บ้านดงสวนเขื่อนชาวมปีผู้มีวิถีของตนเอง บทนำของหนังสือ “บ้านดง” (An Mpi Dictionary)[1] ว่าไว้ในย่อหน้าที่ 2 ว่า บรรพบุรุษของคนมปี อพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนา ในประเทศจีน ประมาณ 300 ปีมาแล้ว และมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านเสือกิน ตำบลยอด อำเภอปง จังหวัดเชียงราย สาเหตุที่อพยพไม่มีใครทราบแน่นอน ต่อจากนั้นคนมปีบางส่วนได้ย้ายจากหมู่บ้านเสือกิน มาอยู่ที่ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ และเรียกชื่อหมู่บ้านของตนว่า “บ้านมปี” แต่คนอื่น ๆ เรียกว่า “บ้านดง”[2]ในที่ประชุมเตรียมการงานมหกรรมสร้างสุขภาคเหนือ ซึ่งจะจัดในวันที่ 9 – 11 พฤศจิกายน 2550 ณ อบจ.แพร่นั้น เราในกลุ่มย่อยคนเมืองแพร่ได้เสนอให้มีเวทีรวบรวมแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียงตามแบบมปี” และมานำเสนอในมหกรรมดังกล่าว ครั้นคณะทำงานนำเรื่องนี้ไปเสนอที่กรุงเทพฯ ก็ได้รับความสนใจ และอยากให้ชาวมปี ได้ไปนำเสนอที่กรุงเทพในช่วงวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2550[3] ว่าน่าสนใจอย่างไรบ้างข้าพเจ้าถือว่าเป็นภาระของตัวเองที่จะต้องพยายามค้นหาออกมาให้ได้ ในระยะเวลาอันสั้น ว่า วิถีพอเพียงของมปีคืออะไร โดยปราศจากความรู้เชิงวิชาการอื่น ๆ และมีเพียงสมมุติฐานที่ว่า มันน่าจะมีปรัชญาลึกซึ้งอีกมากที่เรายังไม่รู้ เมื่อเทียบเคียงกับ “การขอทาน” ที่ในวัยเด็กของข้าพเจ้าได้รับรู้คือ ในฤดูหนึ่งชาวบ้านดงจะไปขอข้าวสารจากหมู่บ้านต่าง ๆ ในละแวกที่พอจะเดินไปได้ แต่ชาวมปีถือว่า การไปขอข้าวสารนั้นเป็นการไป “โปรดสัตว์” ให้โอกาสกับผู้อื่นในการทำทานเราคุยกันครั้งแรกที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดบ้านดงเหนือ 10 พฤษภาคม 2550 เวลา 1 ทุ่ม[4] คุยกัน 7 คน[5] ก็ได้เรื่องมาบ้าง และนัดคุยกันครั้งที่ 2 ในวันที่ 11 และ ข้าพเจ้าจะตามไปกับพวกบ้านดง อีก 3 คันรถ ในวันเสาร์ที่ 12 เพื่อนำชุดกลองซิ้งม้อง และ โต๊ะหมู่บูชา ไปถวายวัดบ้านสะเกิน อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน[6] เขตติดต่อกับอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ค้าง 1 คืนแล้วกลับวันที่ 13 ข้าพเจ้าคาดว่า น่าจะได้อะไรมากกว่าที่กำหนดไว้ หรือ ไม่ก็เปลี่ยนหัวข้อการนำเสนอเสียเลยชาวมปี พูดภาษามปีมาเป็นเวลาหลายร้อยปี โดยไม่มีอักษรใช้เป็นของตัวเอง (ทำได้อย่างไร ) ประเพณีฝังศพเพิ่งจะยกเลิกไปเมื่อประมาณ 20 ปีมานี้[7] บริเวณฝังศพจะจัดเรียงไว้เป็นสกุล ๆ ไป แถวสกุลไม่ปะปนกัน แล้วมีไม้ไขว้ไว้สามช่วงบนหลุม เป็นเครื่องหมายให้รู้ว่าเป็นหลุมศพ มีพิธีการตานเฮือนน้อย ที่ทำจากการหักพับไม้ไผ่ (ไม่มีการตัด) มุงด้วยผ้าทอ ในเฮือนบรรจุด้วยข้าวของเครื่องใช้ ความน่าสนใจอีกสองอย่างอยู่ที่ 1) การจัดงานศพ แต่ก่อนเมือมีชาวมปีตายเช้าก็ฝังบ่าย ตายบ่ายฝังกลางคืน ตายกลางคืนก็ฝังเช้า 2) เรียกเทวดาว่า “อ่าหล่า” (เกี่ยวหรือไม่กับอัลเลาะห์-ศาสนาอิสลาม?)