บทเพลง
จิตร ภูมิศักดิ์
<p>วงคาราวาน</p>
บทประพันธ์ - เรียบเรียงเสียงประสาน
</span><p></p><p>
</p><p></p><p>เขาตายในชายป่า เลือดแดงทาดินเข็ญ ยากเย็น ข้นแค้นอับจน
และถึงวันพราก เขาลงมาจากยอดเขา ใต้เงา มหานกอินทรี
ล้อมยิงโดยกระหยิ่ม อิ่มในเหยื่อตัวนี้ โชคดี สี่ขั้นพันดาว
ศพคนนี้ นี่หรือคือจิตร ภูมิศักดิ์ ตายคาหลักเขตป่ากับนาคร
เหมือนดาวร่วงหล่น ความเป็นคนล่วงหาย ก่อนตาย จะหมายสิ่งใด
แสนคนจนยากสิบคนหาก รวยหลาย อับอาย แก่หล้าฟ้าดิน
เขาจึงต่อสู้อยู่ข้างคนทุกข์เข็ญ ได้เห็น ได้เขียนพูดจา
คุกขังเขาได้ แต่หัวใจอย่าปรารถนา เกิดมา เข่นฆ่าอธรรม
แล้วอำนาจเถื่อน มาบิดเบือนบังหน กี่คนย่อยยับ อัปรา
สองพันห้าร้อยแปด เมฆดำปกคลุมฟ้า ด้วยฤทธา มหานกอินทรี
ร้างเมือง ไร้บ้าน ออกทำการป่าเขา เสี่ยงเอา ชีวีมลาย
พฤษภาห้าร้อยเก้า แดดร่มเงาจางหาย เขาตายอยู่ข้างทางเกวียน
ศพคนนี้นี่หรือคือจิตร ภูมิศักดิ์ ตายคาหลักเขตป่ากับนาคร
เขาตายในชายป่า เลือดแดงทาดินอีสาน
อีกนาน อีกนาน อีกนาน
เขาตายเหมือนไร้ค่า แต่ต่อมาก้องนาม ผู้คน ไถ่ถามอยากเรียน
ชื่อจิตร ภูมิศักดิ์ เป็นนักคิดนักเขียน
ดั่งเทียนผู้ถ่องแท้แก่คน
</p>
จิตร ภูมิศักดิ์จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรีจิตร ภูมิศักดิ์ (25 กันยายนพ.ศ. 2473ต. ประจันตคามอ. ประจันตคามจ. ปราจีนบุรี—5 พฤษภาคมพ.ศ. 2509ต. บ้านหนองกุงอ. วาริชภูมิจ. สกลนคร) เป็นนักคิดด้านการเมือง นักประวัติศาสตร์ และนักภาษาศาสตร์ นับเป็นนักปราชญ์และนักปฏิวัติทางความคิดและวิชาการคนสำคัญของประเทศไทย จิตรเป็นนักวิชาการคนแรกๆ ที่กล้าถกเถียงและคัดค้านปราชญ์คนสำคัญ ด้วยวิธีคิดที่มีเหตุผลและลุ่มลึก มีความโดดเด่นจากผลงานการค้นคว้าทางวิชาการที่แปลกใหม่และลึกซึ้ง ขณะเดียวกันจิตรยังมีความคิดต่อต้านระบบเผด็จการและการใช้อำนาจกดขี่ของชนชั้นสูงมาโดยตลอดจิตรเป็นบุตรของ นายศิริ ภูมิศักดิ์ และนางแสงเงิน ภูมิศักดิ์ มีชื่อเดิมว่า สมจิตร ภูมิศักดิ์ แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็น จิตร เพียงคำเดียว ตามนโยบายตั้งชื่อให้ระบุเพศชายหญิงอย่างชัดเจน ของ จอมพล ป. พิบูลสงครามการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2479 จิตรติดตามบิดา ซึ่งรับราชการเป็นนายตรวจสรรพสามิต เดินทางไปรับราชการยังจังหวัดกาญจนบุรี และเข้ารับการศึกษาชั้นประถม ที่โรงเรียนประจำจังหวัดแห่งนั้น จิตรย้ายมาอยู่ที่สมุทรปราการ เมื่อปี พ.ศ. 2483 บิดาของจิตรย้ายไปรับราชการในเมืองพระตะบอง ซึ่งสมัยนั้นเป็นเมืองในการปกครองของไทย (ปัจจุบันอยู่ในอาณาเขตของกัมพูชา) จิตรจึงย้ายตามไปด้วย และได้เข้าศึกษาชั้นมัธยมที่นั่นถึงปี พ.