<p>พวกเราคงจะชอบอะไรที่ "ง่ายๆ" มากกว่า "ยากๆ"... อาหารเช้าเป็น 1 ในหลายๆ เรื่องของชีวิตที่เราอยากจะให้มัน "ง่ายหน่อย"... คนส่วนหนึ่งจึงไม่กินอาหารเช้า</p>
จดหมายข่าวโรงพยาบาลโฮลีครอส สหรัฐฯ ฉบับเดือนมีนาคม 2550 และจดหมายข่าวโรงพยาบาลลอเดส เฮลธ์ ฉบับเดือนมีนาคม 2550 มีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับอาหารเช้า ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง
อาจารย์แคเธอรีน ทาลแมดจ์ นักโภชนาการ โฆษกของสมาคมโรคเบาหวานอเมริกันแนะนำว่า มีเหตุผล 5 ข้อที่ควรกินอาหารเช้าเป็นประจำได้แก่...
-
เพื่อลดความหิวตอนสาย:
อาหารเช้าช่วยลดความหิวที่มากเกินตอนสายๆ... เมื่อความหิวลดลง เราจะ "เลือก" ได้ดีขึ้นว่า อะไรควร(กิน) อะไรไม่ควร(กิน) การปล่อยให้ความหิว "กำเริบ" มากๆ นั้น... ยากที่จะยั้ง หรือหยุดได้ง่ายๆ
- เพื่อเพิ่มการเผาผลาญอาหาร:
การศึกษาวิจัยพบว่า ร่างกายของคนที่งดอาหารเช้าจะปรับตัวคล้ายกับภาวะขาดอาหาร โดยประกาศภาวะ "ประหยัด" หรือ "รัดเข็มขัด" โดยลดการเผาผลาญอาหารลง ทำให้เสี่ยงต่อโรคอ้วนมากขึ้น
- เพื่อความรู้สึก และสมองดีๆ:
สมองของเราเป็นอวัยวะที่อาศัยน้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานหลัก และ "อดอาหาร" มาตั้งแต่มื้อเย็นของวันวาน นาน 8-12 ชั่วโมงแล้ว จึงควรกินอาหารเช้า เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งจะลดสมรรถภาพของสมองอย่างรุนแรง
เด็กที่ไม่ได้กินอาหารเช้ามีสมรรถภาพในการจดจำเรื่องราวต่างๆ แพ้เด็กที่กินอาหารเช้า... นี่อาจเป็นผลจากภาวะน้ำตาลในเลือดที่ต่ำนานในเด็กที่ไม่ได้กินอาหารเช้า
นอกจากนั้น... คนที่กินข้าวเช้ายังมีแนวโน้มจะมีสมาธิในการทำงานดีกว่า และมองโลกในแง่ดีกว่าคนที่ไม่กินข้าวเช้า
- เพื่อให้ได้สารอาหาร:
สมาคมเบาหวานอเมริกันแนะนำให้กินข้าวเช้า โดยเน้นธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวโอ๊ตผสมนมไขมันต่ำ นมไม่มีไขมัน หรือนมถั่วเหลือง ผลไม้ ซีเรียล(ธัญพืชหรือพืชตระกูลข้าวที่ทำเป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูป) ขนมปังโฮลวีท(สีรำ) ฯลฯ เพื่อให้ได้สารอาหารที่มีคุณค่าสูง และเส้นใย(ไฟเบอร์)วันละหลายๆ มื้อ
- เพื่อพุงเล็กๆ และเอวเล็กๆ:
จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างเกือบ 3,000 คนที่ลดน้ำหนักได้ 30 ปอนด์ขึ้นไป และรักษาน้ำหนักไว้ได้อย่างน้อย 1 ปีพบว่า กลุ่มตัวอย่าง 78% กินอาหารเช้า... ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันความหิวมากเกินในตอนสาย และช่วยป้องกันไม่ให้การเผาผลาญอาหารลดลง
อาหารเช้าเป็นอาหารของ "สมอง"... กินแล้วสมองทำงานได้ดี เป็นอาหารของ "คนมองโลกในแง่ดี"... กินแล้วลดปัญหาโมโหหิว และเป็นอาหารของ "คนประเภทเอวพอดี-พุงพอดี"... กินแล้วลดความเสี่ยงโรคอ้วน
เรียนเชิญพวกเรากินอาหารเช้ากันทุกวันครับ... "วันนี้คุณกินอาหารเช้าแล้วยัง"...
