ร่วมม่วนด้วยคนครับ

     ในด้านทำนองและเนื้อหา  หมอลำซิ่งก็ปรับตัวมาจากหมอลำกลอนคู่ หญิง-ชาย ซึ่งมีการลำแบบเดิมหลัก ๆ คือ

    1. ลำโจทย์ลำแก้  หมอลำจะลำถามกันไปมาเกี่ยวกับคดีโลกคดีธรรม  เช่น พุทธประวัติ  พุทธทำนาย พงศาวดารเวียงจันทน์ ฯลฯ ให้ความรู้แก่ประชาชน  ถ้าหมอลำฝ่ายไหนตอบไม่ได้  ก็จะไม่เป็นที่นิยมในเวลาต่อมา  ลำแบบนี้ในทางทำนองเรียกว่า ลำทางสั้น  ลายแคนประกอบเรียกว่า ลายสุดสะแนน

     2.  ในระหว่างลำตาม ข้อ 1. มานานสักระยะหนึ่ง (คล้ายว่าจะเป็นวิชาการมากเกินไป) ก็จะสลับด้วย ลำเดินดง โดยหมอลำฝ่ายหนึ่งจะพูดแทรกขึ้นมาให้หมอแคน (เปลี่ยนทำนอง/ลายแคน) ว่า "เอ้าหมอแคนจ้าวเข้าลายเดินดง" พูดกับหมอลำอีกฝ่ายว่า "เอ้าบาดนี้ข้อยสิพาเจ้าเดินดงเข้าป่า"  ลำเดินดงนี่แหละครับที่หมอลำยุคหลัง  ตัดมาล้วน ๆ มาเป็นกลอนลำซิ่ง กลอนเดินดงจะสังเกตุง่าย  หมอลำจะร้องนำว่า " อ๋าว..ห่านี่...." หรือ "ซ้ำ...ห่านี่.." (ห่า  นี่ : ทีนี้/บัดนี้) กลอนก็จะพาคู่ลำชมป่า  ชมสัตว์ แล้ววกมาเปรียบเทียบกับความงามความหล่อของคู่ลำ พอถึงจังหวะบรรยายลำไปถึงเสียงสัตว์ต่างๆ ก็จะลำว่า "ได้ยินหยัง... ได้ยินเสียง... วอน ๆ ๆ ละวอน ๆ ฮ้อง..." ชมไประยะหนึ่งก็จะบอกแก่คู่ลำเป็นสร้อยต่อเนื่องว่า "เด้อนางเดอ เด้อ เด้อ นางเดอ" จากนั้นคนลำพร้อมหมอแคนก็จะลงจังหวะ(กระทืบเวที่หมอลำ) "ตึ้ง  ตึ้ง" ถ้าเป็นหมอลำฝ่ายหญิงพาเดินดงก็ว่า "เด้อชาย  เดอ เด่อ ๆ ชายเดอ...ตึ้ง  ตึ้ง"  ลำเดินดง  ใช้ลายแคนเดินดงทางน้อย  ท่วงทำนองแคนรุกรับกระชับจังหวะสนุกมากจนครูหมอลำตัดมาลำเดินดงมาให้ลูกศิษย์อย่างเดียว โดยเรียกว่าลำซิ่ง  รวดเร็วมันทันใจ(เหมือนรถซิ่งว่าอย่างนั้นครับ)

    3.  ลำยาวหรือลำล่อง  หลังจากลำโจทย์แก้(ลำทางสั้น), ลำเดินดง แล้วหมอลำจะลำทางยาว  จะมีการเกริ่น "โอ่...." เป็นสำเนียงยาวชวนออนซอนตื้นตัน  ไม่มีจังหวะฟ้อนรำ  ฟังเอาความอย่างเดียว  เนื้อหาว่าด้วย  เรื่องฟ้าฝนความต่อสู้อุปสรรคของคนอีสาน...  เล่าเรื่องความลำบากของภพชาติต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้าหรือชาดกต่างๆ  เป็นต้น  ลำยาวนี้ใช้แคนลายอ่านหนังสือใหญ่ หรือลายใหญ่ หรือลายล่องยาว  ก่อนจบลำยาวหมอลำจะต่อด้วยลำเต้ย  ซึ่งเปลี่ยนอารมณ์จากออนซอนเรื่องราวจากลำยาว  มาเป็นรุกกระชับสนุกฟ้อนได้ในช่วงสั้น ๆ เพื่อดึงอารมณ์ผู้ฟังคืนมาก่อนจบครับ

          สมัยก่อนการลำแต่ละกลอนจะประกอบด้วยการลำแบบ  1 : 2  ในอัตราส่วน  80 : 20  แต่ปัจจุบันลำซิ่ง จะดัดแปลงมาเป็น  5 : 95 ครับ นั่นคือลำโจทย์ลำแก้ทางสั้น  ไม่เกิน 5 ส่วน อีก 95 ส่วน เอาลำเดินดง มาปรับเนื้อหาใหม่ (ไม่มีดงป่าจะให้เดินด้วย) มาเป็นลำเกี่ยวพาราสี ทั่วๆ ไป

           ส่วนการลำทางยาวแบบ 3.  เคยมีอัตราส่วนลำยาว : ลำเต้ย  90 : 10 เดี๋ยวนี้ลำเต้ยลูกเดียวครับเพราะจังหวะสนุกเร้าใจ  ลำสาวจันทร์กั้งโกบ ก็คือลำเต้ยอีกกลอนหนึ่งที่เรารู้จักดี)

           ในด้านรูปแบบท่วงทำนองลำ  ลำซิ่งก็นำของเดิมมาใช้เฉพาะส่วนที่ เป็นทำนองเซิ้ง กระชับ ฟ้อนรำได้ล้วน ๆ  มาใช้ในปัจจุบัน