ชมรมเบาหวาน ตำบลสมอแข

วันนี้จะมาพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงชมรมเบาหวานใน เขต อ.เมือง พิษณุโลก เรามีชมรมเบาหวาน 11 ชมรม กิจกรรมก็มีความแตกต่าง แต่เราเน้นการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง การแก้ปัญหา  ทำให้มุมมองการดูแลตนเองเป็นการเน้นการพัฒนาศักยภาพให้ผู้ป่วยพึ่งตนเองได้ ภายใต้การช่วยเหลือและควบคุมของทีม  การนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น การสร้างสุขภาพในชุมชน  โดยเน้นความยั่งยืนของชุมชน และความคงอยู่ของชุมชน โดยชุมชนเอง บทบาทการนำสุขภาพจึงพยายามสนับสนุน ให้ชุมชนเกิดแนวคิด และแนวทางการสร้างสุขภาพ เกิดการเรียนรู้ และการพัฒนาชุมชนเอง โดยโรงพยาบาลพยายามส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การพัฒนาศักยภาพของผู้นำด้านสุขภาพ สู่การเป็นผู้นำชุมชน ซึ่งผลสำเร็จที่ผ่านมาในระยะเวลาหนึ่ง  โรงพยาบาลก็ปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้สนับสนุน ผู้ให้มุมมอง ผู้วิเคราะห์ ผู้ประเมิน ผู้สะท้อน สุขภาพของประชาชน สร้างการร่วมคิด ร่วมทำ ในปัญหาสุขภาพ

ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยาก  4 ปี แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่อยๆซึมซับเข้ามาในตัวเราและงานอย่างไม่รู้ตัว  จนวันนี้ได้มาทบทวน มองดูตัวเอง มองดูสิ่งที่ผ่านมา เข้าใจความเป็นกัลยาณมิตร เข้าใจคำว่าเพื่อน และคิดว่าการทำงานต้องเปิดใจให้กว้าง

กลับมาพูดถึง ชมรมเบาหวานสมอแข   สมาชิกชมรมมีประมาณ 100 กว่าคน เป็นสมาชิกที่เข็มแข็ง รวมตัวและจัดกิจกรรมโดยใช้สถานที่ที่ PCU สมอแข เป็นประจำทุกเดือน

จุดเริ่มต้นของชมรม  จากการคัดกรองโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ปี 2545 ทำให้เกิดการรวมตัวของคนทีป่วย รู้สึกเป็นพวกเดียวกัน มีอะไรดีก็อยากนำมาเล่าสู่กันฟัง  คนที่คุมได้ดี อยากบอกเรื่องราวดีๆให้เพื่อนฟัง  คนที่คุมไม่ได้ ก็อยากได้กำลังใจจากคนหัวอกเดียวกัน  แต่ก็มีข้อแม้อีกว่า ถ้าไปรวมตัวกันที่อื่น  เดี๋ยวจะได้คำแนะนำที่นอกลู่นอกทาง  ประมาณยาหมอ ยาไห ยาลูกกลอน น้ำมนต์ เป็นของแถม เลยตกลงปลงใจใช้สถานที่ PCU ให้ดูขลังๆหน่อย อะไรประมาณนั้น

 หลักการในการสนับสนุนของเรา คือ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน Strengthen - Empowerment  สร้างกระแส - การยอมรับ (นโยบายสาธารณะ) Public Policy

กลวิธี      สนับสนุนให้ทำเองได้ Enable

                มีคนกลาง เจ้าภาพ Mediate

                Advocate ทำความเข้าใจผู้นำ

เดือน มีนาคม กิจกรรมยังมีอยู่เช่นเดิม อ้อลงไปร่วมกิจกรรมตามคำขอ สมาชิกอยากได้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องอาหารหลังจากแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มแล้ว ไม่สมใจ   โอ้โห.. คุณขอมาเราไปทันที  ก็ด้วยให้ในสิ่งที่เค้าอยากได้เป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ  และก็ไม่ผิดหวัง ประเมินผล ไม่มีคนหลับ 

