กลับออกมาดูตอนสายๆอีกทีเห็นอุปกรณ์ส่วนต่างๆของแม่ย่านาง ถูกถอดออกมาวางเรียงราย เพื่อรออาหลั่ย ที่สั่งซื้อจากร้านอาหลั่ย และเพื่อรอร้านรับอัดบู๊ชอัดลูกปืนมารับไปดำเนินการ
 
หลายเวลาแล้วที่ไม่ได้นั่งหลังพวงมาลัย 
ช่วงที่เจ้านายที่บ้านไปอบรม  หลักสูตร มารธอน นี่แหละถึงได้มีโอกาสครอบครองแม่ย่านาง
ช่วงวันเสาร์ , อาทิตย์ ถนนว่างๆเลยลองเหยียบดูว่าอาการยังปกติอยู่หรือเปล่า  เท่านั้นแหละครับ  ผมนี่เกิดอาการสั่นสะท้านไปทั้งตัวตั้งแต่ปลายเท้าที่เหยียบคันเร่ง  ขึ้นไปจนถึงปลายเส้นผมเลยทีเดียว 
ไม่ได้การแล้ววันจันทร์ รีบเอารถไปจอดอู่ซ่อม ซึ่งเป็นของช่างเล็ก  เช่าห้องแถวเปิดอู่ซ่อมรถยุโรป  อยู่ข้างๆหัวลำโพงนี่เอง
  • รื้อดูส่วนล่างทุกชิ้นเลยครับพี่เล็ก  และดูโช๊คอัฟ หน้าหลังด้วย  แล้วผมก็ขอตัวไปดูงานต่อ
กลับออกมาดูตอนสายๆอีกทีเห็นอุปกรณ์ส่วนต่างๆของแม่ย่านาง  ถูกถอดออกมาวางเรียงราย  เพื่อรออาหลั่ย ที่สั่งซื้อจากร้านอาหลั่ย  และเพื่อรอร้านรับอัดบู๊ชอัดลูกปืนมารับไปดำเนินการ
รวมๆแล้ว 6-7 รายการ ค่าอาหลั่ย อยู่ราว 5,000 บาท
  • มีลูกปืนล้อหน้า 2 ตลับ
  • ยางแท่นเครื่อง 2 ชุด
  • ยางกันโคลงซ้าย ขวา 2 ชุด
  • ยางกันฝุ่นเพลา 2  อัน
  • จารบี นำมันเกียร์  เข็มขัดรัดยางหุ้มเพลา  ค่าอัดบู๊ช ลูกปืน ยางแท่นเครื่อง รวมแล้ว 500 บาท
  • ค่าตั้งศูนย์ถ่วงล้อ 200 บาท
เบ็ดเสร็จรวมแล้วไม่ถึง 6,000 บาท  ผมคิดว่าถูกกว่านำรถเข้าศูนย์ ครึ่งต่อครึ่ง  นี่คือผลพวงของมิตรภาพที่เรามีต่อช่างเล็ก  ซึ่งเราเคยถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน  เมื่อช่างเล็กมีเรื่องต้องพึ่งพาเรา  ในเรื่องเทคนิคด้านไฟฟ้า หรืองานดัดแปลง  ผมก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะให้การช่วยเหลือ
ส่วนค่าแรงในการซ่อมครั้งนี้  ช่างเล็ก  คิดแค่ให้ค่าข้าวลูกน้อง 2 คนในอู่ซึ่งซ่อมรถผมคันเดียวกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ 
นี่แหละครับคือ  มิตรภาพที่แท้จริง