Besaki – Klungkung - Goa Lawah - Goa Gajah-Legong Dance

            ถัดจากเบซากี เราก็ขับรถย้อนกลับมาทางเดิม แวะที่ กลุงกุง (Klungkung) ก่อน เพราะเป็นทางผ่านไป Goa Lawah  ที่หมายของเรา  Goa แปลว่าถ้ำ ส่วน Lawah แปลว่าค้างคาว นั่นถือเราจะไปถ้ำค้างคาวค่ะ ที่กลุงกุงเราแวะถ่ายรูปปั้นตรงทางแยกหน้า Kota Semarapura คล้ายๆ กับเป็นสวนสาธารณะ ซึ่งมีอนุสาวรีย์ปูปูตัน ลักษณะเหมือนคนโฑทรงสูงอยู่ด้านหน้า ฝั่งตรงข้ามคือพระราชวังโบราณ Kerta Gosa  แต่ไม่ได้แวะนะคะ รีบไปกัวลาวาห์ก่อน เพราะคืนนี้ต้องรีบกลับไปดูการแสดงอะไรสักอย่างที่อูบูดซึ่งยังไม่ได้ซื้อตั๋วไว้

            กัวลาวาห์เป็นวัดที่สักการะพระศิวะ ด้านหลังที่วางเครื่องสักการะเป็นถ้ำค้างคาวที่ตัวใหญ่มาก ออกมาเพ่นพ่านเกาะอยู่หน้าปากทางเข้าถ้ำ ในฐานะคนที่เคยอาศัยอยู่ใกล้ๆ ถ้ำค้างคาวร้อยล้าน เขาช่องพราน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มาแล้ว ข้อแตกต่างคือค้างคาวเมืองไทยจะไม่โผล่หน้าออกมาให้คนเห็นมากขนาดนี้ คงเพราะกลัวจะถูกคนแถวนั้นจับมาทำนกเขาถ้ำทอดกรอบกันหมด 

 
   

<table border="0"><tbody><tr>

     

</tr></tbody></table>

        วันนี้เป็นวันที่คนมาทำบุญกันมาก มีพิธีรีตองดูแปลกตาจากทุกที่ที่เคยผ่านมา แถมยังมีน้ำใจให้เข้าไปนั่งดูได้อีกต่างหาก แต่นั่งได้สักครู่ก็ต้องขอตัวออกมา ถ่ายรูปกับเจ้าต้นไม้คู่หน้าวัด เห็นไม่ได้ค่ะ ต้องขอเข้าไปถ่ายรูปด้วยทุกที (ที่ขอให้คนถ่ายให้ได้) เพราะที่บาหลีนี่เค้าอนุรักษ์ต้นไม้เลี้ยงไว้ให้ใหญ่มากจริงๆ

</span></span><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal" align="center"></p>  <p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">            ฝั่งตรงข้ามวัดเป็นชายทะเลที่มีหาดทรายสีดำ ไม่ได้สวยมากนะคะแต่มองไปก็เห็นวิวภูเขาไฟที่งามไม่น้อย เป็นครั้งแรกค่ะที่เจอหาดทรายสีดำ เลยตื่นเต้นไปนั่งเล่นอยู่กลางแดดทำผิวสีอีกรอบ </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><table border="0"><tbody>

     

</tbody></table></span></p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal" align="center">   </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">            ภาพเข้าใจว่าเป็นอ่างเก็บน้ำนะคะ เรียกไม่ถูกเหมือนกัน เจอตรงทางผ่านระหว่างกัวลาวาห์กลับไปกลุงกุง         </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><table border="0"><tbody><tr>

 

</tr></tbody></table>  </span></span></p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">            ขากลับมีเวลาเหลือเลยแวะถ้ำช้างหรือกัวกาจาห์ (Gajah = ช้าง) เสียหน่อย กัวกาจาห์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้อูบูดมากที่สุด ประมาณ 6 กม.เท่านั้น เป็นแหล่งรวมของที่ระลึกและมีหมู่บ้านหัตถกรรมอยู่มาก แต่ดูๆ แล้วไม่ต่างจากไนซ์บาซ่าร์ เชียงใหม่เท่าไหร่หรอกค่ะ ด้านในมีอนุสาวรีย์หิน บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และถ้ำเล็กๆ ที่เราต้องเดินเข้าปากช้างไปด้านในค่ะ </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">
 
