ที่แปลกก็คือ หลายชุมชนไม่ยอมคอย พอศึกษาดูงานเสร็จก็จัดตั้งตลาดชุมชนกันเองก่อนเลย(ร้อนวิชา) ซึ่งยากมากที่จะมีกิจกรรมอะไรจะเกิดปรากฏการณ์อย่างนี้ขึ้น ??

คณะทำงานของสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ออกทำการสรุปบทเรียน (Lesson Learn) เรื่องตลาดชุมชนโดยการออกไปตระเวนพบปะพูดคุยกับคณะกรรมการตลาดชุมชน แม่ค้า และผู้ซื้อตลอดจนชาวบ้านทั่วไปในชุมชนนั้นๆแล้วสรุปมาว่า ชาวบ้านเห็นว่าตลาดชุมชนก่อให้เกิดผลดังนี้  

  • เป็นตลาดที่ช่วยรองรับผลผลิตที่เหลือกินภายในครอบครัว
  • เป็นตลาดที่ช่วยป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าภายนอก
  • เกิดการกระตุ้นให้มีการวางแผนการผลิตและเน้นให้มีอาหารปลอดภัยมาขายในชุมชน
  • ช่วยคนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และลดรายจ่าย
  • เกิดการหมุนเวียนเงินขึ้นในชุมชน  

แต่การทำกิจกรรมอะไรก็ตามไม่ใช่ว่าจะราบรื่น ล้วนมีอุปสรรค ก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการและแม่ค้าในตลาดชุมชนทราบและแลกเปลี่ยนกันเพื่อหาทางแก้ไขปัญหากันต่อไป เช่น  

อาหารพื้นบ้าน

ทุกหมู่บ้านย่อมมีร้านค้าเอกชนอยู่แล้ว มีมากมีน้อยก็แล้วแต่ชุมชน  แต่เป็นที่ตรงกันในการสังเกตว่า ชุมชนที่เป็นชนเผ่าผู้ไทยนั้นจะมีร้านค้ามากกว่าชุมชนที่เป็นชนเผ่าอื่นๆ โดยเฉพาะชนเผ่าไทโซ่ ค้าขายไม่เป็นเลย   การมีตลาดชุมชนเกิดขึ้นย่อมที่จะเป็นคู่แข่งโดยปริยายกับร้านค้าของเอกชน โดยเฉพาะที่ขายของสดด้วย แรกๆก็เล่นเอามองหน้ากันไม่ติดเหมือนกัน  แต่เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งก็เป็นที่รับได้ เพราะว่าตลาดชุมชนส่วนใหญ่เปิดเฉพาะวันและเวลา เช่น เปิด 1-3 วันต่อสัปดาห์ เฉพาะเวลาบ่ายถึงค่ำเท่านั้น แล้วแต่ชุมชนจะตกลงกันเอง ยกเว้นบางชุมชนที่ตกลงว่าเปิดทุกวัน แต่ไม่เต็มวันดังกล่าว 

ที่มาแรงแซงทางโค้งเห็นจะเป็น "กลุ่มรถพุ่มพวง" บางท่านไม่รู้จักใคร่แนะนำว่า รถพุ่มพวงคือ ชาวบ้านที่ยึดอาชีพพ่อค้าแบบ delivery โดยเอารถมอเตอร์ไซด์มาดัดแปลงเบาะหลังเป็นภาชนะบรรจุสินค้า บางทีก็มีแป้นไม้ตอกตะปูแล้วแขวนถุงพลาสติกที่ใส่อาหารเต็มหลังรถ วิ่งไปเอาสินค้าต่างๆจากตลาดตอนตี 4-5 แล้ววิ่งเข้าหมู่บ้านตามเส้นทางที่เขาแบ่งสายกันเอง ที่เป็น delivery เพราะ เข้าถึงหัวบันไดบ้านเลย สั่งสินค้าได้ ว่าพรุ่งนี้จะเอาอะไรเท่าไหร่ บริการให้เสร็จ ชาวบ้านผู้บริโภคที่ไม่คิดอะไรก็ชอบแบบนี้เพราะไม่ต้องไปเดินซื้อของเอง เมื่อถึงเวลารถพุ่มพวงก็มาส่งสินค้าตามต้องการ ผู้เขียนว่า บริการ 1112 สู้ไม่ได้นะครับ  เคยสอบถามเขาได้กำไรวันละ 500-700 บาทสุทธิ แต่รถพุ่มพวงไม่มีทุกหมู่บ้าน ส่วนใหญ่จะอยู่ในจังหวัดขอนแก่นกับมหาสารคาม 

"ตลาดนัดพิเศษที่เรียกคาราวาน" เป็นกลุ่มที่ไม่ใช่คนท้องถิ่นมาจากทุกสารทิศ จะมีกลุ่มของเขาที่มีรถปิคอัพ ตั้งแต่ 5-15 คันโดยประมาณ เอาสินค้าทุกชนิดจากโรงงาน หรือไปเหมาถูกๆมาจากห้างใหญ่ ส่วนมากเป็นของใช้ทุกอย่างที่ครัวเรือนต้องการ เร่ไปจัดตลาดนัดเรื่อยไปตามจุดที่เขามาสำรวจและตกลงกับผู้นำชุมชนไว้แล้ว ซึ่งชาวบ้านก็จะมาจับจ่ายกันเป็นจำนวนมาก นี่แหละที่เป็นจุดเงินไหลออกจากชุมชนทุกสัปดาห์จำนวนมากทีเดียว  

ตลาดชุมชนก็ไม่ได้แทนที่การตลาดดังกล่าวทั้งหมด แต่เน้นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวมาแล้วในตอนแรก ซึ่งมีหลักการเพื่อชุมชนมากกว่าตลาดแบบอื่นๆ  จึงเป็นเรื่องที่ต้องประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับชาวบ้านทั้งหมดและใกล้เคียงให้เห็นประโยชน์แก่ชุมชนดังกล่าว  เห็นไหมละครับว่าไม่มีอะไรง่ายดาย แต่หากหลักการดีเพื่อประโยชน์ชาวบ้าน ชุมชน ชาวบ้านยอมรับ ชาวบ้านย่อมสนับสนุนและเข้าร่วมมือด้วย   

กว่าจะจัดตั้งตลาดชุมชนแต่ละแห่งขึ้นมาได้นั้นต้องผ่านขั้นตอนการศึกษาชุมชน การศึกษาดูงาน การฝึกอบรม การประชุมเตรียมความคิดกับชุมชน เพื่อทุกอย่างพร้อมจึงเริ่ม   

ที่แปลกก็คือ หลายชุมชนไม่ยอมคอย พอศึกษาดูงานเสร็จก็จัดตั้งตลาดชุมชนกันเองก่อนเลย(ร้อนวิชา)  ซึ่งยากมากที่จะมีกิจกรรมอะไรจะเกิดปรากฏการณ์อย่างนี้ขึ้น ??