ตอนแรกที่จะทำโปรเจคนี้(โปรเจคอะไรก็ลองอ่านดู เพราะผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองทำอะไรอยู่) ผมเริ่มต้นด้วยการหาข้อมูลเกี่ยวกับ OS ตระกูล Unix,BSD,Linux เพราะมันไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ ตอนที่ผมกำลังทำเรื่องนี้อยู่เนื่องจากไม่มีเครื่องคอมในจำนวนที่เพียงพอแกการเสีย
ผมก็เลยใช้ vmware ในการลง OS พวกนี้ ซึ่ง OS จำพวกนี้ถ้าเทียบกับ window ก็ต้องบอกว่าลงยากกว่า เพราะมันไม่ได้ขึ้นมาเป็น GUI (Graphic User Interface) แต่ขึ้นมาเป็น Text mode หรือหน้าจอขาวดำแบบ DOS
การลง OS ครั้งแรกนี้ใช้เวลา 30 นาทีเพราะว่าผมทำไม่เป็น - -" เล่นเอาผมเหงื่อตกไปเลย 555 แต่ปัญหามันเกิดหลังจากนั้น คือเนื่องจากเราใช้โปรแกรม vmware(ซอฟต์แวร์ที่ใช้จำลองเครื่องคอม ในเครื่องคอมอีกที) ผมก็เริ่มที่จะงงๆในการปรับ feature ต่างๆของ OS แล้วก็ปรากฏว่า เครื่องจำลองที่สร้างขึ้นต่อ Internet ไม่ได้ T ^T ทำมาแทบตายดันต่อเน็ตไม่ได้ซะงั้น เอาไงดีจะลงใหม่ทำเครื่องใหม่ก็คงไม่พ้นแนวเดิมๆ ปัญหาเก่าๆ เพราะผมไม่เก่งภาษาอังกฤษเท่าไร อ่านออกบ้าง แต่พวกศัพท์ยากๆนี่ก็ขอบาย ครั้นจะหาหนังสือภาษาไทยก็ไม่ค่อยมีให้อ่าน ที่มีก็มักจะเก่าล้าสมัย เรียกว่่าหาหนังสือภาษาไทยอ่านไม่ได้ เราก็ไม่รู้จะว่ายังไง เพราะบางทีหนังสือในห้องตัวเองแท้ๆยังไม่อ่านเลย ท้ายสุดก็คว้า Dictionary คู่ใจไปนั่งหน้าจอคอมแล้วก็นั่งแปลไปตามยถากรรม ซึ่งผมคิดว่า มันลำบาก ทั้งๆที่น่าจะเอาเวลาที่มานั่งแปลข้อความพวกนี้ ไปนั่งคิดอะไรที่สร้างสรรค์ๆ จะได้ประโยชน์กว่ามาก
มาถึงตรงนี้ผมติดใจการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง สงสัยว่าท่านอยากให้ประเทศก้าวหน้า การศึกษาก้าวหน้า แต่ว่าสิ่งที่เราใช้สอนกันก็ยังเป็นสิ่งที่ล้าหลัง ดูอย่างหนังสือที่ผมพูดไป อาจมีคนแย้งว่า ความรู้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากหรอก ก็แค่เอาที่มีอยู่มาต่อยอดเท่านั้นเอง มันก็จริงครับ แค่การต่อยอด แต่ยอดนี้ก็เพิ่มมูลค่าได้อย่างมหาศาลนะผมว่า และเพื่อสร้างแหล่งการเรียนรู้จริงๆ ผมก็ดีใจที่มีชุมชนอย่างที่นี่เกิดขึ้น และหวังว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นของ การสร้างความรู้ในสังคม
ก็ใช้ network เป็นบริดจ์สิครับ ง่ายดี
ผมดีใจครับที่คิดแบบนี้
โดยมากความรู้ทาง it ที่มีในท้องตลาดก็เป็นเพียงเรื่องแนวกว้างที่ basic แทบทุกแขนง
จะหาหนังสือเชิงลึกมาอ่าน ที่เป็นภาษาไทยผมว่ายากเย็นนัก
จะถามจาก Guru ก็อาจเสียเวลาอธิบายเค้าครับ เพราะคนทำได้จริง แต่อาจอธิบายไม่ได้ ไม่เป็น
อย่างน้อยเราก็มี search engine ครับที่เข้ามาตอบโจทย์เราได้บ้าง
ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษนี่เป็นทั้งโอกาสและอุปสรรคนะครับ
แรกๆก็เปิด dict บ่อยหน่อยครับแต่พออ่าน text จบซักเล่มก็น่าจะเปิดน้อยลง เพราะเราเริ่มจำศัพท์ได้ 55555
ขอให้โชคดีครับ