ศ. 2490 ประเทศไทย ต้องคืนดินแดนเมืองพระตะบองให้กัมพูชา จิตรจึงอพยพตามมารดากลับเมืองไทย ส่วนบิดานั้นไปเริ่มชีวิตครอบครัวใหม่กับหญิงอื่น ระหว่างที่ครอบครัวภูมิศักดิ์ ยังอยู่ที่พระตะบอง นางแสงเงินเดินทางไปค้าขายที่จังหวัดลพบุรี ขณะที่จิตรและพี่สาว เดินทางมาศึกษาต่อในกรุงเทพมหานคร โดยจิตรเข้าเรียนที่โรงเรียนเบญจมบพิตร และสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในที่สุด แนวคิดและการต่อสู้ชื่อเสียงของ จิตร ภูมิศักด์ น่าจะโด่งดังในสาธารณชนวงกว้างเป็นครั้งแรก จากกรณี โยนบก เมื่อครั้งที่เขาเป็นสาราณียากร ให้กับหนังสือประจำปี ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2496. ในครั้งนั้นเขาได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่ “ซ้ำ ๆ ซาก ๆ” ของหนังสือประจำปี โดยลงบทความสะท้อนปัญหาสังคม ประณามผู้เอารัดเอาเปรียบในสังคม ซึ่งรวมถึงรัฐบาลด้วย รวมทั้งชี้ให้เห็นค่านิยมอันไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้คนนับถือกันมานาน โดยบทความเหล่านั้น มีทั้งที่จิตรเขียนเอง ร่วมแก้ไข หรือเพื่อน ๆ คนอื่นเขียน. ผลก็คือ ระหว่างการพิมพ์หนังสือได้ถูกตำรวจสันติบาลอายัด และมีการ “สอบสวน” จิตรที่หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเหตุการณ์นั้น จิตรถูกกลุ่มนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ตั้งศาลเตี้ยจับ “โยนบก” ลงจากเวทีหอประชุม ทำให้จิตรได้รับบาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาลและพักรักษาตัวอยู่หลายวัน. ต่อมาทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษและมีมติให้จิตร ภูมิศักดิ์ถูกพักการเรียนเป็นเวลา 1 ปี คือในปี พ.ศ. 2497[1]ระหว่างถูกพักการเรียน จิตรได้ไปสอนวิชาภาษาไทยที่โรงเรียนอินทรศึกษา แต่สอนได้ไม่นาน ก็ถูกให้ออก เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีหัวก้าวหน้ามากเกินไป. จิตรจึงไปทำงานกับหนังสือพิมพ์ไทยใหม่ ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้เอง ที่จิตรได้สร้างสรรค์ผลงานการวิจารณ์ที่มีคุณค่าต่อวงวิชาการไทยหลายเรื่อง เช่น การวิจารณ์วรรณศิลป์ วิจารณ์หนังสือ วิจารณ์ภาพยนตร์ โดยใช้นามปากกา “บุ๊คแมน” และ “มูฟวี่แมน”เดือนตุลาคม พ.ศ. 2508 จิตรได้เดินทางสู่ชนบทภาคอีสาน เพื่อเข้าร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในนาม สหายปรีชาผลงานจิตรมีความสามารถในด้านภาษาศาสตร์อย่างมาก และยังมีความสามารถระดับสูงในด้านอื่น ๆ เช่น ประวัติศาสตร์ ถือว่าเป็นอัจฉริยะบุคคลของไทยคนหนึ่ง. ในด้านภาษาศาสตร์นั้น จิตรมีความเชี่ยวชาญในภาษาฝรั่งเศสภาษาบาลีภาษาสันสกฤตภาษาเขมร โดยเฉพาะภาษาเขมรนั้น จิตรมีความเชี่ยวชาญทั้งภาษาเขมรปัจจุบันและภาษาเขมรโบราณด้วย นอกจากนี้ จิตรได้เขียนพจนานุกรมภาษาละหุ (มูเซอ) โดยเรียนรู้กับชาวมูเซอขณะอยู่ในคุกลาดยาว. ในตอนแรก ชาวมูเซอไม่สามารถพูดภาษาไทยได้, จิตรเองก็ไม่สามารถพูดภาษามูเซอได้เช่นกัน. แต่ด้วยความสามารถ เขาสามารถเรียนรู้ระบบของภาษา และนำมาใช้ได้อย่างน่าอัศจรรย์.