กิจกรรมวันนั้นเริ่มด้วย

  1. สมาชิกเจาะเลือด วัดความดัน และ กระซิบถามกัน ของใครเท่าไหร่ เริ่มแลกเปลี่ยนใครไปทำอะไรมา กินอะไรมา ทะเลาะกับลูกนอนไม่หลับบ้าง แอบกินมะม่วงสุก 2 ลูกเอง (มั่นใจมากว่ากินถูก) เสียงอื้ออึง

  2. ผู้นำกลุ่มก็ดี ท่าทางจะเป็นมรรคทายกเก่า นำสวดมนต์ ต่อด้วยเทศ 1 ยก ประมาณว่าให้ปลงๆกับชีวิต อย่าไปอยาก(กิน)มาก  รูป รส กลิ่น เสียง ปลงให้หมด

  3. ต่อจากนั้นก็เป็นเวลาของอ้อ ในเรื่อง อาหาร โดยการให้สมาชิกคำนวณ แคลอรี่เป็นรายคน ได้เท่าไหร่ก็ แจก สัดส่วนอาหารตามที่คำนวณได้  หลายคนมองๆตัวเลขในกระดาษแล้วงง งง

-         ด้วยความที่เป็นพื้นที่ห่างเมืองสมาชิกเป็นผู้สูงอายุ สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ปริมาณข้าวที่ทานมาก และทานผลไม้  เราให้ทุกคนนึกถึงอาหารมื้อเย็นเมื่อวานที่ทาน  และ ลองตักข้าวด้วยทัพพี  80 % ตักมากกว่าที่ควรจะเป็น 2 เท่า เดชะบุญ ดันไปคล้องจองกับน้ำตาลวันนี้ เราไม่รอช้าที่จะอธิบายให้เข้าใจด้วยเนื้อหาวิชาการ ที่ดูๆเหมือนจะยาก แต่ด้วยว่าทุกคนสนใจ  จึงเกิดจากพูดคุยแลกเปลี่ยน ซักถาม อย่างสนุกสนาน   คนพูดไม่เบื่อ คนฟังไม่เบื่อ  พูดถึงอาหารกลุ่มไหนก็หัวเราะ  จนจับได้ว่าที่หัวเราะเพราะกินเกินกันทั้งนั้น ยิ่งหัวเราดังยิ่งแสดงว่าจุดไต้ตำตอ

    จบเรื่องอาหาร ภายใน 45 นาที (แต่มีต่อภาค 2 ในครั้งต่อไป)

  1. หลังจากคุยเรื่องอาหารจบ  สมาชิกที่เก่งเรื่องออกกำลังกายก็มาพูดคุยแลกเปลี่ยนและนำออกกำลังกายเป่านกหวีด ปี๊ด ปี้ ปิ๊ด ด้วยท่าทางทมัดทแมง  ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นการออกกำลังกายแบบใหน แต่เหมาะสมกับกลุ่มดี

  2. จบกิจกรรมแบบสนุกสนาน และนัดพบกันเดือนต่อไป  สมาชิกที่รับยาก็เตรียมตัวรอตรวจที่ PCU

ทำสมาธิหลังสวดมนต์กันก่อนเริ่มกิจกรรมค่ะ รูป รส กลิ่น เสียง ปลงให้หมด

คุยกันเรื่องอาหาร

มุ่งมั่น สนใจ ใฝ่รู้ คำณวน แคลลอรี่กันค่ะ

สัดส่วนของอาหารแสดงให้เห็นๆ ไปปรับใช้

สมาชิกนำออกกำลังกาย

การออกกำลังกายที่สมาชิกร่วมกันคิด ซึ่งเหมาะสมกับกลุ่มดี

กิจกรรมที่สมอแขมีทุกเดือน ใครสนใจมาออกกำลังกายแบบวิถีชาวบ้าน เชิญนะคะ ครั้งหน้าเราจัดกันวันจันทร์ ที่ 14  พฤษภาคม คะ

                                                                                  

ผู้เล่า   รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์