ได้อ่านบทความเรื่อง สู่ “สงครามชวนเชื่อ” จากหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2550 ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเนื้อหาและบทโทรทัศน์ในละครเรื่อง “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” ซึ่งออกอากาศทางช่อง 7 สี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หลังข่าวภาคค่ำ เขาเขียนไว้อย่างนี้ครับ
“...แล้วจะรู้ว่าเป็นละครที่อินกับสภาพการเมืองไทย แบบดูแล้วหัวเราะได้ไม่หยุดทั้งที่เป็นหนังผี ด่าคนโลภ คนโกง คนที่คิดหาประโยชน์ส่วนตัว ทำให้ส่วนรวมเสียหายได้ถึงใจพระเดชพระคุณ
หยิบเอาปัญหาสังคมปัจจุบันมาถล่มด้วยจิตสำนึกรักชาติอนุรักษ์นิยมของคนไทยโบราณ ด้วยท่าทีเอาตาย ถีบหน้า กระอักเลือด ฆ่ากันเป็นว่าเล่น
สนุกครับ บางตอนเป็นการต่อสู้ระหว่างจิตสำนึกชาตินิยมกับจิตสำนึกเสรีนิยม แบบเอาให้ตายกันไปข้างหนึ่ง
ดูอย่างไรก็อดคิดไม่ได้ว่านี่คือละครการเมืองที่ตรงไปตรงมาที่สุด โดยนำเสนอในฟอร์มของละครวิญญาณอาฆาต หวงแหนทรัพย์ของแผ่นดิน...”
ได้อ่านแล้วจึงนำไปเล่าสู่กันฟังในกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจที่หอการค้าฯ วงสนทนากลับต่อความยาวไปถึง “สมบัติเจ้าคุณปู่” ที่มีอยู่หลายต่อหลายแห่งในจังหวัดชุมพรบ้านเรา...แบบว่ากลอนมันพาไป
คำว่า “สมบัติเจ้าคุณปู่”เป็นคำพูดที่อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรท่านหนึ่งกล่าวถึง อาคารสถานที่, สิ่งก่อสร้าง ฯลฯ ที่เกิดขึ้นมาด้วยสารพัดเหตุผลความจำเป็น แต่ในที่สุดก็ไม่ได้มีการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เมื่อเวลาล่วงเลยไป “สมบัติเจ้าคุณปู่” ก็ชำรุดทรุดโทรม เป็นที่น่าอเนจอนาถใจทุกครั้งที่ผ่านไปมา ละอายใจ และอึดอัดใจ ที่จะต้องตอบคำถามเวลาที่มีผู้มาเยือน
เมื่อมีการซักถามจากผู้มีอำนาจหน้าที่ (ด้วยความเกรงใจ) คำตอบที่ได้รับมีทั้ง การวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุผลและวิธีปฏิบัติที่ไม่เข้าท่า (ถ้าเป็นการก่อสร้างในวาระของคนอื่น) ตัวบทกฎหมายที่กลายมาเป็นข้อจำกัดในการแก้ปัญหา เหตุปัจจัยที่ขาดหายไม่สามารถเอื้ออำนวยให้พัฒนาต่อไปได้ ฯลฯ
วงสนทนาของเราพยายามมองปัญหาเหล่านี้ในทางสร้างสรรค์ หาเหตุผลเพื่อใช้ในการแก้ปัญหา (ไม่ใช่แก้ตัว) ด้วยความรอบรู้เพียงน้อยนิดของพวกเรา สรุปออกมาเป็น เหตุปัจจัยแห่งความไม่สำเร็จ ดังนี้ครับ
- โครงการเหล่านี้มักจะเป็นโครงการเร่งด่วนรีบเสนอเพื่อให้ทันต่อการได้มาซึ่งงบประมาณ
- วิธีคิดแบบ “ก่อสร้างนิยม” ทำให้มีแนวโน้มที่จะผลิตโครงการขนาดใหญ่ โดยเน้นหนักการก่อสร้างมากกว่าอย่างอื่น
- สถานที่ตั้งและทำเลไม่เหมาะสม อยู่ห่างไกลจากชุมชนและการใช้ประโยชน์ที่แท้จริง
- ขาดการวางพื้นฐานในสิ่งที่จำเป็นต่อการบริหารงาน อาทิ การกำหนดภารกิจร่วมกันในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงและภาคส่วนอื่น ๆ ในสังคม การออกแบบระบบงานที่เหมาะสม การสร้างและพัฒนาบุคลากรให้สามารถทำงานตามรูปแบบที่กำหนดไว้ได้ การวางแผนทางการเงินครอบคลุมทั้งรายรับ รายจ่าย งบประมาณ ฯลฯ
- การมีส่วนร่วมของประชาชนจำกัดอยู่ในรูปแบบที่ด้อยประสิทธิภาพ เป็นการสร้างภาพมากกว่าการรับฟังความคิดเห็นในเชิงคุณค่า และเต็มไปด้วยความจริงใจในการนำไปปฏิบัติ
ฯลฯ
ปัญหา “สมบัติเจ้าคุณปู่” ที่มีอยู่ในจังหวัดชุมพร คงจะไม่เข้มขลัง สะท้อนออกมาเป็นพลังรุนแรงในสังคม จุดไม่ติดแม้แต่จะเป็นเพียงกระแสผ่านสื่อมวลชนเหมือนละครเรื่อง “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” แต่ก็ไม่ควรวางใจ ชะล่าใจ เพราะอะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้ในสังคมไทยยุคปัจจุบัน.
