แรงจูงใจในการเรียนทางด้านจิตวิทยาและประกอบอาชีพทางจิตวิทยา

         ช่วงชีวิตการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ  ในเทอมสุดท้ายของการเรียนชั้นปีที่4  ได้ออกไปฝึกสอนโรงเรียนมัธยมศึกษา  โดยสอนวิชาแนะแนว  ในการสอนเด็กนักเรียนม.2  เป็นนักเรียนชายล้วน  เด็กค่อนข้างที่จะเรียบร้อยและเรียนเก่ง   ทำให้การทำหน้าที่ครูฝึกสอนผ่านไปด้วยความเรียบร้อย  ทำให้ได้ประสบการณ์ในการเป็นครู  ไม่ใช่ว่าใครๆก็มาสอนได้ จะต้องเรียนทางวิชาชีพครูโดยตรง  ต้องเตรียมแผนการสอน ทบทวน ศึกษา  อดทน  ใจเย็น   ฝึกความเป็นครูในการถ่ายทอดความรู้  ความเข้าใจ ให้กับลูกศิษย์  เพื่อให้เด็กมีความรู้และความเข้าใจด้านเนื้อหา ความรู้ และข้อมูลชีวิตด้วย

           แสดงให้เห็นว่า คำว่า "ครู"  จะต้องใจรัก  มีทั้งศาสตร์และศิลป์   ไม่ใช่ว่าใครๆก็เป็นได้  ที่สำคัญจะต้องมีใจรัก มีความขยัน อดทน  เป็นแบบอย่างที่ดี   หลังจากออกจากห้องสอนแล้ว การเก็บงานต่อคือการให้คำปรึกษากับนักเรียนเป็นรายบุคคล ด้านการปรับตัว ขัดแย้งกับเพื่อน และการเรียน ซึ่งช่วงนี้เด็กวัยรุ่น จะมีความเป็นตัวเองสูง ต้องการความเป็นอิสระ มีปัญหาความรัก และอื่นๆ

           กระบวนการให้คำปรึกษา จะต้องสร้างสัมพันธภาพสามารถแสดงออกทั้งคำพูด กริยาท่าทาง  ทักษะการสื่อสารได้รับรู้ถึงความจริงใจ ใส่ใจ  ,การรวบรวมข้อมูล  จะต้องทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของผู้รับบริการทักษะในการสังเกต   การสะท้อนความรู้สึก  การกำหนดเป้าหมาย ที่สามารถเป็นไปได้และปฎิบัติได้ 

          การหาแนวทางแก้ไขปัญหา ผู้มารับบริการต้องให้ความร่วมมือในการหาแนวทางออกของปัญหา  และการนำผลไปใช้โดยทั่วไป คือหลังจากรู้ทางออกของปัญหาแล้ว จะต้องดำรงชีวิตตนเองในทางที่เหมาะสม เป็นการช่วยเขาให้เขาช่วยตัวของเขาเองได้  และสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างปกติสุข

            ในแต่ละวันของการฝึกประสบการณ์ชีวิต  จะต้องสรุปรายงาน และรายงานผลให้พี่เลี้ยงงานทราบ เพื่อที่จะต้องปรับปรุงตนเองในการทำงานในวันต่อไป