วันนี้ร้านประจำอาหารกลางวันของผมที่ชั้นล่างตึกที่ทำงาน ไม่มาขาย เลยต้องฝากน้องที่ออกไปทานส้มตำ ผมให้เงินไป 20 บาท และบอกว่า ซื้ออะไรมาก็ได้ที่ร้านส้มตำขาย เอาแค่ให้พอกินอิ่มแล้วกัน และแล้ว 12.45 น. เธอก็ถือข้าวเหนียว 1 ถึง พร้อมเนื้อแดดเดียวทอด 1 ถุง และบอกราคาว่า 35 บาท (เนื้อแห้ง 2 มัด 30 บ.+ ข้าวเหนียว 5 บ.)

ผมตกใจสิครับเพราะทุกๆวันที่มาทำงานก็ทานข้าวกล่องๆ 20 บาท บางวันดูดีหน่อยก็เพิ่มของหวานอีก 5 บาท ไม่เกินนี้แต่ละวัน (จริงๆผมก็ไม่ใช่คนประหยัดนักนะครับ แต่เรื่องกินผมไม่ค่อยเลือก พออิ่มท้องก็พอ)

 

 

ทำให้นึกถึงแม่ ที่บอกว่าแต่ก่อนพอผมหย่านมเสร็จ ทั้งยาย ทั้งแม่ผมมักจะย่างหรือทอดเนื้อแห้ง (เนื้อวัวที่นำมาหั่นเป็นเส้น ปรุงรส แล้วถนอมอาหารโดยนำไปตากแดดจนแห้ง) และเคี้ยวให้ละเอียดพอที่เด็กไม่มีฟันกินได้ แล้วบ่ายข้าวเหนียวที่ละคำป้อนผมมาจนโต รู้ความ  (บ่าย คือ ลักษณะการเอากับ มาไว้บนปั้นข้าวเหนียวพอคำ) ต้องบอกว่าสมัยเมื่อ 30 ปี การเลี้ยงเด็กชาวอีสานส่วนมากก็เป็นเช่นนี้แหล่ะครับ โดยเฉพาะเด็กตามชนบท อาจไม่ถูกสุขอนามัยเท่าใดนัก แต่โตมาก็ไม่เจ็บไม่ป่วย มีชีวิตอยู่ได้ตามปกติ

ปัจจุบันคงทำเช่นเมื่อก่อนได้ยากแล้วนะครับ เพราะตอนนี้ เนื้อก็แพง ข้าวก็แพง แก๊สก็แพง แสดงว่าตอนเด็กผมถูกเลี้ยงมาอย่างมีวิสัยทัศน์ จากทั้งยายและแม่ <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">          </p>KPN