การตรวจสอบพระธรรมวินัย

นอกจากตรวจสอบตาม การตรวจสอบพระธรรมวินัย ๑  แล้ว โปราณาจารย์ยังจัดระเบียบการตรวจสอบอีกนัยหนึ่ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ดังต่อไปนี้

๑. สุตตะ หมายถึง สิ่งที่ได้สดับมาก็คือ พระไตรปิฏก นั่นเอง...

๒. สุตตานุโลม หมายถึง คัมภีร์ที่เขียนอธิบายขยายความพระไตรปิฏก (อนุโลม แปลว่า คล้อยตาม) ได้แก่ คัมภีร์อรรถกา ฏีกา อนุฏีกา และปกรณ์วิเสสต่างๆ

๓. อาจริยวาท หมายถึง คำพูดของอาจารย์ นั่นคือ ข้อคิดเห็น งานเขียน งานบรรยาย ของท่านผู้รู้ทั้งหลาย เช่น..

ผู้เขียนเป็นพระภิกษุบวชมานาน พอจะจัดเป็นผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญได้... ดังนั้น ความคิดความเห็นหรือข้อเขียนเกี่ยวกับคำสอนในทางพระพุทธศาสนาก็พอที่จะเชื่อถือหรือนำไปอ้างได้... ทำนองนี้ เรียกว่า อาจริยวาท...

งานของท่านอี่นๆ เช่น งานเขียนงานบรรยายของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ปอ.ปยุตโต) เสถียร โพธินันทะ หรือ สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ฯลฯ ก็จัดเป็นระดับอาจริยวาท....

ปัญหาเรื่องอาจริยวาท นี้แหละ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน..

๔. อัตตโนมัติ หมายถึง ความคิดเห็นของเราเองที่เกิดจากการศึกษาใคร่ครวญและปฏิบัติ...

....โปราณาจารย์ได้จัดลำดับความน่าเชื่อถือไว้ว่า สุตตะ น่าเชื่อถือที่สุด... สุตตานุโลม และอาจริยวาท น่าเชื่อถือน้อยลงมาตามลำดับ... การตรวจสอบเบื้องต้นก็ให้พิจารณาว่า ถ้าอาจริยวาทใดแย้งต่อ สุตตะ หรือสุตตานุโลม ก็ไม่ควรเชื่อถือ...

ส่วน อัตตโนมติ นั้น โปราณาจารย์บอกว่า แม้จะมีกำลังน้อยที่สุด คือ น่าเชื่อถือน้อยที่สุด แต่ถ้าตั้งอยู่บนพื้นฐานของ สุตตะ สุตตานุโลม อาจริยวาท และไม่ผิดไปจากหลักการตัดสินธรรมวินัย ๘ ประการแล้ว ก็น่าเชื่อถือที่สุด...

สรุปว่า ให้เชื่อความคิดเห็นของตนเอง ที่ผ่านจากการตรวจสอบแล้ว...

ถามว่า หลักการตัดสินธรรมวินัย ๘ ประการ เป็นอย่างไร ...

ผู้เขียนจะเสนอเป็นบันทึกสุดท้าย