รำลึกคุณค่า ความงดงามของชีวิต และการจากไป ด้วยบทประพันธ์เสียงเพรียกแห่งมาตุภูมิ รำลึกการจากไปของ จิตร ภูมิศักดิ์ เมื่อ 5 พฤษภาคม 2509

เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ 

บทเพลง เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ

จิตร ภูมิศักดิ์      ประพันธ์ ในนาม สุธรรม บุญรุ่ง

วงกรรมาชน       เรียบเรียงเสียงประสาน 

ม่านฟ้ายามค่ำ  ดั่งม่านสีดำ ม่านแห่งความร้าวระบมเปรียบเหมือนดวงใจ มืดทึบระทม พ่ายแพ้ซานซมพลัดพรากบ้านมา

<p>
      ต่อสู้กู้ถิ่น และสิทธิ์เสรี กู้ศักดิ์และศรีโสภา จึงพลัดมาไกล ทิ้งไว้โรยรา จะร้างดังป่าอยู่นับปี</p>
<p>
      เคยสดใส รื่นเริง ดังนกเริงลม ถลาลอยชื่นชม อย่างมีเสรี แม้ร้อยวัง วิมานที่มี มิเทียมเทียบปฐพีที่รักมั่น</p>
<p>
      ความใฝ่ฝันแสนงาม แต่ครั้งเคยเนาว์ ชื่นหวานในใจเรา อยู่มิเว้นวัน ความหวังเอย ไม่เคยไหวหวั่น ยึดมั่นว่าจักได้คืนเหมือนศรัทธา</p>
<p>
      แว่วเสียงก้องกู่ จากขอบฟ้าไกล แว่วดังจากโพ้นนภา บ้านเอ๋ย เคยเนาว์ กังวานครวญมา รอคอยเรียกข้าทุกวัน</p>
<p></p><p>สุธรรม   บุญรุ่ง  </p><p></p><p></p><p>จิตร   ภูมิศักดิ์แต่งเพลงนี้ ใช้นามปากกาว่า สุธรรม  บุญรุ่ง </p><p>แต่งขึ้นระหว่าง ถูกจองจำในคุกประมาณปี พ.ศ.2503 - 2505      </p><p>ทองใบ   ทองเปาด์ ได้เขียนอธิบายเพลงนี้ในหนังสือ คอมมิวนิสต์ลาดยาว ว่า  ความรัก  ความสุขที่เรามีต่อบ้าน ต่อมาตุภูมิของเรานั้นยิ่งใหญ่เหนือสิ่งใด พวกเรา ที่ถูกอสูรเผด็จการบังคับจับให้ต้องพลัดพลากจากบ้าน และ ครอบครัวที่รัก  รวมทั้งแผ่นดินที่เราเคยทำกินนั้น  ทุกวันอันมืดมนนี้ เราล้วนได้ฟังเสียงกู่เพรียกหาจากแม่  จากลูก  จากเมีย แม้กระทั่ง จากพื้นปฐพีที่เราเคยทำกิน      นี่คือความรัก ความศรัทธาของเราที่ทำให้เรายืนหยัดอยู่ได้อย่างทรนง  เพื่อที่วันหนึ่งเราจะได้มีโอกาสกลับสู่มาตภูมิของเราอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี      นี่คือ เสียงเพรียกจากมาตุภูมิของเราชาวลาดยาวอ้างอิงhttp://www.geocities.com/thaifreeman/jit/pumisak12.html   </p>