ชาวมปีนับถือเทวดา ที่ใช้ศัพท์คนละคำกับคำว่าผี มีสายสกุลที่ถือว่าสืบทอดบทบาททางลูกชาย[8]มานานเพื่อติดต่อกับเทวดา เวลามีงานประเพณีต่าง ๆ เช่น แต่งงานก็จะเอาของกินของแห้งใส่ถุงลั้วะไปบอกกล่าวให้เทวดาได้รับรู้โดยผ่าน “สื่อ” นี้ ในวงคุยเราพูดถึงว่าชาวมปีมีความเคารพเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เวลาจะเข้าวัด ก็ถอดหมวก ถอดรองเท้า วางร่มไว้นอกวัด ไม่ถ่มน้ำลายในวัด เจ้าอาวาสวัดบ้านดงเหนือ ซึ่งเป็นคนมปีทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ บอกว่าอาจเป็นเพราะฮีตฮอยเหล่านี้บอกกล่าวอยู่ในธรรมมหาวิบาก ว่ากันว่า “คนมปีทุกวัยใกล้ชิดวัด”การทำมาหากินของชาวบ้านดงนั้น คนมปีที่ข้าพเจ้ารู้จักคนหนึ่งมีความชำนาญในการเดินป่า หาของป่า รู้จักต้นไม้ใบหญ้าในป่า และคนมปีก็ทำไร่ทำนาเหมือนกับคนเมืองทั่วไป มีมากก็คือรับจ้างใช้แรงงาน ซึ่งเป็นยอมรับว่าถ้าได้มาทำงานรับจ้าง คนที่จ้างก็จะมีความไว้วางใจสูงเพราะคนมปีมีความซื่อสัตย์สูง อะไรเป็นพื้นฐานทางจิตใจของชาวมปีให้ซื่อสัตย์คำทักทายของชาวมปีจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แต่เมื่อลาจากกันก็จะมีคำหนึ่งที่กล่าวลา มีความหมายทำนองว่า “เป็นห่วงนะ ระวังตัวด้วย” แสดงถึงพื้นฐานจิตใจอันอ่อนโยนนุ่มนวลของพวกเขา ทำไมคนมปีถึงมีความเข้มแข็งเพียงนี้ “คนมปีมองมปี” อย่างไร เป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก ซึ่งเราน่าจะตั้งวงคุยค้นคว้าร่วมกันระหว่างชาวมปีกันเอง และ ผู้มาเยือนอย่างพวกเราคงจะมาได้บางครั้งบางคราวเท่านั้น . วุฒิไกร ผาทอง บันทึกไว้เมื่อ 11 พฤษภาคม 2550 ค่าวันที่ 11 เรา คนจากข้างนอกจำนวนเท่าเดิมไปช้ากว่าที่นัดหมายไว้หน่อยหนึ่ง ฝนตกจึงหลบอยู่ชายคาด้านล่างกุฏิพระ มีเจ้าหนุ่ม 2 คนขี่ซ้อนรถเครื่องมาถามว่าเจอตุ๊อาว์แล้วยัง จะไปตามให้ สักพักอาจารย์รักเกียรติก็มาในชุดออกกำลังกาย บอกว่าเพิ่งเสร็จแล้วได้ “จ้ำข้าว”2-3 คำ ช่วงหลังมีอดีตนายก อบต.สวนเขื่อนมาร่วมด้วย ทำให้การพูดคุยได้อรรถรสมากขึ้น ซึ่งปกติก็รื่นไหลดีอยู่แล้ว เนื่องจากคนบ้านดงคุ้นเคยกันดีกับตระกูลพนมขวัญของคุณสามชายเตรียมคนไปนำเสนอที่ กทม.ได้หนานม้วน ฟองนวล ตนเก่งบ้านสะเกิน หนานหนิด ที่พูดได้ 7 ภาษา และเป็นหมอยา หนานหนิดน่าจะมีคำมปีโบราณอยู่เยอะ ส่วนในบ้านดง คนแก่อายุ 70 ขึ้นไปก็เยอะ อายุ 100 ก็มี ก็ยังคิดกันไม่ออกว่าจะเก็บข้อมูลอย่างไรถ้านำผู้เฒ่าเหล่านั้นมานั่งคุยกัน ในวงผู้เฒ่าเหล่านั้นน่าจะมีนิทานพื้นบ้านตำนานบ้านดงออกมาด้วย ใครจะไปรู้ในวงวันนี้คุยไปถึงเรื่องดนตรี ก็มีทั้งอิเลคโทน และ สะล้อ ซึง พื้นเมือง มีคนหนึ่งที่มักจะนำซึงไปเล่นด้วยตอนเลี้ยงวัว แล้วบอกว่า เชื้อสายนี้แหละที่เป็นเรื่องดนตรีกัน ขบวนการฝายที่ต่อเนื่องไปทั้งเลาไม่มีแล้ว งบราชการเข้ามาทำให้เปลี่ยนไป แต่ฝายน้อยที่เป็นของแต่ละกลุ่มผืนนายังใช้ได้ เพราะยังมีมากที่ชาวบ้านช่วยเหลือกันเอง ยังมีการศึกษาคาถาอาคม ซึ่งเราชวนคุยว่า อย่างกระแสจตุคามฯ แบบนี้ เราจะดึงเด็กเข้าหาวัฒนธรรมดั้งเดิมโดยใช้ความลึกลับแบบนี้น่าจะได้ ก็มีความเห็นว่า มันเป็นคำแรง ๆ และ ดูเป็นไสยศาสตร์ เป็นของร้อน ถ้ามีแล้วรักษาไม่ดี ทำตัวไม่ดี ก็จะเป็นของร้อน หรือ อันตรายต่อผู้นั้นเอง จบไม่ลงที่เมนูบ้านดง ทั้งพริกยัดใส้ พริกผักหละ เมนูหน่อไม้ ทั้งสด ทั้งดอง จึงนัดหมายทำกับข้าว วันที่ 18 จะขอถ่ายรูปตั้งแต่ตอนเก็บผักข้างรั้ว ข้าพเจ้าชักอยากพิสูจน์ว่ารสชาติเป็นอย่างไร เพราะชาวมปีรู้จักพืชผักแต่ละชนิดมากมาย รู้จักที่จะรับประทาน ว่าชนิดไหนจะต้องกินกับชนิดไหนจึงจะชูรสซึ่งกันและกัน แล้วแต่ละชนิดจะปรุงอย่างไร จึงจะเลิศรสที่สุด สดๆ แกง ต้ม ย่าง หรือ นึ่งกับข้าวเบือ (ข้าวก้นหม้อข้าวหม่า)เข้ามาใกล้มากขึ้นถึงภาคปฏิบัติของชีวิตพอเพียงแล้วล่ะ น่าจะไม่เปลี่ยนหัวข้อนำเสนอ<div>
