หนูไม่อยากเป็นอย่างนี้เลยพี่

รอยยิ้มเด็กป่วยวันนี้เป็นอีกวันที่ฉันไปลงพื้นที่โรงพยาบาลเด็ก ช่าวเช้าฉันไปศึกษาดูงานที่โรงรามา เรื่องเด็กโรคอ้วน เดินทางไปถึงที่โรงพยาบาลรามา เวลาประมาณ 10.30 นาฬิกา พวกน้องๆกำลังทำกิจกรรมกันอยู่ กิจกรรมที่ทำในตอนนั้นคือ ประดิษฐ์ตุ๊กตาบูดูจากไหมพรม และเส้นลวด น้องๆดูตั้งอกตั้งใจทำกันมากเลย ตุ๊กตาตัวนี้เป็นพันธะสัญญาระหว่างพี่เจ้าหน้าที่ และน้องๆ (มีใจความว่า จะต้องผอมให้ได้เหมือนตุ๊กตาที่น้องๆประดิษฐ์ขึ้นมา) เด็กที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ไม่ใช่เด็กที่เจ็บป่วยอย่างที่พวกเราเห็นทั่วๆไป แต่เป็นเด็กปกติที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน และผู้ปกครองพามาเข้าครอสเพื่อลดน้ำหนักตัว บางคนต้องกินนอนที่โรงพยาบาลเลย ได้คุยกับน้องๆ และได้รับข้อมูลจากน้องๆ ได้เข้ามารับการรักษาช่วงระยะปิดเทอม คุณแม่พามารักษา พี่ๆ และคุณหมอ ให้ควบคุมอาหาร และให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ น้ำหนักหนูลดไปหลายกิโลกรัมเหมือนกัน แต่อยู่ที่นี่หนูเหงามากๆค่ะ อยากกลับบ้านค่ะ นี่ขนาดว่าเด็กไม่ได้เจ็บป่วยทางกาย เข้ามาไม่บาดแผลใดๆ มีกิจกรรมให้ทำอยู่ตลอด เดินเหินได้ปกติ ไม่ถูกจำกัดพื้นที่ (เด็กป่วยบางคนต้องนอนอยู่เฉพาะบนเตียงเท่านั้น)ยังรู้สึกเบื่อเลย แล้วเด็กที่นอนป่วยหล่ะ จะไม่รู้สึกเบื่อกว่านี้เหรอ                 ตุ๊กตาที่น้องทำเป็นการฝึกสมาธิเด็กไปในตัวด้วย เท่าที่ได้ไปสัมผัสกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมากๆ เด็กที่ทำจะไม่รู้สึกเบื่อเพราะสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามใจชอบ เด็กสามารถสร้างจิตนาการลงไปบนตุ๊กตาได้ เป็นการฝึกพัฒนาการของเด็กไปในตัวด้วย           ช่วงบ่ายไปลงพื้นที่เด็กที่ตึก ม 6 ก กิจกรรมที่เรานำไปทำคือ การระบายสีน้ำ เป่าสี เทสี และพูดคุยปรับทุกข์กัน                 ก้าวแรกที่เดินไปถึงห้องผู้ป่วยวันนี้มีเด็กป่วยมากว่าทุกครั้งที่เคยไปทำกิจกรรม มีเด็กป่วยทั้งหมด 15 เตียง ส่วนมากเป็นเด็กอายุไม่ถึง 5 ขวบ น้องๆบางคนไม่สามารถลงจากเตียงได้ เนื่องจากสภาพปัญหาด้านร่างกาย                 น้องนุ๊ก น้องอีฟ น้องกล๊อฟ ดูจะดีใจเป็นพิเศษเมื่อเห็นพวกเราเดินเข้าไป น้องนุ๊กรีบไสรถเข็ญเข้ามาต้อนรับเรา และกุลีกุจอช่วยเราจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆอย่างขมักเขม้น น้องๆร่วมกิจกรรมที่เราเตรียมไปอย่างตั้งอกตั้งใจ ศิลปินตัวน้อยของเราสรรสร้างศิลปะได้อย่างสวยงาม