ความสุขของคนอยู่ตรงไหน? เป็นคำถามที่ยังหาคำตอบแน่ชัดไม่ได้ ซึ่งมีนักวิจัยพยายามสำรวจดัชนีความสุขในพื้นที่ของแต่ละแห่งก็พบว่าแตกต่างกัน ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจมาแลกเปลี่ยนกัน เช่น
H.Cantrill ได้สำรวจทัศนคติของคนอเมริกัน ว่าความสุขความสุขของคนอเมริกันได้แก่อะไร ก็พบว่า เศรษฐกิจ (ร้อยละ 65) สุขภาพ(ร้อยละ 48) ครอบครัว(ร้อยละ47) ค่านิยมส่วนบุคคล(ร้อยละ 20) สถานะทางสังคม(ร้อยละ 11) การมีงานทำ(ร้อยละ 10)
นี่คือโลกของทุนนิยม ซึ่งจะเห็นว่า เรื่องเศรษฐกิจมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ที่น่าสนใจคือ เรื่องสุขภาพและครอบครัว คนอเมริกันให้ความสำคัญเป็นอันดับสองใกล้เคียงกัน ที่น่าสังเกตคือเรื่องสถานะทางสังคม คนอเมริกันให้ความสนใจน้อยมาก ผมเลยไม่แน่ใจว่าถ้ามาสำรวจในประเทศไทยเรื่องนี้จะแซงหน้าเรื่องเศรษฐกิจหรือเปล่า เพราะคนไทยเราสนใจเรื่องเปลือกนอก เรื่องฟอร์ม เป็นเรื่องใหญ่
หันมาดูประเทศภูฏาน ที่กษัตริย์ของเขาเคยให้สัมภาษณ์นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ก็ได้รับคำตอบว่า ประเทศภูฏานไม่สนใจที่จะตั้งเป้าหมาย GDP แต่สนใจที่จะทำให้ประชาชนของภูฏานมีความสุข และมีความใส่ใจเป้าหมาย GDH (Gross Domestic Happiness)มากกว่า
ช่วง 30 ปีเศษที่ผ่านมาวงการเศรษฐศาสตร์ได้ค้นพบว่า รายได้กับความสุขไม่ได้สัมพันธ์กันแบบเส้นตรง ไม่ใช่ว่ารายได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แล้วความสุขของคนจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตามไปด้วย
แล้วความสุขของชาวพุทธเป็นอย่างไรครับ...
ความสุขของคนอยู่ตรงไหน?
รายได้กับความสุขไม่ได้สัมพันธ์กันแบบเส้นตรง ไม่ใช่ว่ารายได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แล้วความสุขของคนจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตามไปด้วย
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ดอกแก้ว · 2 พ.ค. 2550
ศาสตราจารย์นายแพทย์ ศิริเกษม ศิริลักษณ์ · 2 พ.ค. 2550
ใบบุญ · 2 พ.ค. 2550
อ้อ · 2 พ.ค. 2550
Handy · 2 พ.ค. 2550
ความสุขของคนอยู่ตรงไหน? ความสุขอยู่ที่จิตบอกว่าสุขหรือทุกข์
ท่านอาจารย์ธเนศค่ะ
ในที่สุดก็อยู่ที่จิตของตนเอง จะปล่อยวางไม่ยึดติด หรือจะปรุงแต่งให้เกิดกิเลส แล้วหาทุกข์ให้ตัวเอง ก็อยู่ที่จิตเรานี่เองเนาะ
ความสุขอยู่ที่ใจ จะทุกข์ก็อยู่ที่ใจเช่นเดียวกัน
ผมมีความสุขแล้วที่มี อ.ราณี และ อ.ขจิต มาเป็นเพื่อนคุยรอบดึก
บ้านเราค่านิยมเรื่องวัตถุเป็นเอามากจริงๆ แก้ยากจริงด้วย ตัวแบบจากผู้ใหญ่ที่จะเปลี่ยนค่านิยมนี้มีน้อยจัง และยังเห่อเรื่อง “อำนาจ”ด้วย เดี๋ยวนี้คำว่า “นาย” ใช้กันเกร่อทุกวงการ นึกถึงคำกล่าวของเคอเรนสกี้ ที่บอกว่า “อำนาจ อภิสิทธิ์ ความร่ำรวย” เป็นของคู่กัน ถ้าใครมีตัวใดตัวหนึ่งก็จะแสวงให้ได้มาจนครบทั้ง 3 ตัว ใครไม่มีตัวใดตัวหนึ่งก็จะไม่มีตัวอื่นตามด้วย นี่แหละคือช่องว่างในสังคมละครับ