คำว่า เพื่อน นั้นมีความสำคัญในชีวิตของฉันมากๆ แต่ในบางเวลา คำๆนี้ก้อทำให้เรารู้สึกเสียใจ อิมมีเพื่อนมากมาย แต่เพื่อนที่จะมาอยู่ในตำแหน่งเพื่อนสนิทได้นั้น ก้อแบ่งเป็นสองระดับอีกเช่นกัน คือ สนิทมาก และสนิทเฉยๆ อะเริ่มเลยละกัน อิมเริ่มรู้จักคำว่าเพื่อนตั้งกะพูดได้ แต่มีอยู่ที่นึงไม่มีเพื่อน นั่นคือที่บ้าน เพราะมีแต่ พ่อ แม่ พี่ น้อง ไม่มีเพื่อนนะตัวเอง(แฮ่ๆๆ) พอมาเรียนหนังสือสมัยประถม เพื่อนก้อเริ่มหลังไหลมาให้รู้จัก ไม่รู้ว่าในตัวเรามีแม่เหล็กรึป่าวหว่า ใครๆก้ออยากมาเป็นเพื่อน ไม่ได้โม้นะคะ (ตามจริงโดนตีสนิทโดยไม่รู้ตัวเพราะปู่ ลุง และพ่อของอิมเป็นครูแล้วดุอย่าบอกใครเพื่อนเลยคิดว่าสนิทกะมันไว้จะได้ไม่โดนครูดุ หารู้ไม่ว่าเพื่อนเอ๊ย ฉันยังเอาตัวไม่รอดเลย)เมื่อจบประถม อิมต้องระเห็ดไปอยู่กะตาและยาย(ปัจจุบันไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้แล้วคิดดูซิว่ามันนานแค่ไหน)เพื่อนเยอะกว่าเดิม แต่ก้อเริ่มมีเพื่อนสนิทเฉยๆ แล้วนะ แบบว่ายังไม่ร้องไห้ตอนที่เรียนจบ (ยังซึ้งไม่พออ่ะ)แต่จะบอกว่าตอนนี้ไม่รู้มันหายไปทางไหนกันหมด ติดต่อใครไม่ได้เลย อืมมีอยู่คนนึงอยู่คนละห้องกัน แต่เราได้เจอเพื่อนคนนี้บ่อยมากๆ (กลายมาเป็นพ่อของหลานอิมอ่ะ5555)หลังจากอาจารย์ไล่ออกจากโรงเรียนระดับ มัธยมต้น ก้ออยากสอบเข้าเรียนในกรุงเทพ (เสียใจด้วยนะสอบไม่ติด)เลยต้องกลับมาอยู่บ้านนอกเหมือนเดิม แต่พอมาสอบรอบสองอิมสอบได้ที่หนึ่งนะเฟ้ย(เป็นไปได้ไงหว่า)เพื่อนสนิทมากเริ่มต่อแถวกันเข้ามาเยอะแยะมากมายนับได้ 12 คนพอดี ผู้ชายล้วนๆ ตอนนี้มันก้อยังโทรมาแกล้งอิมอยู่ (บ้าจริงไม่มีใครกล้าจีบอิมเลยจะบอกให้)มันเอาไว้แกล้งเฉยๆ แถมยังบอกว่าถ้าจีบแล้วจะแกล้งไม่ได้ แต่คำว่าเพื่อนเนี่ยมันช่างถาวรจริงๆ นะ ที่กล่าวมานั้นยังไม่รวมเพื่อนที่อยู่ในหอเดียวกะอิมอีกนะ อยู่คนละสถาบันแต่เราก้อเป็นเพื่อนกันได้ อีกอย่างนึงถึงอายุจะแตกต่างกันเราก้อเป็นเพื่อนกันได้เช่นกัน ป่านนี้เราก้อยังติดต่อกันอยู่นะ โดยเฉพาะนายสิบสองยังโทรมาถามข่าวคราวอยู่เรื่อยๆ คำถามยอดฮิตที่พวกมันถามก้อคือ “เมื่อไรจะลงจากคานซะที”เบื่อคำถามนี้มากๆ คำตอบที่ให้พวกมันไปคือ เริ่มเก็บตังค์ได้แล้วถึงเวลาเมื่อไรจะได้มีเงินใส่ซองเยอะๆไง (รอดตัวเพราะพวกมันไม่ค่อยลงทุนกันเท่าไรร๊อก)เมื่อยแล้ว เรื่องนี้พอแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวจะเขียนใหม่หลังจากส่งงานอาจารย์ก่อนนะ แล้วกลับมาอ่านใหม่นะยังมีเรื่องที่สนุกให้น่าติดตามอีกมากมาย (โฆษณานะเนี่ย คงไม่เสียตังค์มั๊ง ไปละนะ)