<hr width="33%" size="1"><div id="ftn1">
[1]พจนานุกรมมปี-ไทย-อังกฤษ โครงการวิจัยภาษาไทยและภาษาพื้นเมืองถิ่นต่าง ๆ Phonetics and Phonology Volume 1, Number 1, April, 1976 ศรีนวล ดวงหอม ผู้ให้เสียง วรนุช พันธุพงศ์ บรรณาธิการ
</div>
</div>
บ้านดง๑๔กค๕๐ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ช่วงแรกชวนกันคุยเรื่อง “ถ้าจะเล่าเรื่องบ้านดง”</p>หลังจากนั้นก็แบ่งกลุ่ม ได้สาระดังนี้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กลุ่มภูมิปัญญา</p><ol style="margin-top: 0cm">
ใส่ข้าวที่แช่น้ำแล้ว
เจาะรู
น้ำ
ไฟ
</ol> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กลุ่มครูสุนา</p><ol style="margin-top: 0cm">
</ol> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กลุ่มพ่อปั๋น สีตื้อ</p><ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ คือ </li></ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· วัด (วัน ๘ ค่ำ บูชาผ้า สะเดาะเคราะห์) พระพุทธรูปไม้เก่าแก่ (มาบูรณะปะไม้แทนที่ผุ ทำสีใหม่)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· เทวดาให้ปกปักรักษา ไม่ได้ขอหวย (ไหว้ประจำวัน วันสำคัญเช่นออกพรรษา เข้าพรรษา ที่มากที่สุดคือ วันปากปี ๑๖ เมษายน ของไหว้ มี ข้าว น้ำ ผลไม้ ของหวาน) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ท้าวทั้งสี่(คุ้มครองงานให้ดำเนินไปด้วยดี ทำทุกงาน งานมงคล อวมงคล)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ผีเจ้าวัด</p><ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">ประเพณี</li></ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· สงกรานต์ (แต่ก่อน รดน้ำผ่านรินสรงน้ำพระในห้องเดี๋ยวนี้ญาติโยมฮอมน้ำส้มป่อยในโอ่ง แล้วพระตักไปสรงเองในห้องน้ำ) สรงพระพุทธรูปสิ่งปลูกสร้างในวัด ต้นไม้ ไม้ค้ำศรี กลอง (หอกลองกลายเป็นประปา)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ดำหัวเทวดา(เคี้ยวดิน)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· นา เอาขวัญข้าว (ข้าวลานเดียวกัน เอาเข้าบ้านพร้อมกัน รอวันดี) เอาขวัญควาย (การผูกสวยดอกไม้วัวควายที่ทำงานจะผูกไว้ที่เขาทั้งสอง ที่ไม่ได้ทำงานจะผูกไว้กลางกระหม่อม) บูชาแม่โพสพ (หลังจากปลูกแล้ว ๑ เดือน)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· แช่น้ำอุปคุต หรือ การขอฝนมาทำนาในช่วงฝนแล้ง ชาวบ้านที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว ว่ามีศีลมีธรรม จะพากันไปในป่า ซึ่งจะมีจุดทำพิธี ๒ ที่ เป็นน้ำวังของน้ำแม่ลัว (เรียกภาษามปีว่า “สิงแม้น่า”) นำกระบอกไม้ไผ่สลักคาถาไปผูกติดกับก้อนหิน ในแม่น้ำ แล้วโยงเชือกไปมัดกับต้นไม้หลังจากนั้นก็กลับหมู่บ้าน พระสงฆ์ทำพิธีกรรมตลอด ๗ วัน ที่วัดเก๊า คือวัดบ้านดงใต้ วันที่แปดจึงไปแก้มัด เอากระบอกไม้สลักคัมภีร์ออกมาจากแม่น้ำ ว่ากันว่า วันที่เอาออกมานั้น บางทีมีฝนตกน้ำหลากไล่หลังจนออกมาไม่ทันก็มี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ส่งเคราะห์บ้าน เดือน ๘ แรม ๘ ค่ำ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ยี่เป็ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ๑๒ เป็ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ๔ เป็ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ส่งข้าวญาติ วันสำคัญ เช่น เข้า ออกพรรษา ปีใหม่ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ขอผ้าซิ่นเก่ามาทำผ้าอ้อม</p><ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">ภาษิต คำสอน</li></ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· กิน ตาน เก็บ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ๗ วันแอ่วหาคนเฒ่า ๙ วันแอ่วหาคนหนุ่ม</p><ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">นิทาน เพลง</li></ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ปู่สุข</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· เพลง สละสี (สั่งเสียลูก ว่าพ่อกับแม่จะพากันไปทำไร่ ได้เตรียมปลาทู ปลาร้า เกลือ ข้าว ไว้แล้ว)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· การเล่น (แขก?)</p><ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">อาชีพ</li></ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ทำนา ฝนก็ไม่แล้ง แต่น้ำมาเร็ว ไปเร็ว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· ปลูกพืชหลังนา หอม กระเทียม ถั่วเหลือง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">· รับจ้าง</p>· ทำไม้กวาด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นัดครั้งต่อไป ๔ สค. ๕๐ ๑๙.๐๐ น. วัดบ้านดง</p> ความเห็นอื่น ๆ ที่ได้จากที่ประชุม <ul style="margin-top: 0cm">
</ul> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">วุฒิไกรหมายเหตุต่อความเห็นต่าง ๆ และ สภาพในที่ประชุมดังนี้</p><ul style="margin-top: 0cm">
</ul>
ปัจจุบัน คน บ้านมปี ทำงานอยู่ที่กรุงเทพ ก็เยอะ ถ้าผู้ที่ค้นหาข้อมูลอยากคุยด้วยก็น่า
จะติดต่อได้ครับ
ข้อมูลข้างต้น ขอรับรองว่าเป็นความจริงครับ
จาก คนมปี คนหนึ่ง ครับ
ผมก้ออยู๋บ้านดงคับ
ตอนนี้เป็นเณร
เรียนอยู ม. 2
อยู่บ้านใต้
ลูกบ้านดง โดยกำเนิดอยากเห็นบ้านเรารักษาประเพณีดั้งเดิมไว้โดยเฉพาะการพูดภาษา อึมปี้ ก่านอจู่..
โง๊ ปี้ มี ช๊อน
เรียนอยู่ ม.5 Thinopatwittaya School
Dong In Love ณ Phrae
ละอ่อนบ้านดงคร๊าฟผม
ช่วยกันรักษาภาษาบ้านเราด้วยนะคร๊าฟ
บ้านดง(ดงใต้) 21 ม.8 เทศบาลสวนเขื่อน
อ.เมือง จ.แพร่ คร๊าฟผม
wellcom To bandong
โง๊ มปี้ อาเย๊าะ
เดี๋ยววันแม่นี้จะกลับบ้าน หาแม่+หาน้องแพร จ้า
แล้วเจอกันนะคะ
วันนี้ ชาวอึมปี้
อย่าลืมดูรายการ พันแสงรุ้งนะคะ
เป็นคนกรุงเทพค่ะ อ่านเรื่องคนชาติพันธ์ุอึมปี้แล้วรู้สึกน่าสนใจมาก อยากพบปะพูดคุยเป็นเพื่อนคนอึมปี้บ้านดงจัง