แม่เดินไม่ได้ แม้จะกระเถิบไปได้เอง แต่เรากลัวเสียเวลา เลยอุ้มเสียเลย

  27-28 เมย. 50 ขับรถกลับไปเยี่ยมบ้านที่ไชยา  ตอนแรกว่าจะออกเช้ามืด วันที่ 26 แต่ ประมาณตีหนึ่ง คืน 25 เพื่อนร่วมทางคือ อ.ชัยรัตน์  กันตะวงษ์ บอกว่าไปเลยดีกว่า เลยตัดสินใจออกเดินทางราวตีสอง ถึงหัวหินก็เช้าแล้ว  ตาทำท่าจะปิด ขับรถหาทางออกชายทะเลเพื่องีบเอาแรง  หลงๆ วนๆ ไปจนออกเขาตะเกียบ  ไปเพลินถ่ายรูปอยู่พักใหญ่  ก่อนกลับลงจากวัด ไปหาที่งีบที่ชายหาด  หลังได้งีบสักครึ่งชั่วโมงก็เดินทางต่อ .. บ่ายแก่ๆถึงไชยา แวะบ้านน้า นำสมบัติของหลานที่อาสาขนไปให้ ไปส่ง ประกอบด้วยคอมพิงเตอร์ จอ และหนังสืออีกหลายมัด  ก่อนที่จะเดินทางต่อไปส่งเพื่อนและนอนค้างที่ราชภัฏสุราษฏร์ โดยยังไม่ได้แวะบ้านตัวเอง  แล้วก็มีเหตุให้ต้องค้างที่นั่นต่ออีกคืน  ก่อนยกทีมอันประกอบด้วย อ.ชัยรัตน์ อ.ดร.นิตยา และเพื่อนชาว Canada คุณ Lutz Streitel ไปไชยาและค้างคืนด้วยกัน 1 คืน ก่อนกลับ กทม.ในเช้าวันรุ่งขึ้นคือ 28 เมย. 50

    ดีใจที่ได้กลับไปเยี่ยมแม่ซึ่งมีอายุ 96 ปีแล้ว และเป็นครั้งแรกที่ได้อุ้มแม่ เข้าห้องน้ำ เหตุเพราะห้องน้ำของแม่มี คุณ Lutz Streitel  เข้าไปอาบน้ำอยู่  จึงต้องให้ไปแม่ใช้ห้องน้ำอื่นในห้องติดกันแทน แม่เดินไม่ได้ แม้จะกระเถิบไปได้เอง แต่เรากลัวเสียเวลา เลยอุ้มเสียเลย
    ตอนลากลับ เราคุยเรื่องความตายกับแม่อย่างสนุกสนาน มีเสียงหัวเราะปนอยู่ด้วยตลอดเวลา  หน้าตาแม่สดใสมาก  เรายังบอกว่าอย่างน้อยขอสัก 100 ปีนะ  แม่บอกว่าน่าจะพอแล้ว แต่ใจเรายังรู้สึก ไม่ยอม
    แท้จริงแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย .. หากพรุ่งนี้มีโทรศัพท์บอกมาว่า แม่ไปแล้ว .. เราจะต้องพร้อมรับเหตุการณ์ด้วยสติ ต้องนำคาถา "เช่นนั้นเอง" มาใช้ให้ได้
   ทำเป็นพูดดีไป .. จะมีพรุ่งนี้ให้เรารับโทรศัพท์หรือไม่ ยังไม่รู้เลย  เพราะเรื่องความตาย ใช่ว่า ใครมาก่อน ต้องไปก่อนก็หาแน่นอนไม่ .. สาธุชนจึงควรใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เป็นดีที่สุดแล.

       รอหน่อยเดี๋ยวจะมีรูปมาอวดครับ ...