จริงแล้วละครเรื่อง ปูโสมเฝ้าทรัพย์ นั้นสะท้อนปัญหาของสังคมไทยได้ชัดเจน โดยเฉพาะระบบอำนาจและผลประโยชน์ ที่ใช้เพื่อการฉกชิง ทรัพยากรของชาติ หรือ ทรัพย์สมษัติชาติ อย่างทุกวันนี้
ละครเรื่องนี้ น่าจะบันทึกไว้ แล้วเปิดให้ผู้ที่มีอำนาจ และแสวงหาผลประโยชน์จาก ทรัพยากรของชาติ ได้เป็นอย่างดี ... แต่ ก็ไม้รู้ว่าจะเสียเปล่าหรือไม่ ?
ในเรื่องอนุสาวรีย์นั้น มีอยู่เกลื่อนกลาด... จริง ๆ แล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐ ( ผู้มีอำนาจในการอนุมัต ) น่าจะต้องมีการ AAR กันบ้างจะได้ทบทวนสิ่งที่ทำมาว่าเป็นอย่างไร ? ผลสำเร็จ หรือ ผลกระทบ เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง ?
กรุณาอย่าเอาเรื่องศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองครับ ศาสนาใคร ใครก็รัก เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง ศาสนาแต่ละศาสนาแต่เดิมล้วนเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ แต่สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์นั้นมันก็คือผู้ที่นำเอาศาสนามาเป็นเครื่องมือในการกระทำที่ไม่บริสุทธิ์ โดยเฉพาะผู้ที่บิดเบือนคำสอนในศาสนาอันบริสุทธิ์ เช่น ผู้ที่บิดเบือนคำสอนในอิสลามบิดเบือนคำสอนของพระผู้เป็นเจ้า และศาสนาพุทธเองก็ไม่ควรที่จะนำไปเกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่ควรนำไปบัญญัติเป็นศาสนาประจำชาติ เพราะตั้งแต่อดีตนั้นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสรีในเรื่องการนับถือศาสนาของประชาชน ถ้าหากนำศาสนาพุทธไปบัญญัติเป็นศาสนาประจำชาติ แล้วศาสนาอื่นๆจะอยู่อย่างไร และก็ยังจะเกิดปัญหาต่างๆตามมา เสมือนกับ “เด็กชั้นอนุบาล เมื่อนาย ก. ไปรับขนมจากคุณครูประจำชั้น ทั้งๆที่เด็กคนอื่นๆในชั้นเรียนไม่ได้รับขนมจากคุณครูเลย เด็กคนอื่นๆก็จะน้อยใจคุณครู แต่เมื่อเด็กไม่สามารถจะระบายหรือเรียกร้องอะไรจากคุณครูได้ เด็กคนอื่นๆก็จะมารุมระบายหรือรุมแกล้งเด็กชาย ก.” แต่กับการเมืองนั้นอาจจะไม่ใช่คนๆเดียวที่โดนรังแกเหมือนในชั้นเรียนอนุบาล แต่จะมีอีกหลายๆคนในประเทศที่โดนรังแก โดนทำร้าย กรุณาคิดให้ดีๆ คิดด้วยความดี คิดด้วยปัญญาเจตนาอันบริสุทธิ์ ท่านที่เป็นพระสงฆ์ก็ควรที่จะใช้มหาปัญญา มหาสติ ในการคิดในการกระทำ คิดและทำด้วยเจตอันบริสุทธิ์ ยึดแบบอย่างที่พระเกจิอาจารย์ทั้งหลายที่เคยกระทำมาในอดีต อย่างที่ท่านพระเกจิทั้งหลายได้ใช้มหาปัญญา มหาสติ ในการกำจัดกิเลส ในการแสวงหาทางดับทุกข์ ใช้ในทางที่ถูกต้อง ใช้ในทางที่ผู้ที่บวชเข้ามาเป็นพระในพระพุทธศาสนาควรจะกระทำ มิใช่นำมาใช้เกี่ยวกับการเมือง สิ่งศาสนาพุทธของเราควรจะกระทำในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการให้ผู้ออกบวชปฏิบัติตนอยู่ในพระธรรมวินัยอันเคร่งครัด อย่างที่ท่านผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายเคยกระทำมาก่อนในอดีต…