การเล่าประสบการณ์ของ ผศ.ชัญญา อภิปาลกุล
เก็บตกจากการอบรมนักบริหารระดับต้น กรมสรรพากร
เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา ผศ.ชัญญา อภิปาลกุล ได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการฝึกความคิดแบบเชิงลบ มาเป็นคิดในเชิงบวกที่น่าสนใจจนต้องขออนุญาตมาเล่าต่อค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า...
แต่เดิมอาจารย์บอกว่าเป็นคนที่เวลาใครมาเอาเปรียบไม่ได้เลย หรือจะมาผิดกฏผิดระเบียบก็ยอมไม่ได้ (ประมาณชมรมผู้พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค)
มีครั้งหนึ่งไปทานก๋วยเตี๋ยวกับท่านคณบดี รองคณบดี ทุกคนได้ลูกชิ้นคนละหกลูก แต่ท่านได้แค่ ห้าลูกอาจารย์ก็เริ่มคิดว่าเนี่ยรู้ได้ไงว่าเราไม่ใช่ผู้บริหาร แล้วก็มาให้ลูกชิ้นห้าลูกแหมไม่ค่อยยุติธรรมเลยเนี่ย เลยบ่นใหญ่และเสียงดังจนคณะที่ไปด้วยพากันคีบลูกชิ้นให้คนละลูกจนเต็มชาม แต่ก็ยังไม่รู้สึกไม่หายคงบ่นต่อแล้วไปถามอาแป๊ะคนขายว่าทำไมได้ลูกชิ้นน้อยกว่าคนอื่น อาแป๊ะได้ยินจึงขอโทษขอโพยใหญ่ และบอกว่าบังเอิญลูกชิ้นหมดที่ชามอาจารย์พอดี แต่ก็ได้เพิ่มเกี๊ยวให้มากขึ้น...
และแล้วการเกิดการเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นเมื่อผศ.ชัญญาได้ไปเรียนที่เท็กซัส ซึ่งอาจารย์ผู้สอนจะส่งตัวกลับโดยแจ้งว่าผศ.ชัญญามีความคิดเชิงลบขนาดหนัก ท่านเลยขอเวลาพิสูจน์ในการปรับเปลี่ยนตนเองอาจารย์ผู้สอนเลยให้โจทย์เพื่อการปรับเปลี่ยนความคิดจากคิดเชิงลบ มาเป็นคิดเชิงบวก โดยการให้ผศ.ชัญญาออกมาพูดหน้าห้องทุกเช้าในสิ่งที่ดี 3 เรื่อง ซึ่งไม่ซ้ำกันเลย ที่สำคัญต้องเป็นเรื่องที่เกิดความซาบซึ้ง(Appreciate)จริง ๆ และจากแบบฝึกหัดตอนนั้นที่เหมือนการฝึกฝน จนเกิดเป็นนิสัย เวลาเกิดสถานการณ์อะไรขึ้นมาผศ.ชัญญาต้องคิดเชิงบวกแบบอัตโนมัติ
เป็นเรื่องราวดีๆที่ประทับในใจมากค่ะ จนเก็บเอาไว้คนเดียวไม่ไหวต้องมาเล่าต่อ
ขอขอบพระคุณ ผศ.ชัญญา อภิปาลกุล กับเรื่องเล่าที่พลัง
ต้องขอกราบขออภัยหากเรื่องเล่าไม่เร้าพลัง...ขอแท้ต้องฟังจากอาจารย์เองค่ะ
สวัสดีค่ะ...น้องพิชชา พิชชา
ขอบคุณค่ะ...สำหรับบันทึกที่ดีค่ะ
ผมว่าถ้าเริ่มที่จะปรับปรุงตัวเองได้ ก็คือมีความคิดเชิงบวกที่เยี่ยมมากแล้ว ปัญหาคือผู้คนมักมองข้ามคุณสมบัติส่วนที่แย่ของตัวเองและไม่คิดว่านั่นคือปัญหา ก็เลยไม่คิดจะบวกซะที
ขอบคุณครับ เป็นแบบฝึกหัดคนให้คิดบวกได้ดีมากเลย
ครูอ้อยคะ