ธรรมะที่จะทำให้หลุดพ้นไม่ได้อยู่ที่วัดหรือที่ไหนๆ แต่อยู่ใน"ตัวเราเอง"นี่แหละ

ความจริงสมัครเป็นสมาชิกชาวบล็อกตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่รอที่ทำงานเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ให้ จนวันนี้นับเป็นฤกษ์ดีจริงๆที่ได้รับความกรุณาจากที่ทำงานมีคอมพ์ที่ไว้ใจได้มาใช้งานซะที

ต้องขอบคุณ อ.กมลวัลย์ที่เป็นกองหน้าพาเข้ามาท่องอาณาจักรชาวบล็อก คอยให้คำแนะนำวิธีสมัคร วิธีใช้ วิธีบันทึกต่างๆนาๆ

 ปัจจุบันงานหลักคือการสอนหนังสือ(วิศวฯ) โดยพยามยามสอดแทรกความรู้ทางพุทธศาสตร์เข้าไปด้วย วันเสาร์-อาทิตย์โชคดีมีโอกาสสอนระดับปริญญาโทที่ศูนย์การเรียนตามต่างจังหวัด แต่ละภาคการศึกษาก็จะเปลี่ยนจังหวัดไปเรื่อยๆ ลูกศิษย์จะเป็นพวกอาจารย์วิทยาลัยเทคนิคทั่วประเทศ การค่อยๆสอดแทรกความรู้ธรรมะเข้าไปในเนื้อหาทำให้เกิดรสชาดในการสอนมาก เนื่องจากผู้เรียนส่วนใหญ่จะเป็นอาจารย์ระดับบริหาร มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน แต่ละศูนย์การเรียนที่ไป ทุกครั้งจะมีลูกศิษย์อยู่กลุ่มหนึ่งที่หันมาปฏิบัติธรรมกันอย่างจริงจัง พาไปสนทนาธรรมกับหลวงปู่-หลวงพ่อที่มีชื่อในท้องถิ่นนั้นๆ นอกจากนี้ยังพากันไปนั่งสมาธิตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในจังหวัดนั้นๆอีกด้วย

เคยมีลูกศิษย์คนหนึ่งเคยบวชเรียนได้เปรียญธรรม ๓ ประโยคแล้วลาสิกขาบทออกมาศึกษาต่อทางโลกมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยเล่าให้ฟังว่าตัวเองบวชตั้งแต่เด็กอยู่ในสังคมวัดมานานเห็นอะไรๆที่ไม่ค่อยดีมาเยอะ พอลาสิขาบทออกมาเลยไม่เข้าวัดอีกเลย หลังจากที่ได้พูดคุยกัน ก็สามารถเปลี่ยนทัศนคติของเขาได้

ธรรมะคือธรรมชาติ ทุกหนทุกแห่งล้วนเป็นธรรมะ สิ่งที่เกิดขึ้นทุกขณะเวลาเป็นเพียง"สภาวธรรม" ธรรมะที่จะทำให้หลุดพ้นไม่ได้อยู่ที่วัดหรือที่ไหนๆ แต่อยู่ใน"ตัวเราเอง"นี่แหละ