ขอแนะนำ...
- "สูตรลดความอ้วนฟรี (สูตรคุณสุภา)" พัฒนาสูตรโดยคุณสุภา เกียรติก้องแก้ว นักโภชนาการ ศูนย์มะเร็งลำปาง
- [ Click - คลิก - Click ]
- "สูตรลดความอ้วนฟรี" สูตรจากเว็บไซต์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง
- [ Click - คลิก - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ "ลดความอ้วน"
- [ Click - Click ]
แหล่งที่มา: - thank > Breakfast: a good habit for good health. Holycross e-Newsletter. March 13, 2007. > [ Click - Click ] > http://holycrosshealth.netreturns.biz/HealthInfo/Story.aspx?StoryID=58F47BE0-FB74-468B-8436-54BE26F1C081 // source: Obesity Research. Vol.10, No.2.
- thank > Lourdes Health System > Mental exercises help fight memory loss. e-Health talk. > [ Click - Click ] > http://www.regardinghealth.com/oll/RHO/2007/03/Article.aspx?bmkEMC=28107 > March 2007.
- บล็อก "บ้านสุขภาพ" และการอ้างอิงมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษา > ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำไปใช้
- ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT + หน่วยรังสีกรรม
- ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT + กลุ่มงานรังสีวินิจฉัย
- เพื่อเพิ่มการเผาผลาญอาหาร:
</span></span></span>

ผมมีอีกเหตุผลหนึ่งครับ คือ ผมหิว -_-!
ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นหน่อยนะครับ
มีของแปลกมาให้ลองกันครับ เพราะมีนักวิทยาศาสตร์และนายแพทย์บางท่านบอกว่า อาหารเช้าไม่ได้สำคัญอย่างที่คนส่วนใหญ่เชื่อกัน และยังบอกอีกด้วยว่า ก็เพราะอาหารเช้าและระบบการกินอาหารวันละ 3 มื้อนี่แหล่ะที่ทำให้คนอเมริกันอ้วนกันเกือบทั้งทั้งประเทศ คนที่รวยจากความรู้หรือความเชื่อเรื่องอาหารเช้าที่ว่าคือพวกธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ธุรกิจขายอาหารเช้า และธุรกิจลดความอ้วน
มีวิธีลดความอ้วนซึ่งไม่จำเป็นต้องกินอาหารเช้า ไม่จำเป็นต้องควบคุมหรือจำกัดอาหาร ไม่จำเป็นต้องกินน้อยออกกำลังกายมาก แต่ให้กินอาหารมากเท่าไหร่ก็ได้แค่ช่วงใดช่วงหนึ่งของวันจำนวน 5 ชั่วโมง แล้วที่เหลืออีก 19 ชั่วโมงก็ให้อดอาหาร โดยดื่มได้แค่น้ำเปล่าและเครื่องดื่มที่ไม่มีพลังงานเพื่อหยุดอินซูลิน วิธีนี้ชื่อ The Fast-5 Diet ผู้คิดค้นคือ นายแพทย์ชาวอเมริกันชื่อ Bert Herring (M.D.) ซึ่งใช้แนวคิดจากวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านการต้านวัย (Anti-ageing