เมื่อวานผมตั้งใจลงคลินิกครั้งเดียว ก่อนที่ผมจะกลับมาอีกครั้งหลังจากสะสางวิทยานิพนธ์และคิดระบบวิจัยทางคลินิกเพิ่มเติมครับ
ผมได้ให้คำปรึกษาและการประเมินกิจกรรมบำบัดจิตสังคม แก่เด็กนักเรียนชายอายุประมาณ12-14 ปี ปัญหาที่ได้ข้อมูลจากผู้ปกครองและครูคือ ดื้อ ไม่สนใจเรียน คุยเล่นกับเพื่อนได้บางคน นั่งเล่นคอม ดูทีวี ไม่รู้จักคิดและดูแลตนเอง ต้องให้ผู้ปกครองช่วยเหลือตลอดเวลา ไม่รู้ว่าตนเองชอบกิจกรรมยามว่างอะไร โกรธง่าย พูดจาไม่น่ารัก ฯลฯ
พ่อแม่ของน้องสองคนนี้ ปรึกษาว่าลูกชายของเค้าป่วยทางจิตหรือไม่ ทั้งๆที่เคยนำเด็กไปปรึกษาจิตแพทย์แล้วได้คำตอบแล้วว่า ไม่มีอาการทางจิต
ผมเลยเข้าหาเด็กแต่ละคนแล้วลองพูดคุยผ่านกิจกรรมที่เค้าอยากทำ ก็ยอมรับว่าใช้เวลาพอสมควร บางครั้งเด็กบอกว่า "ไม่รู้ ไม่ทำ ไม่ชอบ" แล้ววิ่งไปวิ่งมาโดยไม่มีเหตุผล แต่สังเกตได้ว่า เด็กไม่มีความคิดหรือประสบการณ์ในการทำกิจกรรมการเล่น หรือ ไม่มีการรับรู้ถึงกิจกรรมที่มีความหมายแก่ชีวิตในวัยนักเรียน ทั้งๆที่เด็กทั้งสองคนนี้มีความสามารถในการทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเรียนรู้ได้ดีทีเดียวเมื่อได้ลองทำกิจกรรมที่ผมลองจัดให้ เช่น วาดภาพ ระบายสี เล่นเกมส์ ที่ทุกๆกิจกรรมต้องค่อยๆ พูดคุยและชักจูงให้น้องเค้าค่อยๆ สนใจและเกิดแรงจูงใจในการเข้าหาความมีคุณค่าของกิจกรรมเอง
ต้นเหตุสำคัญนี้เอง ที่ผมขอเรียกว่า ปม (complex) ที่เด็กเหล่านี้ขาดการเรียนรู้มาตั้งแต่ช่วงวัยเข้าใจความหมายของการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต ประมาณช่วงขวบปีแรก
ตัวอย่างเช่น พ่อแม่ช่วยเหลือลูกมากจนเกินไป ไม่มีการพูดคุยหรือปล่อยให้ลูกได้ "คิดเองก่อนทำเอง" และ "ทำผิดเองต้องหัดแก้ไขเอง" และ "อยากทำเองแต่ต้องลองทำเอง" ทำให้ลูกขาด "กระบวนการฝึกฝนตนเองให้ได้คิดและทำจนเห็นความหมายและคุณค่าของกิจกรรมนั่นในเวลาที่ไม่นานนัก" เป็นพัฒนาการที่เด็กทุกคนควรได้รับการส่งเสริม "ทักษะและโอกาส" จากคุณพ่อคุณแม่ครับ กระบวนการดังกล่าวเราเรียกว่า "Self-actualization" ลองศึกษาที่มาที่ไปเพิ่มเติมจากhttp://en.wikipedia.org/wiki/Self_actualization
นอกจากนี้ หากผู้ปกครองท่านใดอยากเรียนรู้ปัญหาพฤติกรรมต่อการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของลูกของคุณ ลองคลิกอ่านที่ http://www.guidancechannel.com/default.aspx?M=Ch&cat=17
เห็นด้วยค่ะ โดยเฉพาะพ่อ-แม่ ผู้ปกครองที่ “เลี้ยงลูกด้วยทีวี” สังเกตลูกเพื่อนจะ 3 ขวบแล้วยังมีพัฒนาการช้า กลัวคนที่เสียงดัง (แต่เปิดทีวีเสียงดังได้) ตัวอ้วน (น้ำหนักมากเกินเกณฑ์) สงสารเด็กค่ะ
เขียนแนวนี้อีกนะคะ..มีประโยชน์ต่ออาชีพครูมากค่ะ...
จะได้นำไปแก้ไขพฤติกรรมต่อไป..เพราะเจอบ่อยเหมือนกันค่ะ..
ขอบคุณค่ะ
จริงๆๆนะผมเป็นเด็กแล้วไม่พอใจเลย พอมาอ่านเรื่องนี้ คนที่เขียนเรื่องนี้ ยังสรุปไม่แน่ชัดเลย เหอๆๆๆ
นั่นสิครับ พี่ใหญ่
ขอบคุณครับคุณทีน่าและคุณครูแอ๊ว สำหรับคำแนะนำ และต้องขอโทษคุณเสี่ยวจุนจือและคุณเสี่ยวก๋วยจื๋อ ที่อาจสรุปบันทึกนี้ไม่ชัดเจน เพราะต้องขอติดตามดู Case นี้ไปอีกซักระยะหนึ่งจึงจะเข้าใจ "การปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมสำหรับกรณีศึกษานี้ครับ"
ขอบคุณอาจารย์คุณนายดอกเตอร์ครับ