</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">            เดินลึกเข้าไปอีกนิดผ่านทุ่งนาไป มีหมู่บ้านหัตถกรรมและสถานที่ร่มรื่นอีกที่ที่ขอแนะนำค่ะ ด้านหน้าเหมือนไม่มีอะไร แต่พอเข้าไปจะพบกับบรรยากาศร่มรื่น สวยงาม ตลอดทางเดินหินที่สร้างขึ้นมาอย่างประนีต พออยู่ในนี้จะไม่อยากเดินออกมาด้านนอกเลยค่ะ ประทับใจกับทุกๆ อย่างที่เห็น คล้ายกับสวรรค์ในป่า ไม่ได้เว่อร์นะคะ ลองนึกภาพขณะเดินผ่านร้านรวงที่ขายของที่ระลึกเต็มไปหมด ผ่านคันนา ผ่านทางเดินแคบๆ เข้าไปในป่า เจอหินผาขนาดใหญ่ที่มีตะไคร่จับอยู่เต็ม จู่ๆ ก็เจอบันไดที่ทอดยาวลงไปถึงศาลาพักผ่อนหลังสระน้ำเล็กๆ มีน้ำตกที่ดูเย็นสบายตาให้ชมขณะนั่งเล่นบนสะพานหิน เราพบรูปปั้นขนาดใหญ่มากที่หักโค่นลงมาด้วย กลายเป็นอนุสรณ์สถาน เห็นแล้วน่าเสียดายค่ะ 
<div>

 

</div></span></span></p>           <p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">            อยากจะอยู่ต่ออย่างที่บอก แต่เวลาก็ล่วงเลยมาจนเย็นแล้ว ต้องรีบกลับไปอาบน้ำอาบท่า ชำระล้างเหงื่อที่ไหลซึมมาตลอดวัน ขนาดขับรถยนต์นะคะเนี่ย แล้วก็ไปซื้อตั๋วเพื่อดูการแสดงคืนนี้ค่ะ  </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">           Legong Dance และการแสดงทุกชุดที่อูบูดพาเลซ ถูกปรับราคาขึ้นจนน่าตกใจ จาก 50,000 เป็น 80,000  IDR โดยใช้ปากกาขีดฆ่าที่โบรชัวร์ทุกใบ ดูเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคที่ไม่มีทางเลือกมากค่ะ แต่ก็ต้องจำใจเพราะอยากดูนี่คะ เป็นสิ่งเดียวในบาหลีที่เราไม่มีอำนาจต่อรอง </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> 
<div><div><div><div><div><div>  
</div></div></div></div></div></div>
</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">            คนดูเยอะมาก จึงรีบไปแต่หัววัน ได้นั่งที่ว่างตัวเดียวด้านหน้าสุดข้างชาวญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นนี่ดูออกง่ายมากนะคะ เค้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน คืนก่อนที่ไปดูเคจัก ก็นั่งติดสาวญี่ปุ่นที่ทำงานในกรุงเทพฯ เหมือนกัน Konbanwa ทักทายตามประสาชาวเอเชียด้วยกันเล็กน้อย รายงานตัวว่ามาจากไทยแลนด์ ก็ได้ยินคนที่นั่งติดกันถามมาว่า “Where are u from?” ด้วยสำเนียงคุ้นๆ หันไปยิ้มให้กันก็เลยรู้ว่าเป็นคนไทยแน่แท้  พี่ดี เป็นคนไทยที่ไปทำงานอยู่กัวลาลัมเปอร์ ช่วงวันหยุดเลยพาครอบครัวมาเที่ยว เพิ่งมาถึงเลยต้องทิ้งลูกๆ ไว้ให้ภรรยาดูแลแล้วหนีมาดูการแสดงคนเดียว เป็นคนไทยคนแรกที่ได้เจอค่ะ คุยกันอยู่แป๊บนึงแนะนำข้อมูลจากประสบการณ์ที่เรามาก่อนให้ หลังจบการแสดงก็แยกย้ายกันไป…ที่ภูมิใจคือ พี่เค้ารู้จักสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ แถมยัง search หาข้อมูลจากกัวลาลัมเปอร์เข้ามาด้วย อย่างนี้ต้องรีบกลับไปเสนอให้ปรับปรุงข้อมูลใน website ให้ทันสมัยขึ้นซะแล้ว</p>