น้ำเต้าหู้

ที่กุฏิตอนนี้ มีพระใหม่มาอยู่ด้วย ๑ รูป ซึ่งเป็นทั้งญาติและทั้งเพื่อนของผู้เขียน... ถ้านับคืนนี้ด้วยก็ได้ ๕ คืนแล้ว ท่านคงจะพักอยู่อีก ๒ คืน เนื่องจากท่านบวชแก้บนเพียงเจ็ดวันแล้วก็จะลาสิกขาหรือสึกไปใช้ชีวิตฆราวาสตามปรกติ... ตอนนี้ผู้เขียนจึงทำหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยงไปด้วย....

ตามธรรมดาของพระแรกบวช มักจะมีบรรดาญาติหรือเพื่อนๆ มาเยี่ยมมิได้ขาด และในการไปเยี่ยมพระก็ต้องมีอะไรไปถวายท่านเอาบุญบ้างตามธรรมเนียมทั่วไป...

ถ้าไปเยี่ยมพระใหม่ตอนเย็นๆ ค่ำๆ สิ่งที่จะนำไปถวายท่าน น้ำเต้าหู้ มักจะเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งเรามักจะระลึกได้ สำหรับสังคมในเมืองที่จะนำไปถวายพระยามวิกาล... ดังนั้น ที่กุฏิตอนนี้ จึงมีน้ำเต้าหู้เหลืออยู่จนกระทั้งตอนเช้าต้องนำไปทิ้งหลายวันมาแล้ว...

ปรกติผู้เขียนไม่ค่อยโปรดน้ำเต้าหู้ แต่ก็ฉันได้ ไม่ถึงกับรังเกียจ... ผู้เขียนจะโปรด เต้าฮวย มากกว่า...

โชคดีที่ผู้เขียนนั่งอยู่ด้วยเมื่อคืนก่อน พรรคพวกพระใหม่โทรเข้ามาแล้วบอกว่า จะนำน้ำเต้าหู้ถวาย (ตอนนั้นก็มีคณะเก่าทิ้งน้ำเต้าหู้ไว้หลายถุงแล้วที่กุฏิ) ผู้เขียนจึงบอกว่า เปลี่ยนเป็นเต้าฮวยดีกว่า... และยืนยันว่า ฉันได้ ไม่ผิด แต่ก็กำชับไปว่า ห้ามใส่ไข่หรือปาท่องโก้มาด้วย (......) ดังนั้น เมื่อคืนก่อนจึงได้ฉันเต้าฮวย...

ของที่พระฉันได้โดยไม่ผิดยามวิกาลนั้นมีหลายอย่าง ซึ่งในบรรดาหลายอย่างนี้ บางท้องถิ่นหรือบางรูปก็อาจถือว่าผิด บางรูปหรือบางท้องถิ่นก็อาจถือว่าไม่ผิด... ซึ่งเรื่องทำนองนี้ขึ้นอยู่กับค่านิยมส่วนตัวว่าทำตัวเป็น พระเคร่งหรือไม่เคร่ง และค่านิยมท้องถิ่นนั้นๆ ว่ายอมรับสิ่งนั้นๆ หรือไม่....อาทิเช่น

ไอสครีมล้วน (ไม่มีขนมปังหรือข้าวเหนียวผสม เป็นต้น) บางรูปก็ฉัน บางรูปก็ไม่ฉัน...ส่วนผู้เขียนมิใช่พระเคร่ง จึงนิยมฉัน...

 เนยแข็ง หรือ cheese สามารถฉันกับน้ำชาหรือน้ำร้อนได้.... แต่บางกลุ่มที่นิยมนำมาเพิ่ม หอมซอย พริกสด และน้ำมะนาว เข้าไปด้วย อย่างนั้น ผู้เขียนว่า เกินไป ให้พวกเค้าล้อมวงกันฉันไปเถิด...

น้ำถั่วเขียวต้มเหลวๆ  แถวปักษ์ใต้บ้านเราไม่นิยมทำถวายพระ-เณร ดังนั้น พระปักษ์ใต้ส่วนมากจึงไม่นิยมฉัน... แต่บางท้องถิ่นเค้าก็นิยมทำถวายพระ-เณร...

อื่นๆ เช่น นมสด นมเปรี้ยว น้ำผลไม้กระป๋องชนิด ๑๐๐% เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ โดยมากพระ-เณรจะนิยมฉัน แต่บางรูปที่อ้างตัวว่าเคร่งก็ไม่นิยมฉัน...

อนึ่ง สิ่งใหม่ๆ เช่น น้ำนมข้าวโอตหรือน้ำนมข้าวโพตสำเร็จรูปในกล่อง หรือเป็นผงอยู่ในซองซึ่งต้องนำมาชงละลายกับน้ำร้อนก่อน... สิ่งเหล่านี้ก็คาบเกี่ยวในทางวินัยว่า ฉันได้หรือไม่ ?

ผู้เขียนเคยคุยกับเพื่อนพระ-เณรด้วยกันว่า สิ่งใหม่ๆ เหล่านี้ ไม่เหมือนกับสิ่งเก่าๆ เช่น นมข้นหวาน น้ำตาลแว่น (น้ำผึ้งแว่น)... กล่าวคือ สิ่งเก่าๆ นั้น ผ่านการวินิจฉันมาแล้วว่าฉันได้หรือไม่ ... ส่วนสิ่งใหม่ๆ ก็ต้องวินิจฉัยทุกครั้ง เมื่อแรกเจอ...เคยคุยเล่นๆ กับเพื่อนพระ-เณรด้วยกันว่า มหาเถรสมาคม กรมการศาสนา หรือสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ น่าจะมีหน่วยงานเพื่อพิจารณาสิ่งใหม่ๆ เหล่านี้ แล้วก็มีเครื่องหมายข้างกล่องหรือซองว่าควรจะถวายพระหรือไม่ ...

ตามที่เล่ามานี้ ก็เพื่อเป็นข้อคิดสำหรับบรรดาญาติโยม เมื่อจะไปเยี่ยมพระใหม่ก็ควรจะสอบถามสักเล็กน้อย ก่อนจะนำบางอย่างไปถวายท่าน มิใช่รู้จักแต่ น้ำเต้าหู้ เท่านั้น...