เพื่อนอิม
เพื่อนเอ้ย
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
น้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ · 29 เม.ย. 2550
นาง พันดา เลิศปัญญา · 29 เม.ย. 2550
paew · 29 เม.ย. 2550
นายสายลม อักษรสุนทรีย์ · 29 เม.ย. 2550
TAFS · 29 เม.ย. 2550
สวัสดีครับ ผมก็เป็นเพื่อนคุณอีกคนคงจำได้ เราไม่ได้พบกันนานมาก ผมยังคิดถึงคุณอยู่เสมอ ไม่กล้าติดต่อคุณมากนัก ผมแอบชอบคุณตอนอยู่ ม.3 แต่ไม่มีโอกาสบอกเลย ผมว่าจะเก็บเอาไว้ตลอดชีวิต แต่วันนี้ผมบอกออกไปแล้ว มันอาจไร้ค่าควรจำก็ได้ แต่ผมกลัวจะจำไม่ได้หากผมแก่ไปกว่านี้ บอกคุณวันนี้จะดีกว่า
ผมสบายดีและอยู่ใกล้ ๆคุณตลอดเวลา
มั่วก้อเป็นด้วยคนเรา เราไม่เคยมีเพื่อนชื่อนี้อ่ะตอนม.3 คุณคงจะจำผิดละม้างงงงงงงงงงง
หะ หะ เดี๋ยวจะลองคิดดูใหม่อีกที แล้วสบายดีนะครับ งานคงผ่านฉลุย
- หุ หุ หุ อยู่ใกล้แต่ไม่ได้หมายความว่าเขียนไม่ได้
- บังเอิญว่ามีข้อความดี ๆ ที่อยากแชร์
มีคนบอกว่า..."กระจกที่ดีที่สุด คือ เพื่อนเก่าที่เราคบหากันมานาน"
"เพื่อน คือ มิตรภาพที่ทวีคูณและคือผู้ที่แบ่งปันความโศรกเศร้า"
"เพื่อน คือ ใครสักคนที่เดินเข้ามาหาเราเมื่อโลกทั้งโลกจากเราไป"
และสุดท้าย "ไม่มีใครไร้ค่า ถ้าหากว่าเขายังมีเพื่อน"
ปล.ว่าง ๆ จะแวะมาทักอีกนะ
ครับผม
นิยามของคำว่าเพื่อนในทัศนคติของผม
"เพื่อน" หมายถึง สิ่งต่อไปนี้ 3 ประการครับ
พ. หมายถึง เพื่อนที่ทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษา คอยดูแลเป็นห่วงกัน ช่วยเหลือยามมีปัญหา ดีใจเมื่อประสบความสำเร็จหรือพบกับความหวัง ให้กำลังใจทุกเมื่อ
อ. หมายถึง เพื่อนที่คอยให้เราใช้งานอยู่สม่ำเสมอโดยไม่คิดสิ่งตอบแทน บางครั้งมาขอรับอาสาเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่ใช่การดูถูกเหยียดหยาม ต่างฝ่ายต่างพอใจในการกระทำ
น. หมายถึง เพื่อนที่คอยกระตุ้นเตือนหรือคอยชี้แนะ ชักชวนให้กระตือรือล้น ไม่ให้ปล่อยเวลาสิ้นเปลืองไปโดยเปล่าประโยชน์ ชักนำไปสู่ความสำเร็จ
หมายเหตุ ที่กล่าวมาคือนิยามของเพื่อนที่ดีนะครับ
ที่มา
พ. พ.พาน เปรียบเสมือนผู้หลักผู้ใหญ่หรือผู้มีอุปการะคุณ
อ. อ.อ่าง เปรียบเสมือนสิ่งของที่ไว้ใช้งาน หรือสำหรับหล่อเลี้ยงชีวิต
น. น.หนู เปรียบเสมือนความขวักไขว่ในสิ่งที่ดีที่ควร ที่นำพาไปสู่ความสำเร็จ
ขอบคุณครับ