น้องๆยิ้มหัวเราะกันอย่างมีความสุข (แค่นี้ฉันก็ดีใจแล้วที่เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้น้องมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้บนความเจ็บป่วยที่พวกเค้าต้องเผชิญหน้า ถึงแม้จะเป็นระยะเวลา เพียง 2 ชั่วโมงก็ตาม)                น้องแนน เป็นน้องอีกคนที่ไม่สามารถลงจากเตียงได้ เนื่องจากอยู่ในช่วงระยะให้ยาทางสายน้ำเกลือ น้องอยากร่วมทำกิจกรรมกับเรามาก(พี่หนูอยากทำกิจกรรม สำเนียงเว้าวอน) พวกเราก็เลยน้ำกระดาษหนังสือพิมพ์ไปปูที่เตียงเพื่อให้น้องสามารถทำกิจกรรมบนเตียงได้โดยไม่เลอะเทอะ น้องแนนเป็นเด็กมีความสามารถมากในการวาดภาพและระบายสีมาก น้องทำกิจกรรมอยู่ที่บนเตียงอย่างมีความสุขฉันแอบสังเกตเห็นน้องวาดภาพ และระบายสี แล้วยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสุข น้องแนนเล่าให้ฉันฟังว่าต้องมารับยาที่นี่เป็นประจำ หลังจากรับยา น้องจะรู้สึกเวียนหัวอย่างรุนแรงและอาเจียน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น้องรู้สึกทรมานมาก  (หนูไม่อยากเป็นอย่างนี้เลยพี่ หนูอยากมีชีวิตปกติเหมือนเพื่อนๆ) เป็นคำพูดของเด็กที่ใครๆฟังแล้ว น่าจะรู้สึกไม่ต่างจากฉันเลย คือสงสาร เห็นใจ และอีกมากมายที่ไม่สามารถบรรยายได้ (อย่างน้อยฉันก็ยังเป็นส่วนหนึ่ง ถึงแม้จะไม่มากมาย แต่ก็สามารถทำให้น้องได้ลืมช่วงเวลาหนึ่งที่เจ็บปวดได้)          น้องต้นเด็กชาย วัย 10 ปี เป็นเด็กช่างพูด มีปัญหาที่ขา น้องเล่าให้ฟังว่า น้องใช้กระดูกที่สะโพกด้านขวา และ ขาด้านขวาบางส่วนมาซ่อมแซมขาด้านซ้าย น้องบอกว่าอยู่ที่นี่เค้าเหงามาก อยากกลับบ้าน เค้ารักษาโรงนี้มาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่หายสักที เปลี่ยนสถานรักษาหลายแห่งเหมือนกัน อยากเดินได้เหมือนปกติมากครับ วันนี้ไม่มีใครมาเยี่ยมผมหรอกครับ แม่ต้องทำงาน พ่อก็บาดเจ็บ เนื่องจากโดนเครื่องตัดเหล็กตัดนิ้วหัวโป้ง ผมเลยต้องอยู่ที่นี่คนเดียว ผมก็อาศัยคุยกับเพื่อนๆข้างเตียงครับ พรุ่งนี้พี่จะมาอีกไหมครับ  มาคุยกับผมทุกวันได้ไหมครับ ผมเหงา (เสียงพูดของเด็กชายฟังแล้วชวนหดหู่มาก)ฉันเอากิจกรรมระบายสีไปให้น้องทำที่บนเตียง น้องชื่นชอบกิจกรรมมาก ทำอย่างตั้งอกตั้งใจ                 วันนี้ฉันกลับจากโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย รู้สึกเศร้าใจ ฉันอยากให้มีอาสาสมัครมาร่วมกิจกรรมที่โรงพยาบาลเด็กจัง เด็กๆจะได้คลายเหงา คลายความเศร้าโศกลงได้บ้าง ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นก็ตาม