่วน อีก 95 ส่วน เอาลำเดินดง มาปรับเนื้อหาใหม่ (ไม่มีดงป่าจะให้เดินด้วย) มาเป็นลำเกี่ยวพาราสี ทั่วๆ ไป
ส่วนการลำทางยาวแบบ 3. เคยมีอัตราส่วนลำยาว : ลำเต้ย 90 : 10 เดี๋ยวนี้ลำเต้ยลูกเดียวครับเพราะจังหวะสนุกเร้าใจ ลำสาวจันทร์กั้งโกบ ก็คือลำเต้ยอีกกลอนหนึ่งที่เรารู้จักดี)
ในด้านรูปแบบท่วงทำนองลำ ลำซิ่งก็นำของเดิมมาใช้เฉพาะส่วนที่ เป็นทำนองเซิ้ง กระชับ ฟ้อนรำได้ล้วน ๆ มาใช้ในปัจจุบัน
ขอบพระคุณ คุณครูชา เปิงบ้าน เป็นอย่างสูง ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เข้ามาเสริมเติมเต็ม ครับ
ผมเป็นหมอแคนของหมอลำมณีนุช ปากไฟ ครับ หมอลำจันเพ็ญ พรสวรรค์ นำครับขอบคุณหลายหลายเด้ออาจารย์ทุกทุกท่านทีให้ความรู้ครับ อยากถามอะไรก็ติดต่อกันเข้ามาเด้อครับ [email protected] โทร087-7748200 ครับ
สวัสดีครับอาจารย์ ผมเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์งัยครับ ดีใจจังที่ได้เจออาจารย์ อาจารย์สบายดีไหมครับ อาจารย์ท่านอื่นๆด้วย ตอนนี้ผมเรียนจบแล้วครับ ทำงานอยู่ที่ปากเกร็ด
อนุพงษ์ทำงาน ที่ระยอง ส่วนอีกสองคนยังไม่จบครับ ฝากความคิดถึง ถึงอาจารย์ทุกคนนะครับ