งานเขียนชิ้นเด่น· หนังสือ “ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาวและขอม และลักษณะทางสังคม ของชื่อชนชาติ” * · หนังสือ “โฉมหน้าศักดินาไทย” * · หนังสือ “ภาษาและนิรุกติศาสตร์” · หนังสือ “โองการแช่งน้ำ และ ข้อคิดใหม่ในประวัติศาสตร์ไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยา” · หนังสือ “ข้อเท็จจริงว่าด้วยชนชาติขอม” · เพลง “ภูพานปฏิวัติ” · เพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” · บทกวี “เธอคือหญิงรับจ้างแท้ใช่แม่คน” · บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ * ผลงานที่มี * ข้างท้าย หมายถึงถูกคัดเลือกให้อยู่ใน รายชื่อหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่านนามปากกานามปากกาของจิตรมีเป็นจำนวนมาก เช่น นาคราช1, ศูลภูวดล1, ศรีนาคร, ทีปกร, สมสมัย ศรีศูทรพรรณ1, ศิลป์ พิทักษ์ชน, สมชาย ปรีชาเจริญ, สุธรรม บุญรุ่ง, ขวัญนรา, สิทธิ ศรีสยาม1, กวีการเมือง, กวี ศรีสยาม, บุคแมน, มูฟวี่แมน (มูวี่แมน), ศิริศิลป์ อุดมทรรศน์1, จักร ภูมิสิทธิ์2หมายเหตุ: 1 หมายถึง ใช้เพียงครั้งเดียว, 2 เป็นคำผวนของชื่อ จิตร ภูมิศักดิ์
อีกหนึ่งในคณะที่เรียนมหาวิทยาลัยลาดยาวในรุ่นนั้นคือ "รพีพร" สุวัฒน์ วรดิลก ซึ่งก็เพิ่งถึงแก่กรรมเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ... พ่อและเพื่อนร่วมรุ่น ได้ไปเคารพศพ แล้วต่างก็ปรารถต่อกันและกันว่า "คนรุ่นเราค่อยๆ หมดแรงร่วงไปทีละคนๆ"
ยังคงติดค้างว่าจะเล่าเรื่องเมืองไทยปี 2500 อยู่เลย...
ร่วมไว้อาลัยจิตร ภูมิศักดิ์
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K5378590/K5378590.html
ร่วมไว้อาลัยด้วยค่ะ
ดิฉันเป็นศิษย์เก่า อักษรศาสตร์เหมือนกันค่ะ
ในวันที่ผมเรียนอยู่ผมชอบจิตร ภูมิศักดิ์ ในด้านที่เขากล้าที่จะนำความคิด และกล้าต้านระบบ
ในวันนี้ผมภูมิใจที่ จิตร ภูมิศักดิ์ คือคนที่ผู้คนมากมายพูดถึงเขา ในด้านของความสามารถและผลงานของเขา
รอบด้านครับอย่างที่คุณแผ่นดินว่า
ผมเคยไปทั้ง ปจันตคาม และวาริชภูมิและระลึกถึงเขา จิตร ภูมิศักดิ์ เช่นเดียวกับ ระลึกถึง สืบ นาคะเสถียร ที่ห้วยขาแข้ง
แล้วอย่าลืมระลึกถึง พี่น้องในวันที่ 17 พฤษภาคม 2535 นะครับ ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ การเมืองสมัยใหม่ของไทยเรา เป็นหนี้พวกเขาเหล่านั้นมากมาย จริง ๆ ครับ
จิตร ภูมิศักดิ ถูกยิงเสียชีวิต ณ ชายป่า หมู่บ้านหนองกุง ต.คำบ่อ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ข้อมูลจากสถานที่จริง ณ เวลาปัจจุบัน
http://hs4is.multiply.com/journal/item/12