medicine) สองวิธีคือ Intermittent Fasting และ Calorie Restriction โดยร่างกายใช้พลังงานจากไขมันในรูปคีโตนร่วมกับไกลโคเจนบางส่วน สมองใช้คีโตนและกลูโคสจากตับเป็นแหล่งพลังงานหลัก ในเมืองไทยเริ่มมีคนเอาวิธีนี้มาใช้กันแล้วและเห็นมีหลายคนก็สามารถลดหรือควบคุมน้ำหนักกันได้สำเร็จแล้ว ในอเมริกาประเทศต้นกำเนิดก็เริ่มเป็นที่นิยม มีคนใช้และประสบความสำเร็จในการลดน้ำความอ้วนด้วยวิธี Fast-5 มากมาย
สรุปคือ Fast-5 มันเป็นการฝึกหัดร่างกายให้คุ้นเคยกับการกินอาหารช่วงใดช่วงหนึ่งของวันจากเดิมที่เคยกินวันละ 3 มื้อ พอฝึกจนชินแล้วมันก็จะไม่หิว ไม่อยากอาหาร ร่างกายก็จะปรับเปลี่ยนไปจากที่เคยรออาหารวันละ 3 มื้อไปรออาหารช่วง 5 ชั่วโมงที่ว่าแทน มันไม่ใช่การอดอาหารเพื่อลดความอ้วน แต่เหมือนเป็นการเอาอาหาร 3 มื้อไปกินรวมกันใน 5 ชั่วโมง ที่เหลืออีก 19 ชั่วโมงก็ปล่อยให้ร่างกายใช้พลังงานที่สะสมไว้ในรูปไกลโคเจนและไขมันเพราะไม่มีอินซูลินที่เกิดจากกลูโคสจากอาหาร น้ำหนักส่วนเกินจากไขมันก็จะค่อยๆลดลง ถ้ากินตอนเช้า Fast-5 ก็เหมือนกับพระสงฆ์และคนที่ถือศีล 8 ที่จะงดอาหารหลังเที่ยงไปจนถึงรุ่งเช้าของอีกวันนั่นเอง เพียงแต่น้ำปานะของ Fast-5 จะต้องเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ให้พลังงาน
หากท่านใดสนใจก็สามารถโหลดหนังสือ Fast-5 มาอ่านได้ฟรีที่เว็บไซต์ของ The Fast-5 Diet ที่นี่
http://www.fast-5.com/
อันนี้เป็นข้อมูลภาษาไทยที่มีคนเริ่มเอาวิธีนี้มาใช้
http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L5352124/L5352124.html
จากที่ดูวิธีนี้จะยากตอนฝึกอดอาหารช่วงแรกๆ พอชินแล้วก็ไม่มีปัญหา ถ้าใครยังกังวลหรือยังชินกับการกินอาหารเช้า ก็เลือกทำตอน 8.00 – 13.00 อะไรแบบนี้ก็เข้าท่าเหมือนกันเหมือนพระเลย แต่ก่อนทำต้องอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างละเอียด หรือถ้าอยากเข้าใจเบื้องหลักของวิธีนี้ก็ต้องไปค้นคว้าเรื่อง Intermittent Fasting และ Calorie Restriction เพิ่มเติมจาก PubMed ครับ จึงจะเข้าใจแนวคิดและวิธีการทำงานของ Fast-5 ได้ดียิ่งขึ้นครับ
ขอขอบคุณ... คุณบ่าววีร์
ขอขอบคุณอาจารย์ Nomad...
ผมลองเข้าไปอ่านดู
ข้อควรระวัง...
มีทางเลือกเหมือนกัน...
เดินๆๆๆ...
ได้บุญ...
เรียน ท่านอ.หมอวัลลภค่ะ
ขอขอบคุณอาจารย์กฤษณา...
ข้าวเหนียวหมูย่าง...
ประมาณปี 2528...
คำกล่าว...
ขอบคุณอ.หมอวัลลภค่ะ..ดิฉันจะทานผักตามเยอะๆ…ขอบคุณค่ะ
ขอขอบคุณ... คุณบีเวอร์
เรื่องชีวิต...
ขอขอบคุณอาจารย์กฤษณา...
ขอขอบคุณอาจารย์ Ranee...
มื้อเช้า...